Search

ภัยคุกคามความมั่นคง สั่นคลอนชายแดนเหนือ

ภาสกร จำลองราช

รายงานของมูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ที่ออกมาเมื่อคืนวันที่ 22 มีนาคม 2569 ระบุว่ากองกำลังว้า (United Wa State Army – UWSA) สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินทางตอนใต้เมืองสาด เขตรัฐฉานใต้ ฝั่งพม่า ซึ่งเป็นบริเวณต้นแม่น้ำกก อยู่ห่างจากชายแดนไทยด้านอำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย เพียง 19 กิโลเมตร

โรงงานไฟฟ้าถ่านหินของกองกำลังว้าแห่งนี้สร้างมลพิษซ้ำเติมสถานการณ์น้ำพิษในแม่น้ำกกและแม่น้ำสายที่กำลังทำร้ายชาวเชียงใหม่(อ.แม่อาย)และชาวเชียงรายอยู่ในตอนนี้ ให้รุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก (อ่านรายละเอียดข่าว https://www.facebook.com/share/p/1FT7Ppq2vM/ ) ที่สำคัญคือทำให้ความหวังที่จะเยียวยาแม่น้ำที่กำลังปนเปื้อนยิ่งดูเลือนรางมากกว่าเดิม

กองกำลังว้าหรือว้าแดง เป็นภัยคุกคามใหญ่หลวงสำหรับรัฐไทยในช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมา เพราะนอกจากเป็นแหล่งอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งยาเสพติดตั้งแต่ฝิ่น ยาบ้า ยาไอซ์ ธุรกิจสแกมเมอร์ เหมืองแร่เถื่อน และอื่นๆ อีกมากมายแล้ว กลุ่มว้ายังแทรกซึมเข้าสู่โครงสร้างอำนาจในสังคมไทยอย่างเป็นระบบเพราะมีการวางแผนกันมาอย่างดี

พวกเขาใช้เงินที่มีอยู่มากล้นจากธุรกิจผิดกฎหมาย ติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐไทยตั้งแต่การทำบัตรประชาชนเพื่อให้ “คนว้า” ได้เป็นพลเมืองไทยโดยเหยียบย่ำกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆที่อยู่มาก่อนให้รอคอยต่อไป ซึ่งเรื่องนี้เป็นที่โจษจันในกลุ่มคนทำงานด้านสถาบุคคลและชาวบ้านกลุ่มชาติพันธุ์ที่ประสับปัญหาสถานะบุคคล

ขบวนการว้าได้เข้าสู่อำนาจรัฐไทยโดยส่งคนเข้าสู่ระบบการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่นและไต่ระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ ขณะนี้พวกเขากำลังกระโจนสู่ส่วนยอดพีระมิดทางอำนาจของไทย

คำถามคือฝ่ายความมั่นคงไทยรับรู้เรื่องนี้หรือไม่ ? ทำไมยังปล่อยให้สถานการณ์ลากยาวจนยากแก้ไข ? คำตอบคือ รู้ แต่เพราะบ้านเมืองนี้ติดกับดัก “ทุจริตคอรัปชั่น” ทำให้กลไกรัฐโดยเฉพาะกองทัพและตำรวจไม่ทำหน้าที่อย่างที่ควรจะเป็น ผลลัพธ์อันเลวร้ายจึงตกอยู่ที่ประชาชน

ที่เชื่อว่าหน่วยงานด้านความมั่นคงรับรู้สถานการณ์ว้า แต่ไม่แก้ปัญหา โดยเห็นได้จากกรณีการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่เมืองสาด ซึ่งมูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่นำมาเปิดเผยนั้น จริงๆ แล้วโรงไฟฟ้าแห่งนี้อยู่ในแฟ้มรายงานของกองทัพไทยมาร่วม 2 ปีแล้ว รวมถึงเรื่องการทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธและเหมืองทองบริเวณต้นแม่น้ำกกและแม่น้ำสาย

ข้อมูลชุดหนึ่งที่สำนักข่าวชายขอบนำมาลงไว้ 2 ตอนเมื่อเดือนกันยายนเมื่อปีที่แล้ว ( https://transbordernews.in.th/home/?p=43959 ) และ (https://transbordernews.in.th/home/?p=43885 ) ซึ่งรายงานชุดนี้เป็นของหน่วยงานในกระทรวงกลาโหม ที่สั่งให้กลไกของกองทัพที่เกี่ยวข้องรวบรวมข้อมูลการทำเหมืองที่ต้นแม่น้ำกกและแม่น้ำสาย โดยในส่วนของแม่น้ำกกในรายงานระบุไว้ชัดว่าขณะนั้นว่า กำลังมีการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินซึ่งอยู่ใกล้เมืองสาด (ตามภาพด้านบน)

หน่วยงานด้านความมั่นคงปล่อยสถานการณ์ให้ล่วงเลยมา 2 ปีโดยไม่มีการแสดงปฎิกริยาใดๆทั้งๆที่รับรูดีว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินเหล่านี้จะทำลายมลพิษและส่งผลกระทบข้ามแดนเช่นเดียวกับเหมืองแร่ต่างๆของว้า ที่สำคัญแหล่งพลังงานแห่งนี้ยังเป็นสารตั้งต้นใช้ผลิตอะไรต่างๆที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของไทยได้อีกมากมาย

จนกระทั่งปลายปีที่แล้ว ทหารว้าได้เปิดใช้โรงไฟฟ้าแห่งนี้เรียบร้อยแล้ว ผลกระทบด้านมลพิษกำลังเพิ่มขึ้นทุกวัน ชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างให้คำตอบไว้ชัดเจน เชื่อว่าอีกไม่นานผลร้ายเหล่านี้จะส่งข้ามมาถึงฝั่งไทย

ทุกวันนี้ประชาชนแถวชายแดน 3 จังหวัดภาคเหนือโคตรอ้างว้าง เพราะสถานการณ์รุกเงียบของทหารว้าที่ส่งผลกระทบมากมาย ซึ่งภายหลังจากยุคพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกแล้ว รัฐบาลไทยไม่เคยมาตรการเชิงรุกในการกำราบทหารว้าเลย

จริงๆแล้วสถานการณ์บริเวณชายแดนด้านจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่และแม่ฮ่องสอนซึ่งติดกับเขตอิทธิพลของกองกำลังว้าและกองทัพพม่า หน่วยงานของกระทรางกลาโหมไทยต่างๆ มีหมดแล้ว เพียงแต่เราขาดการตัดสินใจในด้านนโยบายที่ดีเพื่อปกป้องแผ่นดินไทยและพลเมืองไทย

การให้เหตุผลว่า “รัฐพม่าไม่สามารถทำอะไรได้เลยเพราะพื้นที่แถบนี้เป็นเขตทหารว้า ที่กองทัพพม่าเข้าไม่ถึง”นั้น แท้ที่จริงแล้วเป็นเพียงแค่ข้ออ้างของรัฐบาลทหารพม่าที่บอกกับทหารไทยและทหารไทยนำมาอธิบายต่อสังคมไทยเท่านั้น แท้ที่จริงแล้ว ตลอดแนวชายแดน 3 จังหวัดภาคเหนือมีฐานทหารพม่าตั้งสลับอยู่กับฐานทหารว้าอยู่ทุกระยะ

ใครไปยืนอยู่ที่ชายแดนก็สามารถมองเห็นด้วยตาตนเอง ยอดดอยนี้เป็นฐานทหารว้า ยอดดอยอีกแห่งเป็นฐานทหารพม่า สลับกันไปแบบนี้ตลอดแนวสันเขาที่เป็นเส้นพรมแดน

ขณะที่เหมืองทองขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นต้นแม่น้ำสาย บริเวณชายแดนไทยด้านหมู่บ้านม้ง 8 หลัง อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ที่เป็นสาเหตุหนึ่งของน้ำท่วมโคลนถล่มแม่สายปีละหลายรอบ เป็นของทหารพม่าซึ่งเราดูได้ด้วยตาเปล่าที่ชายแดนไทย โดยบริเวณนี้มีฐานทหารไทยตั้งประจำอยู่ชายแดน ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่กองทัพและจังหวัดเชียงราย จะบอกว่าไม่รู้ไม่เห็นกับการทำเหมืองทองแห่งนี้เพราะมีทั้งกลไกของกองทัพและมหาดไทยอยู่บริเวณนั้น

เพียงแต่ว่ามีปัจจัยอะไรที่ “ปิดปาก”หรือ “ปิดตา” ที่ทำให้กลไกรัฐไร้เสียงและมองไม่เห็นความเลวร้ายที่เป็นาเหตุใหญ่ของสารพิษและภัยพิบัติที่ส่งผลกระทบต่อชาวแม่สายและคนท้ายน้ำ ?

เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีกลาโหมควรตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะหากยังปล่อยให้สถานการณ์ผ่านล่วงเลยไปอีกเรื่อยๆ เราจะสูญเสียอธิปไตยโดยไม่รู้ตัว

นับวันกองกำลังว้ายิ่งเหิมเกริมเพราะมีชัยในสมรภูมิต่างๆในดินแดนพม่าทั้งในด้านการเมืองและการทหารโดยมีทั้งรัฐบาลทหารพม่าและรัฐบาลจีนหนุนหลัง ทำให้ใช้วิธีการก้าวร้าวเซาะกร่อนบ่อนทำลายรัฐไทยเพราะเขาทราบจุดอ่อนในเรื่องทุจริตคอรัปชั่นของกลไกต่างๆในรัฐไทยดี

การตั้งหน้าตั้งตาทำเหมืองแรร์เอิร์ธและเหมืองทองอย่างไร้กติกาใดๆ ควบคุมบริเวณรัฐฉานใต้ซึ่งติดกับชายแดนไทย แม้มีเสียงร้องระงมของคนท้ายน้ำจากผลกระทบต่างๆ มากมายในแผ่นดินไทย แต่ทหารว้าก็ไม่เคยสนใจ แถมยังขยายเหมืองแร่ไม่หยุดยั้ง ที่สำคัญคือเดินเครื่องโรงงานไฟฟ้าถ่านหินอย่างเต็มสูบทั้งกลางวันและกลางคืน เป็นภาพสะท้อนที่ชัดแจ๋วว่าทั้งทหารว้าและทหารพม่าไม่ได้เกรงใจใดๆรัฐบาลไทยเลย

ขณะที่พลเมืองไทยกำลังแบกทุกข์จนหลังแอ่นตั้งแต่ภัยยาเสพติดจนถึงผลกระทบข้ามแดนจากการทำเหมืองแร่ แถมวันดีคืนดีทหารว้ายังรุกคืบเข้ามาตั้งฐานในแผ่นดินไทยอีก แต่การทำงานของกระทรวงการต่างประเทศและฝ่ายความมั่นคงของไทยกลับ “หน่อมแน้ม”วิ่งไล่ตามสถานการณ์ไม่ทันสถานการณ์ใหญ่และสลับซับซ้อนเช่นนี้ ไม่รู้ว่ารัฐบาลชุดใหม่จะเข้าใจ และเข้าถึงได้แค่ไหน แต่ดูท่าแล้วประชาชนที่ได้รับผลกระทบยังต้องแบกรับความทุกข์ยากนี้ไปอีกนาน

สถานการณ์ใหญ่และสลับซับซ้อนเช่นนี้ ไม่รู้ว่ารัฐบาลชุดใหม่จะเข้าใจ และเข้าถึงได้แค่ไหน แต่ดูท่าแล้วประชาชนที่ได้รับผลกระทบยังต้องแบกรับความทุกข์ยากนี้ไปอีกนาน

On Key

Related Posts

นักศึกษาเหยื่อแก๊งสแกมเมอร์แฉวิธีการหลอกลวงรูปแบบใหม่-ฉวยจังหวะบ้านเมืองหางานยาก-อ้างพาไปอบรมเพื่อเพิ่มทักษะทำงานรายได้ดี-ก่อนบังคับข้ามแดนพาไปกักขังในประเทศกัมพูชา “วิโรจน์”จี้หน่วยงานรัฐแกะรอยเอาผิดตั้งแต่นายหน้ายันตัวการใหญ่-สอบเส้นทางการเงิน

“ชัยวุฒิ”เผยเหตุ 5 อำเภอชายแดนตากขาดแคลนน้ำมันหนักแม้แต่รถอีแต๊กอีแต๋นยังต้องเติม “ไฮพาวเวอร์” ลิตรละกว่า 40 บ.ขณะที่ชาวบ้านตามประกบรถน้ำมันหวังได้เติมที่ปั๊มแต่กลับขนไปท่าข้ามเตรียมส่งออก