
เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 ที่บริเวณริมแม่น้ำกก หมู่บ้านผามูบ ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย ชาวบ้านในชุมชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ลาหู่ ได้พิธีกรรมดั้งเดิมที่เรียกว่า “ศาลาเตเว” เพื่อสืบชะตาและขอขมาต่อป่าภูเขา และแม่น้ำ ก่อนเข้าสู่ฤดูเพาะปลูก โดยมีการตั้งเครื่องสักการะไว้ 6 จุด และผูกผ้าสีไว้ทั้ง 4 ทิศ พร้อมจุดสำคัญอีก 2 แห่ง คือริมแม่น้ำและใต้ต้นไม้ แทนการขอขมา “เจ้าป่าเจ้าเขา” และ “เจ้าแม่คงคา” เพื่อความอุดมสมบูรณ์ของพืชผล ความปลอดภัยของผู้คน และการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นผืนป่าหรือแม่น้ำ
ก่อนเริ่มพิธี ชาวบ้านทุกหลังคาเรือนได้นำข้าวปลาอาหารมารวมกัน และกินข้าวร่วมกันครัวเรือนละ 1 หม้อใหญ่ ซึ่งเป็นวิถีที่สืบทอดต่อเนื่องมายาวนานมากกว่า 200 ปีแล้ว
นาย ยะไก่ ชาวบ้านผามูบ ชาวไทยเชื้อสายลาหู่ กล่าวว่า หมู่บ้านอยู่ติดแม่น้ำกก วิถีชีวิตในอดีตผูกพันกับการหาปลาแทบทุกวัน เมื่อก่อนตื่นมาก็หาปลา น้ำลงก็ลากอวนหรือทอดแห เมื่อน้ำขึ้นก็ดักอวน ปักเป็ด แต่หลังเหตุการณ์น้ำท่วมและโคลนถล่มประมาณ 2 ปีก่อน น้ำในแม่น้ำกกขุ่นมากตั้งแต่นั้นมาจนถึงวันนี้ แล้วยังมีเรื่องสารพิษอีก ก็เลิกหาปลากันหมด แม้แต่น้ำยังไม่กล้าเอามาซักผ้าหรือรดผัก
ผู้นำชุมชนบ้านผามูบ และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 อธิบายว่า พิธีสืบชะตาแม่น้ำเป็นส่วนหนึ่งของความเชื่อที่ผูกพันกับสายน้ำมายาวนาน เพื่อคุ้มครองทั้งเด็กที่ลงเล่นน้ำ และชาวบ้านที่หาปลา
“เมื่อก่อนช่วงเตรียมพิธี แม่น้ำจะคึกคัก เด็กลงเล่นน้ำเต็มไปหมด ข้ามไปทำพิธีได้ทั้งสองฝั่ง เพราะน้ำยังสะอาดอยู่ แต่เดี๋ยวนี้บรรยากาศเปลี่ยนไป” นายยะไก่ กล่าว
ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านกล่าวว่า พิธีกรรมนี้เชื่อมโยงกับการเกษตร ซึ่งเป็นหัวใจของการดำรงชีวิตในชุมชน เมื่อก่อนเราทำไร่หมุนเวียน เดินเลาะภูเขาได้หมด แต่เลิกไปเมื่อประมาณ 20 ปีก่อน หลังมีการประกาศเขตป่าสงวน ทั้งที่ชุมชนอยู่มาก่อน ปัจจุบันชาวบ้านปรับตัวมาปลูกข้าว ข้าวโพด และสับปะรดในพื้นที่ของตัวเอง
นาย จะกี จะทอ ผู้นำจิตวิญญาณประจำหมู่บ้าน อธิบายว่า เดือนเมษายนถือเป็นช่วงก่อนเริ่มเพาะปลูกและออกทำมาหากิน โดยจะเลือกวันดีในเดือน ที่เรียกว่า “วันหอก” (สัตว์คล้ายกระรอก) และถือเป็นวันมงคลของชาวลาหู่
“ผมยกตัวอย่าง จุดเจ้าป่าเจ้าเขา คือการขอให้คนที่ออกล่าสัตว์ในอดีตปลอดภัย และให้การทำไร่หมุนเวียนราบรื่น”
ขณะที่ นายจะฟู สมาชิกสภาเทศบาล(สท.)ตำบลแม่ยาว และชาวบ้านผามูบ กล่าวว่า พิธีกรรมนี้ไม่ใช่เพียงการขอให้ผลผลิตงอกงาม แต่ยังเป็นการแสดงความขอบคุณต่อเจ้าป่าเจ้าเขา และเจ้าแม่คงคา ที่คุ้มครองหมู่บ้านมาตลอดทั้งปี
“ในสมัยก่อนเราไม่ได้นับถือพุทธ แต่เรานับถือผี ในช่วงที่ศาสนายังเข้าไม่ถึงเหมือนปัจจุบัน ถึงวันนี้เราจะหันมานับถือพุทธแล้ว แต่เราก็ยังเคารพเจ้าป่าเจ้าเขาเหมือนเดิม ไม่ว่ายุคไหนก็ยังรักษาความเชื่อนี้มาจนถึงปัจจุบัน” นายจะฟู กล่าวนายจะฟูกล่าวว่า แม่น้ำกกเป็นเส้นเลือดสายสำคัญของผู้คนริมฝั่ง ไม่ใช่เพียงของคนในชุมชน แต่เป็นของผู้คนทั้งลุ่มน้ำ ถ้าเหมืองทองหยุดลงก็คงดี ไม่อยากปล่อยให้เป็นแบบนี้เลย เพราะเหมือนมีบางส่วนในชีวิตของคนในชุมชนถูกทำลาย
นายจะฟูกล่าวว่า แม่น้ำกกเป็นเส้นเลือดสายสำคัญของผู้คนริมฝั่ง ไม่ใช่เพียงของคนในชุมชน แต่เป็นของผู้คนทั้งลุ่มน้ำ ถ้าเหมืองทองหยุดลงก็คงดี ไม่อยากปล่อยให้เป็นแบบนี้เลย เพราะเหมือนมีบางส่วนในชีวิตของคนในชุมชนถูกทำลาย


