เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงกรณีที่พบ ปลาแข้ (หรือปลาแค้) ในแม่น้ำโขงมีอาการป่วยโดยมี ตุ่มพองขึ้นตามลำตัว เงี่ยง และหาง ที่ อ.เชียงคาน จ.เลย ซึ่งสร้างความกังวลให้กับคนในพื้นที่อย่างมาก จึงได้สั่งการ กรมควบคุมมลพิษ(คพ.) ลงพื้นที่หาข้อเท็จจริงและตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม พร้อมสื่อสารกับประชาชน
ขณะที่นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า ล่าสุดได้มอบหมายให้สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 9 (สคพ.9) ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างคุณภาพน้ำและตะกอนดินเพื่อส่งห้องปฏิบัติการวิเคราะห์โลหะหนัก ในจุดเก็บตัวอย่างแม่น้ำ 3 จุด ได้แก่ บ้านคกงิ้ว ต.ปากตม อ.เชียงคาน จ.เลย , บ้านเชียงคาน หมู่ 1 ต.เชียงคาน อ.เชียงคาน จ.เลย (บริเวณที่พบปลาตามข่าว) และแก่งคุดคู้ ต.เชียงคาน อ.เชียงคาน จ.เลย ซึ่งผลการตรวจในห้องปฏิบัติการจะทราบภายในหนึ่งสัปดาห์ ทั้งนี้ ได้ตรวจวัดเบื้องต้นด้วย Test kit โดยผลการตรวจทั้งสามจุดพบสารหนู 0.005 มก./ล ซึ่งไม่เกินเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดิน
อธิบดี คพ.กล่าวว่า นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ สคพ.9 ได้พบและสอบถามประชาชน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และสืบหาแหล่งกำเนิดของปัญหา โดยผู้ประกอบการเรือนำเที่ยว ได้ให้ข้อมูลว่าบริเวณแก่งคุดคู่ ไม่พบปลาลักษณะที่เป็นข่าว ส่วนผู้ประกอบการร้านอาหารซึ่งโดยปกติจะนำปลาจากแม่น้ำโขงมาทำอาหารจำหน่ายด้วย ก็ยังไม่เคยพบปลาลักษณะที่เป็นข่าวเช่นกัน
ขณะที่นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย กล่าวว่า สำนักงานประมงจังหวัดเลย กรมประมง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยมีการเก็บตัวอย่างสัตว์น้ำจากพื้นที่แม่น้ำโขงในเขตอำเภอเชียงคานและอำเภอปากชม รวมถึงจากตลาดชุมชนในพื้นที่ ได้แก่ บริเวณสกายวอล์ค ตำบลปากตม และตลาดสดปากชม เพื่อนำส่งตรวจหาสารหนูในเนื้อสัตว์น้ำเป็นประจำทุกไตรมาส (พฤศจิกายน กุมภาพันธ์ พฤษภาคม และสิงหาคม) ซึ่งการเก็บตัวอย่างครั้งถัดไปกำหนดในเดือนพฤษภาคม
ผลการตรวจสอบกรณีปลาแค้ที่มีตุ่มตามลำตัว จากข้อมูลของกรมประมง และ ดร.กัลย์กนิต พิสมยรมย์ ประธานสาขาวิทยาศาสตร์การประมง คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร พบตรงกันว่า ตุ่มดังกล่าวเป็น “ถุงของพยาธิใบไม้” ในกลุ่ม Digenea ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค หากนำมาปรุงให้สุกก่อนรับประทาน
นางสิริฉัตร สุนทรวิภาต ประมงจังหวัดเลยกล่าวว่า หลังจากที่มีการตรวจพบว่าน้ำโขงที่จังหวัดเลยมีสารหนูไม่เกินมาตรฐาน ทางประมงก็ได้เก็บตัวอย่างสัตว์น้ำมาตรวจ 2 ครั้งแล้ว โดยมีปลาแข้ 4 ตัวที่ได้นำมาตรวจ แต่เป็นปลาแข้ที่ไม่มีอาการ หรือผิวผิดปกติ และไม่พบสารหนูเกินมาตรฐานในตัวปลา และตอนนี้ทางประมงจังหวัดเลยก็ได้ประกาศหากพบปลาผิดปกติทางประมงรับซื้อเพื่อนำส่งตรวจ และในการเก็บตัวอย่างปลา ประมงจังหวัดเลยก็จะเก็บในจุดเดียวกับที่ สคพ.ที่ 9 (อุดรธานี)เก็บตัวอย่างน้ำตรวจ เพื่อให้ผลการตรวจชัดเจน
“ปลาแข้ เป็นปลาที่อยู่ในน้ำไหล หากินใต้ท้องน้ำนอนในแก่งหิน เนื่องจากปลาที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ อ่อนแอ อาจป่วย มีพยาธิเป็นตุ่มให้เห็น ซึ่งตามที่กรมประมงเคยแจ้งว่าสามารถกินได้โดยทำให้สุกก่อน” หัวหน้าประมงจังหวัดกล่าว และว่า อย่างไรก็ตามทางประมงก็ได้ให้คำแนะนำเมื่อพบว่าน้ำโขงมีการปนเปื้อนที่หน่วยงานมีการตรวจพบให้ระวังในการบริโภคไม่ทานต่อเนื่อง ให้ระมันระวังในการบริโภค
ด้านนายมนตรี จันทวงศ์ นักสิ่งแวดล้อมกลุ่มเสรีภาพแม่น้ำโขง กล่าวว่า การที่ทางผู้ว่าราชการจังหวัดเลยแถลงผลออกมามีคำถามว่าในบทบาทไหน เนื่องจากในเรื่องการตรวจสารปนเปื้อนในปลานั้นการเชื่อมโยงของการได้รับสารหนูนั้นไม่เป็นเส้นตรง การปนเปื้อนโลหะหนักในน้ำทำให้ปลาร่างกายอ่อนแอ และอยู่ในสภาพน้ำปนเปื้อนเป็นอย่างต่อเนื่องจึงทำให้ปลาป่วยมีพยาธิในร่างกาย ก็เหมือนคนได้รับเชื้อ HIV แต่คนไม่ได้ตายเพราะเชื้อHIV แต่ตายเพราะเชื้อฉวยโอกาสตัวอื่น การอธิบายว่าสาเหตุที่ทำให้ปลาป่วยเพราะพยาธิใบไม้ ไม่มีใครเถียง แม้ว่าปลาจะมีเชื้อมะเร็ง ก็ยังต้องพิสูจน์ กันต่ออีกหลายรอบ
“การที่เกิดสภาพแม่น้ำที่เป็นสาเหตุทำให้ปลาอ่อนแอ เราก็ต้องถามว่าหน่วยงานหรือทางจังหวัดจะดำเนินการอย่างไรต่อไป อยากให้หน่วยงานแจ้งแนวทางปฏิบัติ เพราะที่ผ่านมาผลจากแล็บ พบว่า ในปลามีสารหนู ตะกั่ว และแคดเมียม ปนเปื้อนแล้วเพียงไม่เกินมาตรฐาน นั่นบ่งชี้สภาพแวดล้อมของปลาที่ป่วยได้หรือไม่”นายมนตรี กล่าว
นายมนตรีกล่าวว่า ภายหลังจากที่ออกจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี กรณีพบปลาผิดปกติในภาคอีสาน ยื่นต่อนายกรัฐมนตรี ต่อไปทางเครือข่ายก็จะยื่นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงสาธารณะสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การที่พบปลาป่วยที่เชียงคานอาจไม่ใช่พื้นที่แรก เพราะพื้นที่มีความเสี่ยงเรื่องสารปนเปื้อนโลหะหนัก ที่ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย ก็มีความเสี่ยงเช่นกัน เพราะมีเหมืองอยู่ต้นน้ำสาขาแม่น้ำโขง ไม่ต่างจากเชียงคาน ที่มีแม่น้ำสาขาที่อยู่เหนือแม่น้ำโขงขึ้นไป ชาวบ้านที่พบปลาป่วยอาจไม่ได้สนใจ เช่นนั้นการเฝ้าระวังจึงเป็นสิ่งจำเป็น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาเฝ้าระวังและตรวจสอบสถานการณ์ในพื้นที่
