Search

KNU จัดตั้งองค์กรใหม่-ขับเคลื่อนสหพันธรัฐหลังฝ่ายการเมืองถูกวิจารณ์หนักไร้บทบาท-ผู้นำกะเหรี่ยงเรียกร้องทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด-เปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วน

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 เพจ Karen National Union รายงานว่า พะโด่ ซอ แกว ทู วิน ประธานสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (Karen National Union-KNU) กล่าวสุนทรพจน์ภายหลังพิธีประกาศจัดตั้งสภานำเพื่อการก่อกำเนิดสหภาพสหพันธรัฐประชาธิปไตย (Steering Council for the Emergence of a Federal Democratic Union – SCEF) ว่าการจัดตั้ง SCEF ในวันนี้ถือเป็นก้าวสำคัญทางประวัติศาสตร์ของการต่อสู้ของประชาชนในประเทศเรา เพื่อมุ่งไปสู่การสร้างสหภาพสหพันธรัฐประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

ผู้นำ KNU กล่าวว่า การรวมตัวกันขององค์กรชาติพันธุ์ องค์กรการเมือง และกองกำลังปฏิวัติในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการยุติระบอบเผด็จการทหาร และสร้างระบบการปกครองใหม่ที่ตั้งอยู่บนหลักประชาธิปไตย ความเท่าเทียม และสิทธิของชนชาติพันธุ์ทุกกลุ่ม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ประชาชนทั่วประเทศได้เผชิญกับความทุกข์ยากจากการกดขี่ของกองทัพพม่าแต่ขณะเดียวกันก็ได้แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็ง ความกล้าหาญ และความเป็นเอกภาพในการต่อสู้เพื่อเสรีภาพและความยุติธรรม

ประธาน KNU กล่าวว่า เหตุการณ์หลังการรัฐประหารได้พิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ระบอบทหารไม่สามารถนำพาประเทศไปสู่สันติภาพหรือความเจริญรุ่งเรืองได้ ตรงกันข้าม กลับยิ่งทำให้เกิดความขัดแย้ง ความรุนแรง และวิกฤตด้านมนุษยธรรมที่รุนแรงยิ่งขึ้น ดังนั้น การจัดตั้ง SCEF จึงเป็นความพยายามร่วมกันในการวางรากฐานของสหภาพใหม่ ที่ยึดถือหลักการสหพันธรัฐ ซึ่งให้ความสำคัญกับสิทธิในการปกครองตนเองของชนชาติพันธุ์ การกระจายอำนาจ และความเสมอภาคระหว่างทุกกลุ่ม

“เราจำเป็นต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ด้วยความไว้วางใจซึ่งกันและกัน เพื่อให้สามารถก้าวข้ามความท้าทายต่าง ๆ และสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับประชาชนทุกคนในประเทศนี้ เพื่อให้การจัดตั้งสหพันธรัฐประชาธิปไตยบรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรม จำเป็นต้องมีการกำหนดโครงสร้างและแนวทางการทำงานร่วมกันอย่างชัดเจน”พะโด่ซอ แกว ทู วิน กล่าว

ผู้นำ KNU กล่าวว่าในเบื้องต้น ได้มีการกำหนดกรอบความร่วมมือหลัก คือการมีส่วนร่วมขององค์กรปฏิวัติชาติพันธุ์ (EROs) การมีส่วนร่วมของกองกำลังปฏิวัติ การมีส่วนร่วมของภาคส่วนทางการเมืองและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางของการเปลี่ยนผ่าน กระบวนการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเป็นเอกภาพ และเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกัน ความท้าทายที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบันยังคงมีความซับซ้อน ทั้งในด้านการเมือง ความมั่นคง และสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมที่ยังคงทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การโจมตีต่อพลเรือน การละเมิดสิทธิมนุษยชน และการบังคับให้ประชาชนต้องพลัดถิ่น ยังคงเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

พะโด่ซอ แกว ทู วิน กล่าวว่าในช่วงเวลาสำคัญนี้ เราจำเป็นต้องสร้างความเข้าใจร่วมกันอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับเป้าหมายของการต่อสู้ และยืนยันถึงทิศทางร่วมกันในการก้าวไปสู่สหภาพสหพันธรัฐประชาธิปไตย โดยการประสานงานระหว่างองค์กรต่าง ๆ ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความไว้วางใจ ความโปร่งใส และความรับผิดชอบร่วมกัน เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนภารกิจร่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดความขัดแย้งภายใน

“เราต้องเปิดพื้นที่ให้ประชาชนจากทุกกลุ่ม ทุกชาติพันธุ์ และทุกภูมิภาค ได้มีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของประเทศอย่างแท้จริง เราต้องให้ความสำคัญกับการสร้างกลไกทางการเมืองและการบริหารที่มีความครอบคลุม ยึดหลักสิทธิมนุษยชน หลักนิติธรรม และความเท่าเทียม เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว”ประธาน KNU กล่าว และว่าในด้านความมั่นคง จำเป็นต้องมีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างกองกำลังต่าง ๆ เพื่อปกป้องประชาชน และสร้างเสถียรภาพในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง

พะโด่ซอ แกว ทู วิน กล่าวว่าการสร้างสหภาพใหม่ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางการเมืองเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการสร้างสังคมที่ยุติธรรม เท่าเทียม และเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกคน การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเพื่อคนรุ่นปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังเพื่ออนาคตของคนรุ่นต่อไป ที่ควรจะได้เติบโตในสังคมที่มีเสรีภาพ ความยุติธรรม และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

อนึ่ง-ก่อนหน้านี้ฝ่ายการเมืองของ KNU ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าไม่มีบทบาทเท่าที่ควรโดยเฉพาะในช่วงหลังจากการรัฐประหารในพม่าในขณะที่ฝ่ายทหาร (กำลังปลดปล่อยชาติกะเหรี่ยงหรือเคเอ็นแอลเอ : Karen National Liberation Army–KNLA)ต่อสู้กับทหารของกองทัพพม่าอย่างหนัก จนกระทั่งเมื่อกองกำลังกะเหรี่ยงกอทูเล (KTLA) นำโดยเนอดา เมียะ บุตรชายของนายพลโบเมี๊ยะ อดีตผู้นำ KNU ประกาศสถาปนา “สาธารณรัฐกอทูเล” (Kawthoolei Republic) เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569 ซึ่งได้รับการขานรับจากชาวกะเหรี่ยงมากพอสมควร แม้กองกำลัง KTLA มีทหารอยู่ไม่มากและยังไม่มีโครงสร้างด้านการเมืองการปกครองหรือด้านการทหาร แต่อย่างใด