เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 Kachin News Group สำนักข่าวท้องถิ่นของคะฉิ่นรายงานว่า ชุมชนในรัฐคะฉิ่น ประเทศพม่าได้เรียกร้องให้ยุติการทำเหมืองทองที่กำลังสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่มากเกินไป โดยเฉพาะต่อลำธาร “มูลา” แหล่งน้ำธรรมชาติที่มีชื่อเสียงในเมืองปูต่าโอ่ รัฐคะฉิ่น ซึ่งมีต้นน้ำจากภูเขาหิมะ “คากาโบราชี” กำลังถูกคุมคามจากการทำเหมืองทอง
สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พบว่าเริ่มมีการทำเหมืองทองแบบใช้เครื่องจักรหนักทางตอนบนของลำธารมูลาใกล้กับหมู่บ้านมูลาชีดี ในเมืองปูต่าโอ่
“มีการทำเหมืองทองคำอยู่ตามลำธารมูลา ไม่ไกลจากหมู่บ้านของเรา บางแห่งอยู่ริมฝั่ง และบางแห่งใช้แพที่ตั้งอยู่ในลำธาร โดยสูบตะกอนจากก้นลำธารขึ้นมาและสกัดเอาทองคำออกมา” ชาวบ้านจากหมู่บ้านมูลาชีดีคนหนึ่งกล่าว
ชาวบ้านยังระบุว่า มีบุคคลประมาณ 7 คน รวมถึงนักธุรกิจท้องถิ่นกำลังทำเหมืองทองอย่างน้อย 6 แห่งในพื้นที่ โดยใช้เครื่องจักรหนักในการดำเนินงาน โดยกองทัพพม่าที่ประจำการอยู่ในหมู่บ้านมูลาชีดี พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อนุมัติการทำเหมืองทอง แม้ว่าจะยังไม่ชัดเจนว่าใบอนุญาตดังกล่าวมีระยะเวลาดำเนินการนานแค่ไหน
ทั้งนี้ลำธารมูลามีต้นกำเนิดจากภูเขาคากาโบราซี ยอดเขาที่สูงที่สุดในพม่า ถือเป็นสถานที่สำคัญทางธรรมชาติในเมืองปูตาโอ่ และเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญสำหรับทั้งภูมิภาค ชุมชนในตัวเมืองปูต่าโอ่ รวมถึงหมู่บ้านต่างๆ เช่น หมู่บ้านมูลาชีดี มูลาดี และเยโชดี ต่างพึ่งพาลำธารแห่งนี้เป็นหลัก
ทางด้านนักสิ่งแวดล้อมได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การตัดสินใจอนุญาตให้มีการทำเหมืองทองในแหล่งน้ำที่สำคัญแห่งนี้ แทนที่จะอนุรักษ์อย่างระมัดระวัง โดยเรียกการกระทำดังกล่าวว่าเป็นการกระทำที่ประมาทเลินเล่ออย่างแท้จริง
“มูลาเป็นสถานที่สำคัญที่มีเอกลักษณ์ น้ำใส เย็น และสวยงามมาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีหน้าที่ต้องปกป้องสถานที่แบบนี้ แต่กลับอนุญาตให้มีการทำเหมืองทอง ซึ่งไม่สมเหตุสมผลเลย ตอนนี้ลำธารเริ่มเสื่อมโทรมแล้ว ชาวบ้านจึงมีหน้าที่ต้องปกป้องและอนุรักษ์” นักสิ่งแวดล้อมกล่าว
นอกจากนี้ ลำธารมูลายังเป็นแหล่งอาศัยของปลาหลากหลายชนิดและเป็นสถานที่ที่มีการก่อตัวของหินตามธรรมชาติ โดยยังมีความสำคัญต่อชุมชนท้องถิ่นหลายแห่ง
“มูลาเป็นสถานที่สำคัญทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์ ดังนั้นทุกชุมชนในเมืองปูต่าโอ่จึงมีหน้าที่ต้องอนุรักษ์ แต่ตอนนี้เป็นเรื่องน่าเศร้าที่เห็นการทำเหมืองทองคำเกิดขึ้นที่นั่น” ชาวบ้านคนหนึ่งกล่าว
ชาวบ้านในพื้นที่รายนี้กล่าวด้วยว่า ความใสของลำธารมูลาเริ่มลดลงเนื่องจากการทำเหมือง หากไม่มีการดำเนินการอย่างเร่งด่วน มลพิษทางน้ำจะยิ่งแย่ลง และภาคเกษตรกรรมในพื้นที่อาจได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง
“ฉันไม่แน่ใจว่าอนาคตน้ำในลำธารจะยังดื่มได้หรือไม่ ลำธารแห่งนี้อุดมไปด้วยปลา ฉันได้ยินมาว่าเมื่อมีการขุดทอง ปรอทอาจปนเปื้อนลงในน้ำและทำให้น้ำไม่ปลอดภัยสำหรับการดื่ม ฉันเป็นห่วงมากเกี่ยวกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นกับลำธารมูลา” ชาวบ้านกล่าว พร้อมเรียกร้องให้ยุติการทำเหมืองทองคำในลำธารมูลาโดยทันที
ทั้งนี้ ก่อนการรัฐประหารในปี 2564 พบมีการทำเหมืองทองขนาดเล็กในเมืองปูต่าโอ่ แต่หลังจากที่กองทัพพม่ายึดอำนาจ การทำเหมืองทองขนาดใหญ่ที่ผิดกฎหมายโดยใช้เครื่องจักรหนักก็แพร่หลายมากขึ้น โดยพบว่า การทำเหมืองทองบางแห่งมีมากจนเกินไป จนทำให้แม่น้ำและลำธารที่ไหลผ่านชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรมหายไปอย่างสิ้นเชิง
—–2
ขอบคุณภาพจากเว็บไซต์ https://www.wexas.com/ See less
