Search

เผยเชียงรายเป็นเมืองหน้าด่านรับฝุ่นพิษจากพม่า-ลาว-เชียงใหม่ นักวิจัยแนะรัฐรณรงค์สื่อสารถึงประชาชนให้ทันท่วงที-สำรวจพบชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่สวมหน้ากาก-ไม่เข้าใจอันตราย-ผวจ.ระบุเตรียมหารือฝั่งท่าขี้เหล็ก 9 เมย.

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 ผศ.ดร.ว่าน วิริยา ผู้ช่วยหัวหน้าศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม และอาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่(มช.) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ค่าฝุ่น PM 2.5 ที่สูงจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในหลายจังหวัดภาคเหนือ แต่ในบางพื้นที่ เช่น เชียงราย กลับไม่มีการรณรงค์ให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยป้องกัน สิ่งที่เราเจอมานานคือการสื่อสารที่ไม่ตรงไปตรงมาของภาครัฐ ไม่ชัดเจน ไม่ทันท่วงทีกับสถานการณ์ เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องปรกติไปแล้ว เมื่อฝุ่นพิษมากเกินค่ามาตรฐาน ก็ควรมีขั้นตอนการสื่อสารเชิงรุกมากกว่านี้ โดยเฉพาะทางส่วนราชการและจังหวัด ควรสั่งการถึงหน่วยงานภาครัฐ ชุมชน 

นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมผู้นี้กล่าวว่า ตอนนี้โรคอุบัติที่เกิดบ่อยสำหรับเด็กและกลุ่มเปราะบาง คือเลือดกำเดาไหล เนื่องจากสัมผัสฝุ่นช่วงหนึ่งแล้ว กลางคืนเมื่อนอนหลับ อากาศแห้ง หลังรับสัมผัสมาทั้งวันแล้ว ผ่านระบบทางเดินหายใจซึ่งเสียดสี ทำให้หลอดเลือดเปราะบางลง ความชื้นต่ำ ซึ่งการใช้เครื่องฟอกอากาศทำให้ความชื้นต่ำลงและอากาศแห้ง มักเกิดเลือดกำเดาไหล ต้องป้องกันตั้งแต่กลางวันและกลางคืน เมืองไทยยังไม่นิยมเครื่องผลิตความชื้น ควรหาขันหรือแก้วน้ำอุ่นและตั้งไว้ในห้อง 

“ผมค่อนข้างเป็นห่วงเชียงราย เพราะเป็นหน้าด่านรับฝุ่นจากเชียงใหม่ พม่า ลาว แม้จะจัดการการเผาได้ดีกว่าจังหวัดอื่น แต่กลับได้รับผลกระบจากเพื่อนบ้านที่มีความเข้มข้น ภาวะความเสี่ยงของเชียงรายสูงกว่าที่อื่น กรมอนามัย ศูนย์อนามันต่างๆ ควรสื่อสารเชิงรุกมากกว่านี้ โดยสามารถมีแพลตฟอร์มให้ประชาชนทราบว่ามีหน้ากากป้องกันฝุ่น PM2.5 แจกจ่ายที่ไหน ซึ่งตอนนี้ไม่ได้ยินเลย”ผศ.ดร.ว่าน กล่าว 

อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ มช.กล่าวว่า ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก็พยายามทำ warroom.pro เพื่อให้จับคู่ matching “ยิ้มสู้” ซึ่งชาวบ้านสามารถร้องขอว่าขาดเหลืออะไร และให้คนที่ช่วยเหลือได้ทราบ เพื่อให้ง่ายขึ้น สามารถใช้แพลดตอฟอรแบบนี้ได้

วันเดียวกันผู้สื่อข่าวสำนักข่าวชายขอบลงพื้นที่สำรวจกลุ่มคนทำงานกลางแจ้ง พบว่าส่วนใหญ่ไม่ได้สวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันฝุ่นขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 โดยประชาชนจำนวนไม่น้อยยังแยกไม่ออกระหว่างหน้ากากป้องกันฝุ่นขนาดเล็กกับหน้ากากป้องกันโรค และเมื่อสอบถามว่าได้รับการแจกหน้ากากป้องกันฝุ่น PM2.5 หรือไม่ ส่วนใหญ่ตอบว่าไม่ได้รับรับ

นายรุน(นามสมมุติ) พนักงานเทศบาลแห่งหนึ่งในเมืองเชียงราย  กล่าวว่า รู้สึกแสบตา และแสบจมูกอยู่ทุกวันตั้งแต่เกิดวิกฤติฝุ่นมา โดยเฉพาะตอนขับรถ ตนต้องขับรถมาทำงานทุกเช้าได้รับและสูดละอองฝุ่นอยู่ตลอด ตอนนี้ยังรู้สึกไม่เป็นอะไรแต่ก็มีความกังวลในอนาคตจะป่วยหรือไม่

“ผมเห็นแม่ค้าในตลาดป่วยแพ้ฝุ่นกันเยอะมากเพราะทุกๆวันผมต้องไปตลาด โชคดีที่วันนี้เรายังไม่เป็นอะไร”นายรุน กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าทำไมถึงไม่สวมหน้ากากป้องกันฝุ่น นายรุนกล่าวว่า เพราะร้อนและอึดอัด

ขณะที่นายน่าน(นามสมมุติ) พนักงานขับรถการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย ซึ่งสวมหน้ากากอนามัยป้องกันโรคซึงใช้ป้องกันฝุ่น PM 2.5 ไม่ได้ กล่าวว่า ปกติหลังเลิกงานออกกำลังกายกลางแจ้งทุกวัน แต่ตอนนี้พักไป 2 วันแล้ว เพราะเป็นภูมิแพ้หนักมาก โดยจามอยู่แทบตลอดเวลา ทั้งยังมีอาการแสบตาด้วย โดยเดิมทีเป็นหอบหืดอยู่แล้ว ทำให้ต้องใช้ชีวิตยากขึ้นไปอีก ลูกที่บ้านก็ให้อยู่แต่ในห้องแอร์ ไม่อยากห้ออกมาข้างนอก

“ส่วนมากเวลาส่วนตัวหรือไปทำงานก็ใช้มอเตอร์ไซอยู่ดีเพราะคล่องตัวกว่า และต้องออกกลางแจ้งกับเจ้านายอยู่บ่อยครั้ง ตอนนี้ต้องใช้ยาพ่นคอ และหยอดตาเพื่อบรรเทาอาการ ในตอนทำงาน”นายน่าน กล่าว

เมื่อถามว่าได้รับแจกหน้ากากกันฝุ่น PM2.5 บ้างหรือไม่ นายน่านกล่าวว่า ไม่เคยได้รับแจก และไม่รู้ว่ามีหน่วยงานไหนแจก แต่ก่อนหน้านี้ได้ยินว่าผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่งนำไปแจกลูกบ้าน 

ขณะที่นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวในรายการผู้ว่าฯเชียงราย พบประชาชน ว่าสถานการณ์หมอกควัน ฝุ่น PM 2.5 ปกคลุมพื้นที่หนักมากว่า 9 วัน  เนื่องจากความกดดันอากาศทำให้หมอกควันถูกกดถึงพื้น โดยในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ในสัปดาห์ที่ผ่าน มีจุดฮอทสปอตจำนวน 1,253 จุด  จากพื้นที่ภาคเหนือ 9 จังหวัดรวมจังหวัดตากรวมประมาณ 2.8-3 หมื่นจุด ส่วนภายนอกประประเทศ เมียนมามีประมาณ 4.5 หมื่นจุด สปป.ลาวมีประมาณ 2 หมื่นจุด  

“หากดูในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่มกราคมถึงปัจุบัน ยอดรวมจุดฮอทสปอตของเมียนมา 2 แสนกว่าจุด ลาว 6 หมื่นกว่าจุด ซึ่งทางจังหวัดก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน กับลาวเราร่วมทำแนวกันไฟและจัดตั้งสภาลมหายใจลุ่มน้ำโขงเพื่อให้เกิดความร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหา ขณะนี้ได้ให้ ทาง TBC ประสานกับ ผู้ว่าราชการจังหวัดท่าขี้เหล็ก เพื่อขอหารือกันถึงสถานการณ์ในพื้นที่ที่คาดว่าจะเป็นวันที่ 9 เมษายนนี้ แต่กำลังพยายามขอเวลาที่เร็วกว่านี้”นายชูชีพ กล่าว

ผวจ.เชียงรายกล่าวว่า ในเรื่องการดูและสุขภาพขอให้ประชาชนเมื่อออกนอกบ้านให้ใส่หน้ากาก ไม่ทำกิจกรรมกลางแจ้ง ขอให้อยู่ในบ้าน ขณะนี้ได้มอบหมายให้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย มอบหน้ากากให้กับประชาชนจำนวน 2.7 แสนราย ให้กับกลุ่มเสี่ยง ผู้ป่วยมีโรคประจำตัวซึ่งเชียงรายมีอยู่ 1.7 แสนคน  เด็ก และผู้สูงอายุทยอยแจกจ่าย และ สาธารณสุขจังหวัดแจกไปประมาณ 2.5 หมื่นคน  อย่างไรก็ตามหากประชาชนขาดแคลนต้องการหน้ากากเใหม่ก็แจ้งได้ยัง อปท. หรือผู้นำชุมชนท้องที่ท้องถิ่น ซึ่งอปท.สามารถจัดหาให้ได้เพราะอยู่ในแผนเผชิญเหตุ 

ทั้งนี้จังหวัดเชียงรายมีห้องปลอดฝุ่น 457 แห่ง เอกชนร่วมสร้างอีก 302 แห่ง เทศบาลเมือง เทศบาลนคร ร่วมสร้างอีก รวมทั้งศูนย์เด็กเล็ก ส่วนในเรื่องการเจ็บป่วย ที่ปรากฎว่ามีเลือดกำเดาไหล ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความร้อน แต่หากสงสัยว่ามีสาเหตุอื่นให้ติดต่อคลีนิคมลพิษ PM 2.5 แพทย์ทางไกลที่ทาง สสจ.เชียงรายได้จัดให้ประชาชนสามารถโทร หรือออนไลน์เข้าไปปรึกษาได้ 

ส่วนในเรื่องการทำฝนหลวงนั้น ผวจ.เชียงรายกล่าวว่าขณะนี้ทางจังหวัดก็หารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ยังไม่สามารถทำได้ในขณะนี้เพราะความชื้นไม่พอ และทางจังหวัดพร้อมเปิดรับคำแนะนำหากหน่วยงานหรือใครมีนวตกรรมที่จะมาช่วยบรรเทาปัญหาได้