
เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 ณ ห้องประชุมธรรมลังกา ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบคุณภาพน้ำ แม่น้ำกก สาย รวก และโขง ครั้งที่ 3/2569 โดยมีนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง นักวิชาการ และภาคประชาสังคมเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน
โดยในที่ประชุม ผศ.เสถียร ฉันทะ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ในฐานะตัวแทนทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้นำเสนอผลการศึกษากรณีตรวจพบสารหนูสะสมในตัวอย่างเล็บและเส้นผม โดยมีข้อเสนอเชิงนโยบายว่า ปัจจุบันองค์การอนามัยโลก (WHO) มีเกณฑ์มาตรฐานสารหนูในเลือดและปัสสาวะ แต่ยังไม่มีเกณฑ์ที่ชัดเจนสำหรับในเส้นผมและเล็บ ซึ่งทีมวิจัยใช้เป็นดัชนีชี้วัดทางชีวภาพ (Biomarker)
ผศ.เสถียรกล่าวว่า นอกจากนี้ เนื่องจากกระทรวงสาธารณสุขยังไม่มีเกณฑ์แยกแยะเพื่อประเมินสถานการณ์ความไม่ปลอดภัยในสิ่งแวดล้อมจากตัวอย่างดังกล่าว จึงเสนอให้กระทรวงสาธารณสุขเร่งวางเกณฑ์การคัดกรอง เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความปลอดภัยทางสุขภาพต่อไป
(อ่านข้อเสนอเชิงนโยบายของนักวิจัยกรณีตรวจพบสารหนูในเส้นผมและเล็บได้ที่ https://transbordernews.in.th/home/?p=45322 )
ขณะเดียวกันในที่ประชุมได้เน้นย้ำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เร่งสร้างความเข้าใจเพื่อลดความวิตกกังวลของชุมชน โดยกำจัดอุปสรรคการเข้าถึงข้อมูลด้านสุขภาพในระดับพื้นที่ ทั้งผ่าน รพ.สต. เทศบาล และ อบต. เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจในการใช้ชีวิต เนื่องจากได้รับเสียงสะท้อนจากชาวบ้านว่ายังไม่ทราบแนวทางการปฏิบัติตัวที่ชัดเจน นอกจากนี้ควรสนับสนุนให้เทศบาลและ อบต. ที่มีความพร้อมมีบทบาทหลักในการขับเคลื่อนงานด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการดำเนินการด้านความปลอดภัยจากโลหะปนเปื้อนในแหล่งน้ำชุมชน โดยเฉพาะบ่อน้ำตื้นในพื้นที่หมู่บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตรซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แม้จะมีการล้างบ่อแล้ว แต่ยังจำเป็นต้องตรวจวัดคุณภาพน้ำซ้ำเพื่อความปลอดภัย
สำหรับการแก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดน ในที่ประชุมเห็นว่าปัญหาน้ำในลุ่มน้ำภาคเหนือเป็นผลกระทบต่อเนื่องมาจากพื้นที่รัฐฉาน ซึ่งต้องจัดการเชิงระบบในลักษณะเดียวกับการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่ต้องอาศัยการบริหารจัดการข้ามพรมแดนและกลไกจัดการภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพ
ด้านนายณรงค์ ลือชา รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย กล่าวถึงการตรวจซ้ำในกลุ่มที่พบการสะสมของสารหนูว่า จากการสำรวจปัสสาวะและสภาพแวดล้อมของชาวบ้านที่มีการสะสมสารหนูในเล็บหรือผมเกินเกณฑ์ 0.5 จำนวน 2 ราย (ซึ่งยังไม่มีมาตรฐานกำหนดชัดเจน) พบข้อสังเกตว่าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเกษตรกรและช่างอู่ซ่อมรถ ซึ่งไม่ได้สัมผัสน้ำจากแม่น้ำกกหรือหาปลาเป็นหลัก ทั้งนี้ในกลุ่มเกษตรกร 11 รายที่ตรวจพบสารหนูตกค้างในร่างกาย ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลตรวจปัสสาวะจากห้องปฏิบัติการเพื่อแยกแยะระหว่างสารหนูอินทรีย์และอนินทรีย์
“ในปีนี้สาธารณสุขจังหวัดได้ขยายกลุ่มเป้าหมายการตรวจคัดกรองเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 โดยเน้นกลุ่มอาชีพริมน้ำ เช่น ผู้เลี้ยงช้างและคนหาปลา รวมเกือบ 100 คน ในพื้นที่อำเภอแม่สรวย พาน และแม่ลาว พร้อมทั้งหารือกับกองโรคและเครือข่ายลุ่มน้ำอิงในพื้นที่อำเภอเทิง และเชียงของ เพื่อเฝ้าระวังในระยะยาว 5 ปี”นายณรงค์ กล่าว
ในที่ประชุมนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ ยืนยันว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้ปิดบังข้อมูลงานวิจัย และเตรียมจัดทำระบบ Dashboard รวบรวมผลการตรวจสอบจากทุกหน่วยงานไว้ที่เดียวเพื่อให้ง่ายต่อการเข้าถึง
อย่างไรก็ตาม นายจรัสพันธ์ อรุณคง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย (ปภ.) ชี้แจงถึงข้อจำกัดทางกฎหมายว่า ปัจจุบันยังไม่สามารถประกาศให้ปัญหาการปนเปื้อนสารโลหะหนักเป็น ภัยพิบัติได้ เนื่องจากติดขัดนิยามตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ซึ่งกำหนดระดับภัยไว้ 4 ระดับ แต่ภัยจากโลหะหนักยังไม่ถูกระบุไว้ในมาตรฐานเดียวกับอุทกภัยหรือวาตภัย
ทั้งนี้จังหวัดอยู่ระหว่างรอการประสานงานร่วมกันระหว่าง กรมควบคุมมลพิษ กรมอนามัย และ ปภ. เพื่อพิจารณายกร่างประกาศหรือแก้ไขนิยามตามที่จังหวัดได้เสนอไป โดยอาจใช้โมเดลการประกาศภัยจากฝุ่น PM 2.5 เป็นต้นแบบ เพื่อให้สามารถนำงบประมาณเงินทดรองราชการมาใช้เยียวยาประชาชนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ในที่ประชุมตัวแทนสำนักทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการเร่งด่วน 14 โครงการ เพื่อแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำแม่น้ำกกและแม่น้ำสาย วงเงินงบประมาณ 188.36 ล้านบาท ตามมติ คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ที่รับทราบข้อเสนอของ กสม. โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งทบทวนโครงการให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน
ในช่วงท้ายการประชุม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ล้านนา ได้นำเสนอแนวทางการทำงาน โดย มฟล. จะเน้นการตรวจคุณภาพน้ำ ส่วน มทร.ล้านนา จะเน้นตรวจดิน พืช และสัตว์น้ำ ซึ่งได้มีการหารือเบื้องต้นกับ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ในส่วนของงบประมาณสนับสนุนพื้นที่แล้ว และจะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนต่อไป


