
เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 เพจกรมควบคุมมลพิษ(คพ.)รายงานว่า นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า จากที่ คพ.ได้รายงานสถานการณ์คุณภาพน้ำ ครั้งที่ 17 และสถานการณ์คุณภาพตะกอนดิน ครั้งที่ 10 ของแม่น้ำกกและลำน้ำสาขา แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง โดย คพ.ได้แจ้งผลและพิจารณาแนวทางจัดการปัญหาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการประชุม “คณะทำงานติดตามสถานการณ์ปัญหาสิ่งแวดล้อมและผลกระทบต่อสุขภาพ ในพื้นที่แม่น้ำกกและลำน้ำสาขา แม่น้ำสาย แม่น้ำโขง และแม่น้ำสาละวิน” ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากกรมประมง กรมพัฒนาที่ดิน กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กรมทรัพยากรธรณี กรมชลประทาน กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร กรมการข้าว กรมอนามัย กรมควบคุมโรค การประปาส่วนภูมิภาค สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และหน่วยงานในจังหวัดที่เกี่ยวข้อง
นายสุรินทร์ กล่าวว่า ผลจากการติดตามคุณภาพตะกอนดินในแม่น้ำกกและลําน้ำสาขา แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง ครั้งล่าสุด (ครั้งที่ 10) คุณภาพตะกอนดินมีการเปลี่ยนแปลง โดยส่วนใหญ่พบค่าสารหนูอยู่ในระดับที่ไม่ปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดิน และบางจุดอยู่ในระดับที่เป็นอันตรายต่อสัตว์หน้าดินอย่างรุนแรงตามมาตรฐานคุณภาพตะกอนดินในแหล่งน้ำผิวดิน โดยเฉพาะในแม่น้ำกก บริเวณสะพานท่าตอน ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ สะพานมิตรภาพแม่นาวาง-ท่าตอน ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ สะพานเฉลิมพระเกียรติ ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย และแม่น้ำโขงทุกจุดตรวจวัดที่ผลการตรวจพบว่ามีค่าสูงผิดปกติ ซึ่งอาจเนื่องมาจากเป็นช่วงฤดูแล้ง ปริมาณน้ำมีน้อย กระแสน้ำไหลช้าในบางจุด ทําให้เกิดการตกตะกอนแขวนลอยสะสมในท้องน้ำมากขึ้น
อธิบดี คพ.กล่าวว่า แม้ว่า ปัจจุบันผลการตรวจวัดโลหะหนักในสัตว์น้ำยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยสําหรับการบริโภค แต่เนื่องจากสารหนูสามารถสะสมในห่วงโซ่อาหารได้ในระยะยาว จึงควรมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยกรมประมงมีแผนจะเก็บตัวอย่างสัตว์หน้าดินเพื่อเฝ้าระวังเพิ่มเติม และควรปฏิบัติตามข้อแนะนําของกรมประมงเพื่อลดความกังวลใจของการบริโภคสัตว์น้ำ เช่น ควรมีการปรุงสุกทุกครั้ง ไม่ควรรับประทานสัตว์น้ำชนิดเดิมซ้ำทุกวัน หลีกเลี่ยงการบริโภคสัตว์หน้าดิน เช่น กุ้ง หอย และเครื่องในหรือพุงปลาซึ่งเป็นจุดสะสมสารพิษ
“หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันพิจารณากำหนดแผนการติดตามตรวจสอบ เฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชน ให้สอดคล้องกันเพื่อเฝ้าระวังการปนเปื้อนคุณภาพน้ำ ตะกอนดิน การสะสมในสัตว์น้ำ สัตว์หน้าดิน พืชผลทางการเกษตร ดิน และสุขภาพประชาชน พร้อมกับการประชาสัมพันธ์ให้เข้าถึงพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่องต่อไป ในส่วนของการแก้ไขปัญหา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะเดินทางไปหารือกับประเทศเพื่อนบ้านในวาระอันใกล้นี้” นายสุรินทร์ กล่าว
ก่อนหน้านี้เฟสบุคของ Apinun Suvarnaraksha ของ รศ.ดร.อภินันท์ สุวรรณรักษ์ คณบดีคณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ ได้โพสต์ผลการตรวจสารโลหะหนักในน้ำและปลาของแม่น้ำกก แม่น้ำสายและแม่น้ำโขง โดยจัดทำเป็นกราฟิคและตาราง ซึ่งระบุว่าเป็นบทสรุปรวบยอด:กลไก “ความเงียบที่อันตราย”(The Ecological Risk Mod)
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในตารางประเมินความเสี่ยงเชิงพื้นที่และระบบนิเวศ (Diagnostic Matrix) ระบุว่า ปรอทและตะกั่ว คือภัยคุกคามหลักที่ต้องเร่งจัดการอย่างเร่งด่วน โดยปรอทมีค่าเกินเกณฑ์ในเนื้อปลา และในตับปลาพบว่าอยู่ในขั้นวิกฤต เช่นเดียวกับการตรวจพบขั้นวิกฤตในตะกอนดิน ส่วนตะกั่วพบว่าเกินเกณฑ์มาตรฐานในเนื้อปลา ส่วนในตับปลาและในตะกอนดินอยู่ในขั้นเฝ้าระวัง สำหรับสารหนูนั้นพบว่าอยู่ในตะกอนดินเกินค่ามาตรฐาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ทางจังหวัดเชียงรายร่วมกับนักวิชาการบางส่วน พยายามประชาสัมพันธ์ผ่านเพจ AI CARE Research Cluster โดยระบุว่า “สงกรานต์นี้ไม่ว่าจะกลับบ้านหรือมาเที่ยวเชียงราย สั่งปลาแม่น้ำกกกินได้สบายใจครับ ข้อมูลวิจัยยืนยันแล้วเนื้อปลาปลอดภัยจากพิษสารหนูครับ หลายคนถามว่า เนื้อปลาแม่น้ำกกยังกินได้ไหม วันนี้มีคำตอบจากข้อมูลจริงแล้วครับ ทีมวิจัยร่วมกับกรมประมง ตรวจปลา 200 ตัวอย่าง 43 ชนิด 9 อำเภอทั่วเชียงราย ผลชัดเจน ไม่พบสารหนูในเนื้อปลาเกินมาตรฐานแม้แต่ตัวอย่างเดียว ค่าเฉลี่ยแค่ 2.7% ของเกณฑ์” พร้อมทั้งแนะนำให้โหลดแอป “ปลาปลอดภัย”