
เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 สำนักข่าว BBC ในภาษาพม่ารายงานว่า พล.อ.อาวุโสมินอ่องหลาย ผู้นำสูงสุดของกองทัพพม่าที่เพิ่งเกษียณจากตำแหน่งสูงสุดเมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา ได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของพม่า ด้วยคะแนนเสียง 429 คะแนน จากผู้แทนรัฐสภาสหภาพทั้งหมด 586 คน ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุมในวันนี้ 584 คน
ทั้งนี้มีผู้เข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของพม่าทั้งหมด 3 คน โดยมินอ่องหล่ายได้รับคะแนนเลือก 429 คะแนน ขณะที่นายหน่วยซอว์ ซึ่งเคยเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ทหารพม่า และได้ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีของพม่าตั้งแต่เมื่อเดือนกรกฎาคม 2569 นั้นได้รับคะแนนเลือก 126 คะแนน ขณะที่นางหนี่หนี่เอ ผู้แทนจากรัฐกะเหรี่ยง จากพรรคสหสามัคคีและการพัฒน (Union Solidarity and Development Party – USDP) ได้รับคะแนน 29 คะแนน ดังนั้นนายหน่วยซอว์จะดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีคนที่ 1 และนางหนี่หนี่เอ จะดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีคนที่ 2 ตามลำดับ
ภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2551 ของพม่า มีการเลือกประธานาธิบดีมาแล้ว 4 ครั้ง แต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า ยศทางทหารของพล.อ.มินอ่องหลายนั้น จะถูกยกเลิกหรือไม่ แต่ผู้สังเกตการณ์บางคนเชื่อว่ามีแนวโน้มที่พล.อ.มินอ่องหลายจะสละตำแหน่งพลเอกอาวุโสหลังจากสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี
ด้านสำนักข่าว Khit Thit Media รายงานว่า ในระหว่างพิธีส่งมอบตำแหน่งผู้นำกองทัพให้นายพลเยวินอูที่ผ่านมา พล.อ.มินอ่องหลาย ได้วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลพรรค NLD ของนางอองซาน ซูจี ซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่กล่าวว่ากองทัพยึดอำนาจเพราะการโกงการเลือกตั้งพล.อ.มินอ่องหล่าย วัย 70 ปี ยึดอำนาจจากรัฐบาลของนางซูจี เมื่อปี 2564 โดยเขาเคยกล่าวว่ากองทัพจะครองอำนาจชั่วคราวภายใต้รัฐธรรมนูญ และจะส่งมอบอำนาจให้แก่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งชุดใหม่ ซึ่งพล.อ.มินอ่องหลาย ผู้นำการรัฐประหาร จะต้องส่งมอบอำนาจให้แก่รัฐบาลใหม่ในฐานะประธานาธิบดีคนใหม่ ขณะที่การเลือกตั้งใหญ่ในพม่าที่ผ่านมา ถูกหลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นเพียงการจัดฉากให้ พล.อ.มินอ่องหลายและพรรคพวกสืบอำนาจต่อไปเท่านั้น
พล.อ.มินอ่องหล่าย วัย 70 ปี ยึดอำนาจจากรัฐบาลของนางซูจี เมื่อปี 2564 โดยเขาเคยกล่าวว่ากองทัพจะครองอำนาจชั่วคราวภายใต้รัฐธรรมนูญ และจะส่งมอบอำนาจให้แก่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งชุดใหม่ ซึ่งพล.อ.มินอ่องหลาย ผู้นำการรัฐประหาร จะต้องส่งมอบอำนาจให้แก่รัฐบาลใหม่ในฐานะประธานาธิบดีคนใหม่ ขณะที่การเลือกตั้งใหญ่ในพม่าที่ผ่านมา ถูกหลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นเพียงการจัดฉากให้ พล.อ.มินอ่องหลายและพรรคพวกสืบอำนาจต่อไปเท่านั้น