Search

ไฟไหม้ป่าต้นน้ำแต่เข้าไม่ถึงเหตุหน่วยงานรัฐไม่อนุญาตทำเส้นทางมอเตอร์ไซ-ชุมชนชาติพันธุ์บ้านแคววัวดำ-บ้านจะทอ จ.เชียงราย ร่วมมือดับมาแล้วร่วมเดือน-แฉสารพัดอุปสรรคล้วนมาจากภาครัฐ นอกจากไม่สนับสนุนงบประมาณยังมากด้วยกฎกติกา

เมื่อวันที่ 6 เมษายน ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวชายขอบลงพื้นที่หมู่บ้านแคววัวดำ ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย ซึ่งเป็นชุมชนชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ และหมู่บ้านจะทอ ชุมชนชาติพันธุ์ลาหู่ โดยบริเวณรอบเป็นผืนป่าขนาดใหญ่ และมีภูเขาต่อเนื่อง ส่งผลให้เมื่อเกิดไฟป่าลุกลามข้ามพื้นที่ได้ง่าย ซึ่งชาวบ้านจากหลายหมู่บ้านต้องร่วมมือกันเข้าดับไฟ

จะเย มูเซอ ชาวบ้านจะทอ  ชาวไทยเชื่อสายละหู่กล่าวว่า เขาอยู่กับป่ามานาน และไฟป่าเคยเป็นเรื่องปกติในอดีต เพราะพื้นที่เป็นป่าดิบชื้น เมื่อเกิดไฟก็สามารถดับลงได้เองตามธรรมชาติ แต่ปัจจุบันสภาพป่าเปลี่ยนไป กลายเป็นป่าไผ่ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้ไฟป่ารุนแรงและควบคุมยากขึ้น อีกทั้งชาวบ้านก็ไม่มีอำนาจจัดการป่าได้เหมือนในอดีต

 “เวลาไฟไหม้ ชาวบ้านหลายหมู่บ้านต้องรวมตัวกันออกไปดับไฟตั้งแต่เช้ามืด ต้องเตรียมเสบียงกันเอง บางครั้งถ้าขนขึ้นไปไม่ทัน คนเตรียมเสบียงขึ้นไปให้นั้นต้องรีบขึ้นดอยให้ถึงก่อนเที่ยง เพราะหากถึงเที่ยงแล้วเสบียงยังไม่ถึง ทีมที่ดับไฟป่าอยู่ก็แหมดแรง แล้วต้องถอยกลับลงไป โดยทางหน่วยงานรัฐไม่เคยมีงบมาช่วยเหลือเลย ชุมชนต้องพึ่งพากันเองทุกปี” จะเยกล่าว

เจ้าพนักงานเทศบาลตำบลแม่ยาว บ้านแควัวดำ กล่าวว่า เขาเริ่มออกดับไฟตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมและยังไม่ได้หยุดพักเลยจนถึงวันนี้ โดยพี่น้องชาวบ้านส่วนใหญ่ต้องสละเวลาทำงานมาดับไฟ เนื่องจากไม่ค่อยมีการสนับสนุนจากทางการจริงจังมากนัก

“ช่วงแรกเทศบาลอาจช่วยได้บ้าง แต่พอไฟไหม้นานเข้า ชาวบ้านก็ต้องพึ่งตัวเอง คนดับไฟมีน้อยเมื่อเทียบกับพื้นที่ป่าที่กว้างมาก ทำให้ควบคุมไฟได้ยาก” เขายังอธิบายว่า สาเหตุที่ไฟป่าในปีนี้รุนแรง เนื่องจากมีการสะสมของเชื้อเพลิงในป่ามากกว่า 3 ปี ทำให้ไฟลุกลามหนักกว่าปกติ

“ผมวิ่งดับไฟมาตั้งแต่ต้นมีนาคมแทบไม่ได้พัก ปีนี้ไฟเยอะมาก จริงๆ แล้วตามหลักการแล้ว เชื่อเพลิงต้องถูกจัดการทุกปีตั้งแต่ในช่วงปลายกุมภาพันธ์ถึงต้นมีนาคม จึงจะทำให้ไฟไม่ลุกลามใหญ่ขึ้น แต่ปัจจุบันนี้ มี ข้อบังคับห้ามเผามาตั้งแต่ 14 กุมภาพันธ์ ถึง 10 พฤษภาคม ทำให้ไม่สามารถจัดการเชื้อเพลิงได้ หากจะให้ชาวบ้านไปชิงเผาในช่วงมกราคมหรือต้นกุมภาพันธ์ก็ไม่ได้ เพราะความชื้นสูง จุดยังไงก็ไม่ติด ผมลองทำมาทุกปีแล้ว” เขากล่าว

เจ้าพนักงานเทศบาลตำบลแม่ยาว บ้านแควัวดำ กล่าวถึงข้อจำกัดของชุมชนในการจัดการป่าว่า ปัจจุบันชาวบ้านยังไม่มีสิทธิ์ดำเนินการได้เต็มที่ ตอนนี้ไฟไหม้ที่ป่าต้นน้ำของหมู่บ้าน แต่ชาวบ้านขึ้นไปดับไม่ได้ เพราะพื้นที่สูงชันและเสี่ยงอันตราย เคยขอให้ทำถนนดินเล็กๆ เพื่อให้มอเตอร์ไซค์ขึ้นไปได้ จะได้เข้าถึงจุดไฟไหม้ได้ง่ายขึ้น แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้รับอนุญาต พวกเราทำได้แค่สกัดไม่ให้ไฟลุกลามเข้าหมู่บ้านเท่านั้น

เขากล่าวว่า ภาครัฐมักเข้ามาเมื่อสถานการณ์รุนแรงแล้วเท่านั้น ขณะที่ความพยายามของชุมชนในการป้องกันตั้งแต่ต้นกลับไม่ถูกมองเห็น

“เวลามันลุกลามใหญ่โต หน่วยงานถึงจะเข้ามา เจ้าหน้าที่ป่าไม้มาลง มีฮอลิคอปเตอร์มา แต่ตอนที่ชาวบ้านพยายามกันไฟไม่ให้ลาม กลับไม่มีใครเห็น หรือให้การสนับสนุนเลย “เขากล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงเย็นได้เกิดฝนตกหนักและลมแรง ทำให้ชาวบ้านต่างพากันดีใจและคาดว่าไฟไหม้ป่าจะดับลง

————-