Search

ทัพพม่าทิ้งระเบิดปูพรมริมแม่น้ำสาละวินพลาดข้ามมาฝั่งไทย-ชาวบ้านหนีกระเจิง-นายอำเภอสั่งเฝ้าระวัง-ขณะที่สถานพยาบาล-โบสถ์ฝั่งรัฐกะเหรี่ยงพังย่อยยับ นายกอบต.แม่สามแลบวอนรัฐเร่งหารือทางการพม่ายุติการโจมตีพื้นที่ชายแดนหวั่นอพยพใหญ่

เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 นายคำผัน โมกไธสง นายอำเภอสบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ให้สัมภาษณ์ภายหลังการตรวจเยี่ยมหมู่บ้านแม่สามแลบ ชายแดนริมแม่น้ำสาละวิน ภายหลังจากกองทัพพม่าใช้เครื่องบินมาทิ้งระเบิดโจมตีทหารกะเหรี่ยง KNU (Karen National Union-สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง)บริเวณอูมิท่า ริมแม่น้ำสาละวิน เมื่อเวลา 11.00 น.ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นสถานพยาบาล โบสถ์และโรงเรียน อยู่ตรงข้ามกับอุทยานแห่งชาติสาละวิน ในเขต ต.แม่สามแลบ ว่าเครื่องบินของทหารพม่าทิ้งระเบิดทั้งหมด 9 ลูก โดยข้ามมาตกฝั่งไทย 1 ลูกตรงข้ามอูมิท่าแต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

นายคำผันกล่าวว่าในส่วนของชาวบ้านแม่สามแลบ ขณะนี้มีบางส่วนได้ย้ายมาหลบภัยอยู่ในศูนย์รองรับบ้านแม่กองก๊าด ขณะเดียวกันให้หน่วยงานต่างๆร่วมกันเฝ้าระวังสถานการณ์โดยตลอด และมีแผนสำหรับเตรียมการอพยพในยามฉุกเฉิน

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่ระเบิดของทหารพม่าที่ข้ามมาฝั่งไทยจะดำเนินการอย่างไร  นายอำเภอสบเมยกล่าวว่า ได้รายงานเรื่องนี้ให้กับฝ่ายความมั่นคงทราบแล้ว ซึ่งฝ่ายความมั่นคงจะดำเนินมาตรการอย่างไรต่อไปยังไม่ทราบ

นายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)แม่สามแลบ กล่าวว่าตอนนี้ชาวบ้านยังรู้สึกกังวลใจว่า กองทัพพม่าจะยังเปิดปฎิบัติการทางอากาศอีกหรือไม่ โดยประชาชนฝั่งไทยสามารถเคลื่อนย้ายได้ในทันที แต่สำหรับประชาชนในฝั่งรัฐกะเหรี่ยงจะลำบากมาก โดยเฉพาะหากมีการทิ้งระเบิดในยามค่ำคืน

“ที่เรากังวลใจคือหากยังมีการทิ้งระเบิดแบบปูพรมตลอดริมแม่น้ำสาละวินเช่นที่เกิดขึ้นในระยะนี้ อาจจะเกิดการอพยพครั้งใหญ่เหมือนเมื่อ 2-3 ปีก่อน ชาวบ้านต้องหลบหาพื้นที่ปลอดภัย ตลอดแนวฝั่งสาละวินในรัฐกะเหรี่ยงมีทั้งชุมชน ค่ายผู้อพยพ ทราบว่าสถานพยาบาลได้รับความเสียหายหนัก โบสถ์ก็พัง ต่อไปคงไม่มีใครกล้าเข้าไปรักษาตัวที่สถานพยาบาลตรงนั้น ภาระก็กลับมายังฝั่งไทย เครื่องมือทางการแพทย์เสียหายหมด รวมทั้งบ้านพักครู”นายก อบต.แม่สามแลบ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าสถานการณ์ที่ส่อเค้ารุนแรงขึ้น รัฐบาลควรมีมาตรการอย่างไร นายพงษ์พิพัฒน์กล่าวว่า อยากให้ระดับนโยบายคือรัฐบาลควรหารือกับทางการพม่าอย่างเร่งด่วน เพราะไม่ควรเปิดปฎิบัติการทางอากาศบริเวณชายแดนเช่นนี้ เพราะมีโอกาสพลาดมายังฝั่งไทยสูง ที่สำคัญเป็นการกดดันให้ชาวบ้านฝั่งรัฐกะเหรี่ยงอพยพข้ามมาเพราะเป็นทางเลือกเดียวของพวกเขา

“กองทัพพม่าทิ้งระเบิดเช่นนี้ส่งผลกระทบกับไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ วันนี้ร้านค้าที่แม่สามแลบก็ต้องปิดหมด เรือก็ต้องหยุดวิ่ง การขนส่งสินค้าทางเรือก็ทำไม่ได้ เพราะต่างกลัวอันตรายจากระเบิด

ปัญหาคือไม่รู้ว่าสถานการณ์จะเกิดขึ้นเมื่องไรอีก เกรงว่าหากมีสะเก็ดระเบิดข้ามมาฝั่งไทย อาจจะทำให้ประชาชนไทยได้รับอันตรายไปด้วย”นายก อบต.แม่สามแลบ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณที่ระเบิดจากเครื่องบินของกองทัพพม่ามาตกฝั่งไทยอยู่ตรงข้ามกับอูมีท่า โดยหน่วยงานด้านความมั่นคงและผู้ใหญ่บ้านแม่สามแลบได้ลงไปตรวจสอบพื้นที่แล้ว ขณะเดียวกันได้มีชาวกะเหรี่ยงอพยพหนีข้ามมาจากอูมีท่าเพื่อหลบภัยบริเวณฝั่งไทยเป็นการชั่วคราวราว 10 คน ทั้งนี้นอกจากพื้นที่อูมีท่าแล้ว กองทัพพม่ายังได้ทิ้งละเบิดแบบปูพรมในพื้นที่ริมแม่น้ำสาละวินอีกหลายจุด

ชาวกะเหรี่ยงรายหนึ่งที่หนีภัยกล่าวว่า ตนเข้ามารักษาตัวที่สถานพยาบาลอูมีท่า แต่เมื่อเย็นวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมาได้มีการแจ้งเตือนว่าอาจมีเครื่องบินมาทิ้งระเบิด ตอนเช้าพวกตนจึงต้องหนีเข้าป่ากัน และเมื่อ11.00 น.มีเสียงเครื่องบินมาดังใกล้เข้ามา และระเบิดลงแถวสถานพยาบาลทั้งหมด 5 รอบๆละ2ลูก โดยระเบิดลงที่ฝั่งรัฐกะเหรี่ยง 9ลู ก และลงที่ริมน้ำสาละวินฝั่งไทย 1ลูก เชื่อว่าขณะนี้สถานพยาบาลได้รับความเสียหาย แต่ไม่สามารถเข้าไปดูได้