เมื่อวันที่ 1 เมษายน2569 ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวชายขอบได้ลงพื้นที่สำรวจหาดเชียงราย ภายหลังจากที่จังหวัดเชียงรายและองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)ส่งเสริมให้มีกิจกรรมเล่นน้ำในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึงนี้ เนื่องจากตลอด 1 ปีที่ผ่านมาแหล่งท่องเที่ยวริมแม่น้ำกกเป็นไปด้วยความเงียบเหงาเพราะมีสารโลหะหนักปนเปื้อนในแม่น้ำกกเกินค่ามาตรฐานจากการทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธและทองคำบริเวณต้นน้ำในเขตรัฐฉานใต้ ประเทศพม่าทำให้นักท่องเที่ยวลดน้อยลงเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามยังมีผู้ประกอบการร้านค้า 5-6 เจ้าที่ปรับปรุงร้านค้าเพื่อรองรับเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งผู้สื่อข่าวได้สอบถามและพบว่าผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญกับรายได้ที่หดหาย ขณะที่บางรายจำเป็นต้องเลิกกิจการไป
นางทิน หนึ่งในผู้ประกอบการแพและร้านอาหารในหาดเชียงราย กล่าวว่า แม้รายได้จะลดลงอย่างมากจนควรที่จะเลิกกิจการไปแล้ว แต่ยังคงมีความหวังว่าช่วงสงกรานต์ปีนี้ว่า ผู้คนจะกลับมาเที่ยวมากขึ้น ตนจึงปรับตัวเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าด้วยการมีห้องอาบน้ำ บริการสบู่และยาสระผมไว้ให้ใช้ฟรีสำหรับนักท่องเที่ยวที่ลงเล่นน้ำ เพื่อให้สามารถล้างตัวได้ทันทีหลังขึ้นจากน้ำ เพื่อช่วยลดความกังวลและทำให้ผู้คนรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น
“แม่ต้องลงทุนซ่อมแซมและจัดทำแพใหม่ พร้อมจัดหาอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาล โดยใช้เงินไปกว่า 9,000 บาท ซึ่งเป็นเงินที่ต้องกู้ยืมมาจากแหล่งเงินนอกระบบ เพื่อต้องลองเสี่ยงดู เพราะถ้าไม่ทำอะไรเลย ก็อยู่ไม่ได้ แม่ไม่มีที่ไปแล้ว” นางทินกล่าว
ขณะที่นางน้อย ดารุณี ผู้ประกอบการร้านอาหารและแพเปียกริมน้ำ กล่าวว่า ตนท้าทายความเสี่ยงด้วยการกู้เงินจากกองทุนหมู่บ้านกว่า 1 หมื่นบาทมาทำแพเปียกริมน้ำ เพื่อต้อนรับช่วงสงกรานต์เพราะหวังถึงความเป็นไปได้ที่นักท่องเที่ยวจะมาเยอะ และสถานการณ์จะกลับมาคึกคักเหมือนเดิม
“ทุกร้านที่ทำแพเปียกในปีนี้ พวกเราพากันปรับตัวและแนะนำต่อนักท่องเที่ยวที่ต้องการเล่นน้ำ พวกเราพร้อมอำนวยความสะดวกหลายอย่าง เพื่อลดความกังวลของนักท่องเที่ยวลง” แม่น้อย สะท้อนเสียงแทนผู้ประกอบการคนอื่นๆ ด้วย
ขณะที่นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ให้สัมภาษณ์ว่า จากการเก็บตัวอย่างน้ำในแม่น้ำกก แม่น้ำรวก และแม่น้ำสาย พบค่าการปนเปื้อนนั้นยังไม่เกินมาตรฐาน แต่ด้วยความวิตกกังวลเราจึงรณรงค์ไม่ให้ไปแช่หรือสัมผัสกับน้ำ แต่ถามเรื่องความมั่นใจต่อนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาเที่ยวในช่วงสงกรานต์นี้นั้น ตนยืนยันได้ว่าปลอดภัย ในเรื่องของอาหารการกิน ทั้งปลา อาหาร รวมถึงผลผลิตทางการเกษตรต่างๆ ซึ่งหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แม้กระทั่งสถาบันวิจัยประมง ก็ได้ตรวจยืนยันแล้วไม่พบสารปนเปื้อน
“แต่สิ่งที่เรากังวลคือค่าที่ไม่เกินมาตรฐานนั้น ในอนาคตอีก 5 ปี 10 ปี ซึ่งคนเชียงรายต้องอยู่กับสิ่งเหล่านี้จะมีอะไรสะสมหรือไม่ แต่สำหรับนักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวได้อย่างปลอดภัย”นายก อบจ.เชียงราย กล่าว
นางอทิตาธร กล่าวว่าปีนี้เชียงรายจัดกิจกรรมสงกรานต์หลายพื้นที่ เช่น งานมหาสงกรานต์ 3 แผ่นดินที่ อ.เชียงแสน เป็นความร่วมมือกับพม่าและลาวด้วย โดยน้ำที่นำมาใช้คือน้ำประปา
