เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 นายฟูอาดี้ พิศสุวรรณ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เตรียมเดินทางไปพบกับพลเอกมินอ่องหลาย ประธานาธิบดีพม่า ที่กรุงเนปิดอว์ว่า มีความเสี่ยงมากที่จะส่งสัญญาณที่ผิดต่อฝ่ายตรงข้าม และชนกลุ่มน้อย ซึ่งก็เริ่มเห็นการโต้แย้ง และแสดงความไม่เห็นด้วยออกมาแล้ว และที่สำคัญถ้าดู reaction ของรัฐบาลต่างๆในอาเซียน ยกเว้น Manila ก็ไม่ได้ยอมรับอะไร
นายฟูอาดี้กล่าวด้วยว่า ยิ่งไปกว่ารัฐบาลอื่นๆทั่วโลกที่เราอยากปฏิสัมพันธ์ด้วยก็ไม่ได้เปลี่ยนท่าทีอะไร จะมีที่เป็นเรื่องหนักใจก็คืออิทธิพลของจีนที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงรัสซียด้วย หากไทยปล่อยเกียร์ว่างเลยก็อาจจะทำให้เราสูญเสียอำนาจต่อรองไป เป็นความกระอักกระอ่วนใจที่ไม่ง่าย
“คำถามน่าจะอยู่ที่จะ engage อย่างไร และเราได้ mandate จากเพื่อนๆอาเซียนมากขนาดไหน จำเป็นต้องเป็นท่านสีหศักดิ์ ซึ่งเป็นระดับรองนายกฯหรือไม่ ที่ไปสร้างความชอบธรรมเพิ่มเติมให้กับมิน อ่อง หลาย จริงๆแล้วสำหรับผม คิดว่าเมื่อครั้งก่อนที่ส่งตัวแทนเป็นท่านปานปรีย์ พหิทธานุกร ไปตอนแรก ซึ่งเป็นระดับที่ปรึกษาซึ่งมีความอาวุโส แต่ไม่ใช่ระดับฝ่ายการเมืองในตำแหน่งระดับสูง เหมือนท่านสีหศักดิ์ สิ่งที่น่าจะตามดูต่อไปคือทางการไทยจะมีความเคลื่อนไหวต่อไปอย่างไรกับฝ่ายตรงข้าม และชนกลุ่มน้อยต่างๆได้รู้สึกมีส่วนร่วมอยู่ ถ้าจำกันได้ นายกฯอันวาร์เองก็เจอมิน อ่อง หลาย แต่วันถัดมาก็เจอตัวแทนฝ่ายตรงข้ามทันทีเลย และมีการสื่อสารออกมาต่อสาธารณะด้วย”นายฟูอาดี้ กล่าว
อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มธ.กล่าวว่าโดยเฉพาะตอนนี้ชนกลุ่มน้อยหลายกลุ่มกำลังสร้างตัวเองขึ้นมาเป็น “statelets” หรือ จุลรัฐ ที่มีระบบการปกครอง มีระบบจัดเก็บภาษี ให้บริการสาธารณะต่างๆ และกิจกรรมของกลุ่มเหล่ามีผลต่อไทยโดยตรง เพราะหลายจุลรัฐที่เริ่มมีศักยภาพขึ้นก็ติดอยู่กับไทย
รศ.นฤมล ทับจุมพล อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกล่าวว่าไม่แปลกใจ เพราะก่อนหน้านั้นนายปานปรีดิ์ ประธานที่ปรึกษาต่างประเทศก็ไปร่วมตอนพม่าเปิดประชุมสภาและแต่งตั้ง พลเอกมินอ่องหลายขึ้นเป็นประธานาธิบดีเรียกได้ว่าประเทศไทยยอมรับการเลือกตั้งจอมปลอม (sham election) เมื่อ 28 ธันวาคม, 11 และ 25 มกราคม และให้ความชอบธรรมกับการขึ้นมาของรัฐบาลทหารภายใต้การนำของ พลเอกมินอ่องหลายไปแล้ว
“ไม่รู้ว่าทางฟิลิปปินส์ที่เป็นประธานอาเซียนจะว่าอย่างไร ส่วนของไทย น่าจะวุ่นวานกับปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจและพลังงานในประเทศ เผลอๆ การไปเยือนพม่าของนายสีหศักดิ์ อาจจะเป็นโจทย์เรื่องความมั่นคงทางพลังงาน มากกว่าความมั่นคงชายแดน”รศ.นฤมล กล่าว
รศ.นฤมลกล่าวว่า อีกครั้งที่เราสามารถมองนโยบายต่างประเทศไทยแบบ Bamboo Diplomacy หรือไผ่ลู่ลม ได้อีกครั้ง เพียงแต่นักเคลื่อนไหว นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในพม่าอาจจะรู้สึกเสียใจ คาใจ ถูกหักหลังและเสียศูนย์ไปบ้าง ส่วนพวกเราก็คงต้องเรียนรู้กับสถานการณ์เมื่อโลกหันขวา
ผู้สื่อข่าวรายงานนายสีหศักดิ์ มีกำหนดการเยือนกรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมาในวันที่ 21 เมษายน 2569 โดยมีสื่อมวลชนเพียง 2 สำนักข่าวได้รับเชิญให้ร่วมเดินทางไปกับคณะ แต่รายละเอียดของกำหนดการถูกปกปิดเป็นความลับ
