เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวชายขอบ และ The Reporters ได้จัดเวทีออนไลน์ประเด็นปัญหาการปนเปื้อนสารพิษในสัตว์น้ำและแม่น้ำสาละวิน โดยมีวิทยากรประกอบด้วย ผศ.ดร.ว่าน วิริยา ผู้ช่วยหัวหน้าศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) และนายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แม่สามแลบ จ.แม่ฮ่องสอน
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้มีการเผยแพร่ผลการตรวจสารโลหะหนักในหอยจากแม่น้ำสาละวินพบว่ามีสารพิษปนเปื้อนเกินมาตรฐาน 10-20 เท่า ทำให้ผู้เชี่ยวชาญออกมาแจ้งเตือนต่อสาธารณชน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการตรวจพบน้ำในแม่น้ำสาละวินมีสารหนูปนเปื้อนเกินมาตรฐานด้วยเช่นเดียวกัน
ผศ.ดร.ว่าน กล่าวว่าตนได้ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างทั้งหอยและน้ำในแม่น้ำสาละวิน ที่ อ.สบเมย และ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ร่วมกับ อบต.แม่สามแลบ ผลตรวจพบว่าค่าสารโลหะหนักในหอยเกินมาตรฐาน
“หอย เป็นสิ่งมีชีวิตที่สะสมสารปนเปื้อนตามช่วงเวลา ดังนั้นค่าที่ตรวจพบในหอยจึงสะท้อนว่าการปนเปื้อนในระบบนิเวศไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่สะสมมาอย่างต่อเนื่องในระยะหนึ่งแล้ว ส่วนในเรื่องของสารหนู เครื่องมือที่เราใช้วัดเป็น Total Arsenic หรือสารหนูรวม ซึ่งค่าที่ตรวจได้ในหอยอยู่ประมาณ 11 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม แต่ต้องเข้าใจว่ามาตรฐานของไทยกำหนดเฉพาะสารหนูอนินทรีย์ที่มีความเป็นพิษสูง ซึ่งกำหนดไว้ที่ 2 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ดังนั้นค่าที่เราได้แม้จะดูสูง แต่ยังไม่สามารถนำไปเทียบตรงๆ ได้ จำเป็นต้องแยกชนิดสารก่อน” ผศ.ดร.ว่าน กล่าว และว่าการตรวจสารหนูอนินทรีย์มีค่าใช้จ่ายสูงมาก จึงต้องใช้วิธีสแกนตัวอย่างก่อน แล้วคัดเลือกส่งตรวจยืนยันทั้งในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ เพื่อให้ได้ผลที่ชัดเจน
ผศ.ดร.ว่าน กล่าวว่าได้ตรวจคุณภาพน้ำ พบว่าเกินมาตรฐาน โดยค่าที่วัดได้อยู่ที่ 0.099 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งถ้าเทียบกับเกณฑ์ 0.01 ก็ถือว่าเกือบ 10 เท่า และเมื่อเชื่อมโยงกับข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษ ได้พบว่า แนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากพฤศจิกายนปีที่แล้วที่เกินประมาณ 2 เท่า พอถึงเดือน มกราคมปีนี้ 3 เท่า และมีนาคมประมาณ 6 เท่า ซึ่งมีนาคมเป็นช่วงที่เก็บตัวอย่างพร้อมกัน แสดงว่าการปนเปื้อนมันไม่ได้ลดลง แต่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ผศ.ดร.ว่านกล่าวว่า ในเชิงระบบนิเวศ เมื่อความเข้มข้นเพิ่มขึ้น การสะสมในสิ่งมีชีวิตก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยจากตัวอย่างที่เรารวบรวมก่อนหน้านี้ ทั้งกุ้งและปลาก็มีและเกินมาตรฐานเหมือนกัน เราได้แจ้งข้อมูลไปยังท้องถิ่นแล้ว และให้คำแนะนำว่า ควรหลีกเลี่ยงการบริโภคส่วนที่สะสมสารพิษสูง เช่น หัว พุง และเครื่องใน แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันถ้าเป็นไปได้ควรงดบริโภคสัตว์น้ำจากสาละวินไปก่อนทั้งหมด
ผู้ช่วยหัวหน้าศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์ มช.กล่าวว่า เรากำลังประสานกับทางสาธารณสุข เพื่อลงพื้นที่เก็บตัวอย่างในมนุษย์ เพราะอยากรู้ว่าการสะสมในร่างกายเป็นอย่างไร เนื่องจากตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าประชาชนแต่ละคนบริโภคสัตว์น้ำมากน้อยแค่ไหน กินมานานเท่าไร หรือมีความถี่อย่างไร เราจะต้องคัดเลือกกลุ่มเสี่ยง เช่น คนที่บริโภคเป็นประจำ แล้วตรวจดูว่ามีการสะสมมากน้อยเพียงใด เพื่อจะได้ประเมินผลกระทบทางสุขภาพอย่างเป็นระบบ”
ผศ.ดร.ว่าน กล่าวว่า แม่น้ำสาละวินเป็นแม่น้ำนานาชาติที่ไหลผ่านหลายพื้นที่ในประเทศเมียนมา ทั้งรัฐกะเหรี่ยง รัฐคะเรนนี รัฐมอญ และพื้นที่อื่นๆ ซึ่งมีประชากรจำนวนมากใช้ประโยชน์จากน้ำ หากเกิดการปนเปื้อนในระดับสูง ผลกระทบจะไม่ได้จำกัดอยู่แค่ฝั่งไทย แต่จะกระทบเป็นวงกว้าง
“จากข้อมูลที่เราได้รับ การตรวจในบางพื้นที่ฝั่งเมียนมาพบค่าปนเปื้อนสูงกว่าฝั่งไทยด้วยซ้ำ ตอนนี้เราทำงานร่วมกับอาสาสมัครในพื้นที่ฝั่งเมียนมา ที่ผ่านการอบรมให้ช่วยเก็บตัวอย่างปลาและสัตว์น้ำเพิ่มเติม รวมถึงมีการนำตัวอย่างน้ำจากตอนบนของแม่น้ำสาละวินในประเทศจีน ซึ่งเป็นพื้นที่เขตมรดกโลก มาตรวจด้วย”ผศ.ดร.ว่านกล่าว
นายพงษ์พิพัฒน์ กล่าวว่าตัวอย่างหอยที่นำไปตรวจเป็นหอยจากบริเวณบ้านสบเมย ซึ่งเป็นปากแม่น้ำที่บรรจบแม่น้ำสาละวิน โดยมีอาสาสมัครเฝ้าระวังในพื้นที่ช่วยเก็บมาให้ เพราะหอยเป็นอาหารหลักของชาวบ้าน โดยเฉพาะช่วงฤดูแล้ง น้ำลดระดับ สามารถหาได้ง่าย น้ำใสและดูสะอาด ทำให้คนลงไปงมหาและบริโภคกันเป็นปกติในชีวิตประจำวัน
“หลังจากได้รับผลตรวจ เราได้เร่งประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านงดบริโภคไปก่อนทันที อย่างไรก็ตาม ชุมชนยังมีความกังวลว่า สิ่งที่บริโภคมาในอดีตจะมีผลสะสมในร่างกายหรือไม่ เพราะหอยเป็นอาหารที่กินกันมานานและกินกันจำนวนมาก ชาวบ้านไม่ได้ตื่นตระหนกมาก เพราะเราได้พยายามสื่อสารให้ตั้งสติ สำหรับกลุ่มเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว ซึ่งควรหลีกเลี่ยงอย่างเคร่งครัด”นายก อบต.แม่สามแลบ กล่าว
นายพงษ์พิพัฒน์กล่าวว่า ตอนนี้ประชาชนไม่ได้กังวลแค่หอย แต่กังวลทั้งกุ้ง ปู ปลา เพราะข้อมูลที่ได้รับคือหลายอย่างเกินมาตรฐานหมด มีคำถามจากชาวบ้านว่าโรคที่เคยเป็น เช่น ความดัน มือเท้าชา หรือมะเร็งบางชนิด อาจเกี่ยวข้องกับการสะสมของสารพวกนี้หรือไม่ ซึ่งเรายังตอบไม่ได้ เพราะที่ผ่านมายังไม่เคยมีการตรวจสอบ สิ่งที่อยากเห็นคือการตรวจสุขภาพของประชาชน เพื่อให้รู้ว่ามีการสะสมหรือไม่ แล้วจะได้คัดกรองและวางแนวทางป้องกันที่เหมาะสมสำหรับแต่ละกลุ่ม
นายพงษ์พิพัฒน์ กล่าวว่าปัญหานี้ชัดเจนว่าเกินขีดความสามารถของพื้นที่ เพราะต้นเหตุอาจอยู่นอกเขตประเทศไทย ซึ่งไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบหรือจัดการได้ และถึงแม้จะมีกลไกระดับจังหวัดที่มีหลายหน่วยงานร่วมกัน แต่สิ่งที่ทำได้ส่วนใหญ่คือประชุม ติดตาม และประชาสัมพันธ์ ยังไม่สามารถแก้ปัญหาที่ต้นทางได้จริง
“ปัญหาการทำงานในพื้นที่ เดิมทีกรมควบคุมมลพิษมีแผนจะลงพื้นที่ช่วงปลายเดือนเมษายน แต่ต้องเลื่อนออกไป เพราะมีสถานการณ์ความไม่ปลอดภัยบริเวณชายแดนเพราะเกิดเหตุสู้รบ มีเหตุความรุนแรงเกิดขึ้นฝั่งเมียนมาและใกล้พื้นที่ไทย ทำให้กังวลเรื่องความปลอดภัยในการลงพื้นที่”นายพงษ์พิพัฒน์ กล่าว
นายพงษ์พิพัฒน์ กล่าวว่า ในระหว่างที่ยังไม่สามารถหาต้นเหตุได้ สิ่งที่ชุมชนทำได้คือการป้องกันตัวเองไปก่อน งดบริโภค หลีกเลี่ยงความเสี่ยง และรอข้อมูลที่ชัดเจนมากขึ้นจากการตรวจเพิ่มเติมในอนาคต ซึ่งสะท้อนภาพของสถานการณ์ที่ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และต้องอาศัยทั้งข้อมูลวิชาการ นโยบายรัฐ และการปรับตัวของชุมชนควบคู่กันไป
ด้าน น.ส.เพียรพร ดีเทศน์ กรรมการบริหาร Rivers and Rights และเลขาธิการมูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา ให้สัมภาษณ์ว่าการตรวจพบสารโลหะหนักที่เป็นพิษในหอยสาละวิน เป็นสิ่งบ่งชี้ว่าระบบนิเวศแม่น้ำกำลังอยู่ในภาวะฉุกเฉิน มีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นทุกครั้งที่มีการตรวจ ซึ่งการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมของ Stimson Center สหรัฐอเมริกา พบว่าในลุ่มน้ำสาละวินในพม่ามีการทำเหมืองแร่ในพม่ามากถึง 128 เหมือง นอกจากนี้ยังมีข้อมูลระบุว่ามีเหมืองแร่ขนาดเล็ก ย่อยๆ ตามภูเขาและลำน้ำสาขาอีกจำนวนมากที่อาจไม่เห็นจากภาพถ่ายดาวเทียม
“จากพรมแดนไทยลงไป แม่น้ำสาละวินไหลลงสู่เมืองพะอัน รัฐกะเหรี่ยง และเมืองมะละแหม่ง รัฐมอญ ขณะนี้ต่างมีความกังวลเมื่อทราบข่าวว่าที่ไทยมีการตรวจพบสารพิษรุนแรง เพราะการปนเปื้อนในแม่น้ำข้ามพรมแดนยังไม่การจัดการทั้งแหล่งมลพิษ การป้องกันความเสี่ยง และการฟื้นฟู ซึ่งเหมืองเหล่านี้ส่วนใหญ่เพิ่งเกิดไม่เกิน 4-5 ปี โดยเฉพาะเหมืองแร่ทองคำ และแรร์เอิร์ทในรัฐฉาน ในเขตว้า UWSA ที่ลำน้ำสาขาของสาละวิน ข้อมูลชัดเจนว่าการนำเข้าแร่ผ่านด่านตลอดแนวชายแดนลุ่มน้ำสาละวินและลุ่มน้ำโขงทางภาคเหนือของไทย เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญในช่วงสองปีที่ผ่านมา” น.ส.เพียรพร กล่าว

