เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2569 สมพร เพ็งค่ำ ผู้อำนวยการ CHIA Platform และหัวหน้าโครงการวิจัยการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมผ่านการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ภาคพลเมือง ในกระบวนการเฝ้าระวังผลกระทบทางสุขภาพโดยชุมชน ซึ่งสนับสนุนโดยสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) เปิดเผยว่าตามที่ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ได้ส่งตัวอย่างหอยที่เก็บจากแม่น้ำสาละวิน ส่งมาให้ทีมวิจัยตรวจที่ห้องปฏิบัติการศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พบว่ามีการปนเปื้อนสารหนูและตะกั่วสูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน ส่วนแคดเมียม ยังไม่เกินค่ามาตรฐาน ขณะที่สารโครเมียม ทองแดง และแมงกานีส พบค่าการปนเปื้อนแต่ยังไม่มีการประกาศค่ามาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขจึงไม่มีค่าอ้างอิง ส่วนปรอทตรวจไม่พบ
สมพรกล่าวว่า สารหนูและปรอทซึ่งเป็นมลพิษที่อันตรายเนื่องจากมีความเป็นพิษสูงและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ดังนั้นทีมวิจัยจึงวางแนวทางการทำงานดังนี้ 1.แจ้งให้ทางนายก อบต.แม่สามแลบ และ ทีมเฝ้าระวังฯ สาละวิน ให้รับทราบ (เป็นทีมชุมชนที่ร่วมดำเนินการวิจัย โดยได้รับการพัฒนาศักยภาพให้เป็นทีมเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ) เพื่อให้สื่อสารข้อมูลไปยังสมาชิกของชุมชนตนเอง แนะนำให้ชาวบ้านหลีกเลี่ยงการกินหอยเป็นการชั่วคราวโดยเฉพาะ เด็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคไต โรคมะเร็ง
2.ขอให้ทีมเฝ้าระวังช่วยเก็บตัวอย่างหอยส่งมาให้ทีมวิจัยตรวจเพิ่มเติม โดยจะตรวจหาสารหนูอนินทรีย์ ซึ่งเป็นแบบมีพิษสูง 3.ทีมวิจัยจะร่วมกับทีมเฝ้าระวังของพื้นที่ ออกแบบและร่วมกันทำการคัดกรองความเสี่ยงทางสุขภาพ ซึ่งตอนนี้นักวิจัยกำลังปรับแบบคัดกรองความเสี่ยงให้เหมาะกับบริบทของสาละวิน
3.ผลจากการทำแบบคัดกรองความเสี่ยงจะทำให้ทราบว่าใครเสี่ยงสูง ซึ่งทีมวิจัยจะใช้ข้อมูลนี้ประสานงานกับหน่วยบริการสุขภาพในพื้นที่ ขอความร่วมมือในการเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ โดยตรวจหาสารหนูในปัสสาวะ และ หาตะกั่วในเลือด
4.หากมีการตรวจพบการปนเปื้อนในร่างกายของคนในชุมชน จะได้ประสานให้ได้เข้ารับบริการที่เหมาะสม พร้อมกับร่วมกันกำหนดวิธีการ/มาตรการ ลดการได้รับสารพิษเข้าสู่ร่างกายเพื่อป้องกันไม่ให้ชาวบ้านมีปัญหาสุขภาพในระยะยาวต่อไป โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ
“กระบวนการทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้โครงการวิจัยที่มุ่งสร้างกลไกการเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของชุมชน ให้ชาวบ้านมีความรอบรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ เข้าถึงข้อมูล คิดวิเคราะห์ และใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจปกป้องตนเองจากความเสี่ยงและร่วมกับรัฐในการตัดสินใจแก้ไขปัญหา”สมพร กล่าว
นพ.ขวัญประชา เชียงไชยสกุลไทย นายแพทย์เชี่ยวชาญ สำนักวิชาการสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า มีการตรวจพบการปนเปื้อนสารโลหะหนักน้ำในแม่น้ำสาละวินจึงไม่น่าแปลกใจที่สัตว์ซึ่งอาศัยอยู่มีสารปนเปื้อนด้วย ซึ่งเป็นธรรมชาติของห่วงโซ่อาหาร และเมื่อมีการบริโภคหอยที่ปนเปื้อนก็ได้รับสารพิษไปด้วย รวมถึงปลาล่าเหยื่อต่างๆ และปลาหน้าดินก็มีความเสี่ยงซึ่งเราเคยตรวจพบมีการปนเปื้อน เพียงแต่มีการตรวจแบบแยกส่วนซึ่งพบสารโลหะหนักในหัวปลาและเครื่องใน
“เราต้องเฝ้าระวังในมนุษย์ว่าได้รับสารปนเปื้อนไปบ้างหรือไม่ อย่างไร หากได้รับพิษก็ต้องหาทางช่วยเหลือและต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขก็ต้องทำระบบเฝ้าระวัง และตรวจสอบสารในอาหารที่ขายในตลาดด้วย ต้องตื่นตัวกันมากกว่านี้”นพ.ขวัญประชา กล่าว และว่าทางการควรออกเป็นประกาศเตือนเพราะสารพิษที่พบในหอยเกินอันตรายมาก เกินกว่ามาตรฐาน 10-20 เท่า”นพ.ขวัญประชา กล่าว
ด้านนายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ นายก อบต.แม่สามแลบ กล่าวว่าได้แจ้งเตือนไปยังชาวบ้านแม่สามแลบและชุมชนที่อยู่ริมแม่น้ำสาละวินให้เลี่ยงกินหอยก่อนเพราะผลการตรวจพบสารหนูสูงมาก อย่างไรก็ตามกำลังรอการประสานงานจากหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบอยู่ว่าจะเข้ามาดำเนินการอย่างไร
ขณะที่แม่บ้านรายหนึ่งในหมู่บ้านแม่สามแลบกล่าวว่า ชุมชนที่อาศัยตามลำน้ำสาละวิน เช่น บ้านแม่สามแลบ บ้านสบเมย บ้านป่ากล้วย โดยปกติแล้วกินหอยแม่น้ำสาละวินเป็นอาหารตามฤดูกาลเป็นที่นิยม ชาวบ้านออกไปจับหอยที่อยู่ตามแก่งหินริมแม่น้ำ ในช่วงต้นฤดูแล้งที่น้ำสาละวินใส ชาวบ้านออกไปงมๆ ตามริมฝั่ง เอามาทำแกงข้าวคั่ว แกงข้าวเบอะแบบกะเหรี่ยง ผัดใส่ยอดผักชะอม ชาวบ้านออกไปหาช่วงกลางคืนจะจับได้มาก
“พอฝนตก น้ำเริ่มขุ่น น้ำขึ้นก็จะหมดแล้ว บางคนก็ขายกันในหมู่บ้าน กิโลกรัมละเป็นร้อยบาท ขายดีมากเพราะรสชาติอร่อย เป็นที่นิยม พวกเรายังไม่ค่อยรู้ข่าวเรื่องที่หอยมีสารพิษปนเปื้อน” ชาวบ้านกล่าว
