เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 สำนักข่าว Ngao Leng Mun Mai รายงานว่า กองกำลังโกก้าง MNDAA (Myanmar National Democratic Alliance Army) อาจเตรียมบุกยึดเมืองน้ำคำและเมืองน้ำตู้ จากกองกำลังปะหล่อง TNLA (Ta’ang National Liberation Army) เนื่องจากท่อส่งก๊าซของจีนจะผ่านทั้งสองพื้นที่ อีกทั้งขณะนี้ ทางโกก้าง MNDAA ได้ใช้กำลังทหารขับไล่ทหารปะหล่อง TNLA ที่ประจำอยู่ตามเส้นทางเมืองน้ำตู้ – เมืองล่าเสี้ยว ไปจนถึงเมืองเย๋น โดยมีการเชิญธงของกองกำลังโกก้าง MNDAA ขึ้นสู่ยอดเสาบนเส้นทางเหล่านี้ เพื่อแสดงว่าเป็นเขตพื้นที่ของทางกลุ่มโกก้างแล้ว ชาวบ้านอ้างกับสื่อไทใหญ่ว่า ทางกองกำลังโกก้าง MNDAA ได้ผ่านเข้าไปในเขตเมืองเย๋นและผ่านด่านของกองกำลังปะหล่อง TNLA ได้อย่างอิสระ
สื่อไทใหญ่ระบุว่า มีกำลังทหารโกก้างราว 500 – 600 นาย เข้ามาประจำตามเมืองเย๋นและพื้นที่ใกล้เคียง ขณะที่เมืองเย๋นนั้นอยู่ในพื้นที่ควบคุมของพรรคก้าวหน้ารัฐฉาน/กองกำลังรัฐฉานเหนือ SSPP/SSA (Shan State Progress Party/Shan State Army) ขณะที่เมืองน้ำตู้ อยู่ในพื้นที่ของกองกำลังปะหล่อง TNLA โดยสื่อไทใหญ่คาดการณ์ว่า โกก้างอาจกำลังเตรียมปฏิบัติการบางอย่างให้กับจีน โดยกองกำลังโกก้าง MNDAA ได้เพิ่มกำลังทหารเข้ามาเป็นจำนวนมากในเมืองอี่นาย ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองล่าเสี้ยวด้วย หลังขับไล่ทหารปะหล่อง TNLA ออกจากพื้นที่ดังกล่าว
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 กองกำลังโกก้างได้ตั้งด่านจับกุมเยาวชนทั้งหญิงชายใกล้กับหมู่บ้านอี่นาย ซึ่งเป็นเยาวชนที่สัญจรไปมาและเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยทหารโกก้างใช้ข้ออ้างตรวจค้นสารเสพติด โดยมีรายงานว่า เยาวชนกว่า 70 รายถูกจับกุม
ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่แสดงความเป็นห่วงว่า กองกำลังโกก้างอาจใช้ข้ออ้างนี้จับกุมเยาวชนเพื่อนำไปเป็นทหารในกองทัพตน ส่วนสถานการณ์ในเมืองแสนหวี ทางตอนเหนือของรัฐฉาน
สำนักข่าว SHAN รายงานว่า กองกำลังโกก้างนำนักธุรกิจจีนกว้านซื้อที่ดินในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ชาวบ้านหลายรายจำใจต้องขายที่ดินของตนแม้ไม่เต็มใจเพราะถูกบีบให้ขาย ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนหวั่นจะถูกยึดที่ดินโดยไม่ได้รับเงินค่าชดเชยจึงตัดสินใจขายที่ดินของตนเป็นต้น
ด้านชาวบ้านในพื้นที่เป็นห่วงอนาคตลูกหลานชาวเมืองแสนหวีอาจไม่มีที่ดินทำกิน และต้องกลายเป็นลูกจ้างให้กับนักธุรกิจจีนที่เข้ามาทำธุรกิจในพื้นที่ การกว้านซื้อที่ดินในเมืองแสนหวีอย่างต่อเนื่อง ทำให้ราคาที่ดินในพื้นที่ขยับขึ้นสูงตามไปด้วย ทำให้ชาวบ้านท้องถิ่นไม่สามารถซื้อที่ดินผืนใหม่ได้
ชาวแสนหวีบางส่วนเชื่อว่า การกว้านซื้อที่ดินในเมืองแสนหวีนั้น เป็นเพราะนักธุรกิจจีนเล็งเห็นจะมีโครงการพัฒนาเข้าในพื้นที่ในอนาคต นอกจากนี้ ในเมืองแสนหวี เมืองกุ๋นโหลงและเมืองโหป่าง ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของโกก้างและกองกำลังสหรัฐว้า UWSA มีการใช้เงินหยวนจีนอย่างแพร่หลายเพิ่มมากขึ้น
สื่อ Ngao Leng Mun Mai รายงานว่า การใช้เงินหยวนในเมืองแสนหวีนั้นทำให้เกิดความตึงเครียดระหว่างพ่อค้าชาวจีนและผู้ซื้อที่เป็นชาวบ้านในพื้นที่ โดยชาวบ้านต้องการจ่ายเงินจั๊ตพม่าเพื่อซื้อของ ในขณะที่พ่อค้าชาวจีนต้องการให้ใช้จ่ายเป็นเงินหยวนทำให้เกิดการทะเลาะวิวาทกันเป็นต้น
ขณะที่ชาวบ้านแสดงความเป็นห่วงว่า จีนกำลังเข้ามามีอิทธิพลในทุกด้าน “เราได้เห็นจีนเข้ามามีอิทธิพลในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นในด้านภาษา ที่ดินทำกิน วัฒนธรรมและด้านเศรษฐกิจ เข้ามามีอิทธิพลอย่างช้าๆ เรื่องนี้เป็นสิ่งที่น่ากังวลสำหรับคนเชื้อชาติของเรา กลัวว่าอีกไม่นาน ภาษา วัฒนธรรมของเราจะถูกกลืนหายเหมือนธนบัตรพม่า” ชาวบ้านรายหนึ่งกล่าว
