
เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศพดส.ตร.)หรือ Child Women Protection and Anti-Human Trafficking Center, Royal Thai Police: CCPD ได้เดินทางไปยังด่านตรวจคนเข้าเมือง จ.เชียงราย เพื่อร่วมประชุมติดตามสถานการณ์กรณีทางการเมียนมาเข้าควบคุมตัวบุคคลสัญชาติไทยจำนวน 24 คนและเดินทางไปยัง จ.ท่าขี้เหล็กร่วมประชุมหารือความร่วมมือกับหน่วยงานความมั่นคงประเทศเมียนมาในการปราบปรามเวปพนันคอลเซ็นเตอร์และปราบปรามการค้ามนุษย์
พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวว่า จากปฏิบัติการของทางการเมียนมาในการเข้าตรวจค้นและจับกุมผู้กระทำความผิดภายในโรงแรม Golden Sky ฝั่งท่าขี้เหล็ก พบว่ามีการควบคุมตัวบุคคลรวมทั้งหมด 231 คน ในจำนวนนี้เป็นคนไทย 24 คน แบ่งเป็นชาย 11 คน และหญิง 13 คน โดยเบื้องต้นถูกแจ้งข้อหาเกี่ยวกับการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยผิดกฎหมาย และการหลบหนีเข้าเมือง ขณะนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทยได้ส่งเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สอบสวนกลาง และหน่วยปราบปรามการค้ามนุษย์ร่วมกันเก็บพยานหลักฐาน
ผอ.ศพดส.ตร.กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการคัดกรองคัดแยกคนไทยทั้ง 24 คน ว่าเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์หรือไม่ ในส่วนของทางการเมียนมาเป็นการกระทำความผิดพนันออนไลน์หรือคอลเซ็นเตอร์ ตรงนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจน จึงส่งคนเข้าไปในการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เหตุที่เกิดในโรงแรมโกลเด้นสกาย ฝั่งประเทศเมียนมา เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาซึ่งต้องทำงานร่วมกับศูนย์อาชญากรรมไซเบอร์
รอง.ผบ.ตร. กล่าวว่า คนไทยทั้ง 24 คน ถูกกล่าวโทษที่ทางฝั่งเมียนมาฟ้องต่อศาลคือ การใช้สื่ออิเลคทรอนิกส์โดยผิดกฎหมาย ข้อหานี้มีโทษจำคุก 5-7 ปี รวมทั้งการเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย โทษจำคุก 6 เดือน- 5 ปี ซึ่งโทษค่อนข้างสูงและต้องรอให้ทางฝั่งเมียนมาลงโทษให้เรียบร้อย จึงจะสามารถดำเนินการในขั้นตอนต่อไปได้ อย่างไรก็ตามเมื่อตรวจสอบการออกนอกราชอาณาจักรไทยของทั้ง 24 คนพบว่าออกเมืองไปอย่างถูกต้องและไม่มีคดีใดๆ แต่ออกไปอย่างไรต้องตรวจสอบพยานหลักฐานอีกที
ผู้สื่อข่าวถามว่าได้มีการติดตามตรวจสอบหรือไม่ว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์มีการเคลื่อนโยกย้ายแหล่งไปบริเวณตรงข้าม ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า เบื้องต้นเราพบข้อมูลเรื่องการเคลื่อนย้ายอันนี้ด้วย ซึ่งเราได้พูดคุยเรื่องนี้กับฝ่ายเมียนมา ให้ช่วยกันรวบรวมพยานหลักฐานว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้เคลื่อนย้ายไปตั้งยังที่ไหนอย่างไร
“ต้องเรียนว่าวันนี้เป็นการประสานกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเมียนมาด้วย ซึ่งได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลด้วย ที่ผ่านเราพบว่าคนต่างชาติที่ถูกหลอกพาข้ามมาฝั่งไทย ซึ่งต้องเป็นเราต้องติดตามรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขยายผลไปยังเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ตามแนวชายแดน จากข้อมูลพบว่ามีผู้เสียหายและผู้ที่ถูกหลอกลวงจากหลายประเทศในเอเชียเข้ามาเกี่ยวข้อง ทางการไทยจะร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการเร่งปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง”พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้ได้มีสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่เมืองสาด ซึ่งอยู่ใกล้ชายแดนไทยเท่ากับเป็นการเพิ่มความสะดวกเรื่องโครงสร้างพื้นฐานของขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้หรือไม่ พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวว่า ปกติตอนนี้เมื่อเราเทียบกับฝั่งแม่สอด ฝั่งเมียวดี ซึ่งเขาก็ผลิตไฟฟ้าเองได้ ตนเห็นว่าอาจจะไม่มีความแตกต่าง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ได้มีข่าวแพร่สะพัดในโลกออนไลน์ของคนจีน ระบุว่าได้เกิดเหตุการณ์สังหารโหดชาวจีน 4 คน ภายในนิคมแห่งหนึ่งบริเวณชายแดนโดยจุดเกิดเหตุตั้งอยู่บนกองบัญชาการบนภูเขาซึ่งอยู่ห่างจากบ้านเทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เพียง 40-50 นาที โดยบริเวณนี้เป็นแหล่งฉ้อโกงที่โหดเหี้ยมไม่น้อยกว่าเคเค ปาร์ค
นายจารุวัฒน์ จิณห์มรรคา รองประธานมูลนิธิอิมมานูเอล กล่าวว่า สถานการณ์ปัจจุบันพบว่ามีเหยื่อชาวไทยถูกบังคับใช้แรงงานอยู่ในคิงโรมันส์ฝั่งประเทศลาวจำนวนมาก และจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆโดยล่าสุดมีครอบครัวของเหยื่อได้ร้องขอความช่วยเหลือมาที่มูลนิธิฯ 14 ครอบครัว ส่วนใหญ่เป็นคนภาคเหนือทั้ง เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน แพร่ โดยเหยื่อเหล่านี้ถูกหลอกและบังคับให้ทำงานกระจายกันอยู่ในคิงโรมันส์
“รูปแบบการหลอกลวงคือจูงใจให้เป็นแอดมิน แต่ต้องผ่านการฝึกอบรมก่อน จากนั้นจะให้กลับไปทำงานที่บ้านได้ ตอนแรกบอกให้เข้ามา ฝึกอบรมที่ กทม.ก่อน แต่พอมถึง กทม.บอกว่าตำแหน่งงานแถวนี้เต็มให้ไปฝึกอบรมที่สาขาอื่น เช่น เชียงราย ตาก จันทบุรี สระแก้ว เมื่อไปถึงสุดท้ายถูกบังคับพาข้ามไปฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน โดยฝั่งคิงโรมันส์พาไปทีละคนสองคน นั่งเรือข้ามไปได้เลย”นายจารุวัฒน์ กล่าว และว่าเชื่อว่าตำรวจไทยรู้พิกัดของคนไทยที่ถูกหลอกไปแล้ว เพียงแต่ประสานไปยังทางการลาวก็สามารถช่วยได้ แต่ตำรวจจะประสานไปหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อย่างไรก็ตามส่วนใหญ่เหยื่อต้องเสียเงินจ่ายเป็นค่าไถ่ตัวคนละหลายหมื่นบาท
รองประธานมูลนิธิอิมมานูเอลกล่าวว่า ในส่วนของฝั่งท่าขี้เหล็กนั้น รูปแบบการหลอกลวงก็เช่นเดียวกับฝั่งคิงโรมันส์ โดยอ้างว่าให้มาฝึกอบรมและดูผลิตภัณฑ์สินค้าเพื่อเรียนรู้ระบบที่สามารถรับกลับไปทำที่บ้านได้
“อาชญากรเหล่านี้สร้างความน่าเชื่อถือโดยการจัดตั้งกลุ่มปลอมที่มีสมาชิก 200-300 คน แต่จริงๆแล้วอาจมีเพียงคนไม่กี่คนแต่ใช้ชื่อปลอม ภายในกลุ่มมีหน้าม้าพูดคุยในเรื่องต่างๆ เช่น รายได้ดี เบิกไปใช้แล้วจำนวนมาก หากเหยื่อไม่เชื่อก็ทักไปยังสมาชิกในกลุ่มซึ่งเป็นหน้าม้า เมื่อได้รับคำตอบว่าจริงทำให้เหยื่อหลงเชื่อ การต้มตุ๋นหลอกลวงด้วยวิธีการนี้กำลังระบาดมาก และพัฒนาไปสู่รูปแบบต่างๆ เหยื่อจำนวนมากเป็นนักศึกษาที่กำลังจบปริญญาตรี หรือนักศึกษาที่หางานทำในช่วงปิดเทอม อาชญากรพวกนี้รู้ดีว่าคนกลุ่มนี้กำลังต้องการงานทำจึงทำให้เดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมนี้มีนักศึกษาตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก”นายจารุวัฒน์ กล่าว
รองประธานมูลนิธิอิมมานูเอลกล่าวว่า รูปแบบการหลอกลวงมาฝึกอบรมนี้พบทั่วไปตามเมืองชายแดน ขณะนี้ที่จันทบุรีและสระแก้ว มีคนไทยจำนวนมากถูกหลอกด้วยวิธีการนี้ แม้พื้นที่ดังกล่าวจะมีความอ่อนไหวเรื่องการสู้รบ แต่กลุ่มสแกมเมอร์ก็ยังทำงานอย่างได้ผล โดยคนไทยถูกบังคับพาไปยังอาคารหลังหนึ่งซึ่งมีคนจีนเป็นคนบงการ แต่ก็มีเจ้าหน้าที่รัฐไทยบางส่วนรู้เห็นเป็นใจด้วย เพราะขบวนการใหญ่ขนาดนี้ ยากที่จะทำงานได้ตามลำพัง
————-