Search

คนงานก่อสร้างถนนเชียงรายหวั่นฝุ่นพิษแต่ชีวิตไม่มีทางเลือกต้องทำงานต่อไป เผยลูกหลายเริ่มมีเลือดกำเดาไหล-นายกเล็กเวียงพางคำหนุนออกกฎหมายอากาศสะอาด

เมื่อวันที่ 2 เมษายน สถานการณ์ฝุ่น P.M 2.5 ในจังหวัดเชียงราย ยังคงวิกฤติอย่างต่อเนื่อง โดยในพื้นที่ตัวจังหวัดเชียงราย มีค่าฝุ่นสูงสุดอยู่ที่ 501µg/m³ เชียงแสน 422µg/m³ แม่สรวย 210µg/m³ แม่สาย 290µg/m³ เชียงของ 255µg/m³ แม่ฟ้าหลวง270µg/m³ แม่จัน243µg/m³ เวียงชัย 254µg/m³ เวียงแก่น 220µg/m³ ทั้งหมดอยู่ระดับ “ไม่ถูกสุขภาพ” และ “อันตราย”

ขณะที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย (สสจ.เชียงราย) ร่วมมือกับหน่วยบริการสาธารณสุข รพ.สต.ในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านดูแลประชาชนกลุ่มเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง รับมือสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ที่ยังคงส่งผลกระทบในหลายพื้นที่ของจังหวัด ล่าสุดสามารถเข้าถึงและดูแลกลุ่มเสี่ยงแล้ว 177,528 ราย จากเป้าหมาย 319,334 ราย คิดเป็นร้อยละ 56 โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายสำคัญ ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง รวมถึงผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางต่อผลกระทบจากฝุ่น PM2.5

ทั้งนี้ทีมปฏิบัติงานได้ให้คำแนะนำประชาชนในการป้องกันตนเองอย่างเหมาะสม เช่น การสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นอย่างถูกวิธี การปรับสภาพบ้านให้เป็นพื้นที่ปลอดฝุ่น และการหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง พร้อมติดตามเฝ้าระวังอาการสุขภาพอย่างใกล้ชิด เพื่อลดผลกระทบด้านสุขภาพ และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในช่วงสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายอากาศดีขึ้น

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวชายขอบลงสำรวจพื้นที่ในจังหวัดเชียงราย พบว่าแม้ค่าฝุ่นในจังหวัดเชียงรายสูงลิ่ว แต่การก่อสร้างถนนและโครงการต่างๆยังคงเป็นไปตามปกติ โดยในหลายพื้นที่คนงานยังคงทำงานกลางแดดริมถนนและไม่ได้สวมหน้ากาก

ทั้งนี้พื้นที่ก่อสร้างถนนบริเวณสี่แยกศูนย์ราชการใหม่ ใกล้สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายและที่ว่าการอำเภอเมือง จ.เชียงรายเพื่อผู้สื่ข่าวได้สอบถามเกี่ยวกับประเด็นปัญหาฝุ่น P.M 2.5 กับแรงงานก่อสร้างถนนและพนักงานทำความสะอาดกลางแจ้ง โดยคนงานเหล่านี้ต้องเผชิญความเสี่ยงในทุกๆวันต่อวิกฤติ ฝุ่น P.M 2.5 ที่อยู่ในเกณท์เข้าขั้น “ไม่ถูกสุขภาพมาก“

นางป๋อม (นามสมมุติ) แรงงานก่อสร้างถนน กล่าวว่า ตนรู้สึกแสบจมูกและแสบตาขณะทำงานและเป็นหวัดในตอนเช้า ทั้งที่มาทำงานได้เพียงแค่ 2วัน แต่ก่อนจะมาทำงานยังไม่เป็นอะไร ต้องไป-กลับบ้านจากอำเภอขุนตาล เวลาตื่นเช้าจะรู้สึกเพลียและมีน้ำมูกไหลอยู่ตลอด

ด้านนางแป้ง (นามสมมุติ) คนงานก่อสร้างถนน หน้าแยก อบจ.กล่าวว่า ตอนนี้ตนยังไม่รู้สึกเป็นอะไร แต่ในอนาคตรู้สึกกังวลมากเกี่ยวกับปอด เพราะตนมีโรคประจำตัวคือความดันและเบาหวาน แต่ทุกวันนี้ต้องสูดดม ฝุ่นทั้งขนาดใหญ่และเล็กตลอดทุกวัน

“เมื่อไหร่ฝนจะตก ตอนนี้อยากให้ฝนตกมาก อยากให้รัฐทำฝนเทียมให้ก็ได้” นางแป้งกล่าว

ขณะที่นางสุลี แม่บ้านทำความสะอาด ศูนย์ราชการแถวพื้นที่ก่อสร้างใน 4 แยกศูนย์ราชการใหม่ กล่าวว่า ตนตื่นตอนเช้ามาทำงาน 6 โมงเช้า ซึ่งหลายวันมาแล้วที่แทบมองไม่เห็นวิวภูเขาหรือทุ่งนาเลย หรือแม้แต่ดวงอาทิตย์ โดยรู้สึกว่าปีนี้สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5หนักมาก และหนักกว่าที่ปีที่ผ่านมา

“แม่เห็นข่าวที่เชียงใหม่ เด็กน้อยหลายคนเลือดกำเดาไหล แต่ไม่คิดว่าจะเกิดกับลูกชายตัวเองที่ทำงานเป็นเซลแมนที่ต้องออกกลางแจ้งทุกวัน ตอนนี้เลือดกำเดาไหลมา 3 วันแล้ว รวมทั้งหลานแม่ที่เป็นลูกของลูกชายก็เป็น เวลาที่แม่พามาทำงานด้วย ต้องเอาไปไว้ในสำนักงาน ให้ออกมาข้างนอกด้วยไม่ได้เลย” นางสุลี กล่าว

ด้านนายฉัตรชัย ชัยศิริ นายกเทศมนตรีตำบลเวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีค่าฝุ่น PM2.5 สูงลิ่วในลำดับต้นของภาคเหนือ กว่าว่า เมื่อ 3 วันก่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดได้เข้าประชุมในจังหวัดเชียงรายแล้วพบว่า ในอำเภอแม่สาย และอำเภอ ใกล้เคียงอย่าง แทบไม่มีจุดความร้อนหรือการเผาเลย ซึ่งปัญหาฝุ่น P.M 2.5 ที่ได้เจออยู่ตอนนี้แทบจะมาจากประเทศเพื่อนบ้าน 100 % ตอนนี้เราจะพยายามประสานงานกับทางการจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่าเพื่อให้แก้ไขอยู่ แต่ความซับซ้อนคือเป็นพื้นที่ระหว่างประเทศ จุดที่มีการเผาไหม้ห่างจากท่าขี้เหล็ก 40 กว่ากิโล ซึ่งเป็นเขตของกลุ่มกองกำลังชาติพันธุ์ ทำให้ยากต่อการแก้ปัญหา

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณ๊ที่มีความพยายามข้อกฎหมายพระราชบัญญัติอากาศสะอาด แต่ได้รับการขัดขวางจาก สส.พรรคภูมิใจไทย นายฉัตรชัย กล่าวว่า “ในเรื่อง พ.ร.บ อากาศสะอาด ผมเห็นด้วยตั้งแต่แรก เพื่อจะได้ให้มีหน่วยงานดูแลเรื่องนี้โดยตรง ผมอยากจะให้เร่งเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด เพื่อกฎหมายจะได้บังคับใช้และดำเนินการป้องกันได้ในปีถัดๆไป“