
เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 คณะผู้เชี่ยวชาญของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ลงเก็บข้อมูลที่บ้านแม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน โดยนายณัฐพงศ์ แหละหมัน นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ กรมควบคุมโรค หัวหน้าชุด เปิดเผยว่าวันนี้กรมควบคุมโรคได้มาตรวจเฝ้าระวังสุขภาพประชนที่อยู่ริมแม่น้ำสาละวิน โดยเก็บตัวอย่างปัสสาวะเพื่อหาสารหนู โดยจำนวนที่ตั้งเป้าไว้ คือ 50 คน จาก 3 หมู่บ้าน คือแม่สามแลบ อ.สบเมย และห้วยสิงห์ ท่าตาฝั่ง อ.แม่สะเรียง โดยใช้เวลาตรวจในห้องปฏิบัติการประมาณ 2 เดือน เนื่องจากต้องส่งไปตรวจที่ระยอง
“ที่สาละวิน ชาวบ้านมีความเสี่ยงค่อนข้างน้อยกว่าที่แม่น้ำกก ชาวบ้านใช้ประปาภูเขา ใช้น้ำสาละวินเฉพาะช่วงหน้าแล้ง ทำการเกษตร เช่น ปลูกถั่วดิน ชาวบ้านยังมีวิถีชีวิตปกติ มีความเสี่ยงบางจุดเช่น คนที่ทำกิจกรรมเยอะกับน้ำ แต่ก็ไม่ได้ดื่มน้ำโดยตรง สารหนูดูดซึมผ่านผิวหนังได้น้อยมาก มีค่าครึ่งชีวิตที่ขับออกจากร่างกายเรื่อยๆ ต้องรอดูผลตรวจ
“ชุดตรวจมีแผนลงพื้นที่เก็บตัวอย่างทั้งที่แม่น้ำสาละวิน แม่น้ำโขง แม่น้ำกก และน้ำสาขา มีเป้าหมาย 1,446 ตัวอย่างที่ต้องตรวจ ในปี 2569 มาตรวจที่นี่เป็นที่แรก หลังจากนี้ 25 พฤษภาคมจะมีการประชุมเพื่อวางแผนการทำงานที่แม่น้ำโขง และลงพื้นที่ช่วงมิถุนายน” นักวิชาการกรมควบคุมโรคกล่าว
ผู้แทนกรมควบคุมโลกกล่าวอีกว่าชุดตรวจนี้เป็นคณะทำงานแก้ไขปัญหาน้ำผิวดิน ที่มีอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เป็นประธาน โดยทำมาตั้งแต่ปีที่แล้ว เฝ้าระวัง baseline ที่แม่น้ำกก 2 จังหวัด เชียงใหม่ 40 คน และเชียงราย รวมเป็น 236 คน โดยสารหนูอินทรีย์ที่ไม่มีพิษ มาจากอาหาร เช่นอาหารทะเล ส่วนสารหนูมีพิษที่มาจากเหมือง เราตรวจเจอที่เชียงรายเพียง 1 คน ที่มีค่าเกิน อยู่ อ.เวียงเชียงรุ้ง ลงไปดู ตรวจทั้งหมู่บ้านพบบ้านเดียว เมื่อตรวจใหม่ ตรวจสมาชิกในบ้านก็พบว่าภรรยาก็มีค่าเกิน เมื่อแนะนำว่าห้ามรับประทานอะไรบ้าง ค่าก็ลดลง แต่ของรายนี้ยังสูง แต่เมื่อเทียบแล้วถือว่าน้อย เมื่อมีข่าวการตรวจเล็บและผมว่ามีค่าเกิน ก็ได้ไปติดตาม ตรวจปัสสาวะก็พบว่าที่สูงคือคนเดิม ต้องดูพฤติกรรมที่มีสารหนูเข้าไป เราทำเฝ้าระวัง 5 ปี
“ที่สาละวินวันนี้ตรวจเป็นวันแรก มีชุดคำถามให้ประเมิน หากมีความเสี่ยงปานกลางต้องตรวจ องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ให้งบประมาณลงมา” นักวิชาการกล่าว
นายคำผัน โมกไทยสง นายอำเภอสบเมย ให้สัมภาษณ์กรณีพบสารพิษในหอยแม่น้ำสาละวิน ว่าวันนี้ในการประชุมหัวหน้าส่วนราชการอำเภอ ตนได้ชี้แจงแล้วว่าให้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนงดรับประทานหอย ส่วนปลาไม่รับประทานเครื่องใน-หัว รับประทานเฉพาะเนื้อปลา “เราเฝ้าระวังต่อเนื่อง หน่วยงานจากส่วนกลางได้ลงมาตรวจหาสารโลหะหนัก ตรวจปัสสาวะ ที่บ้านแม่สามแลบ 50 และแม่สะเรียง 50 คน ได้สั่งการให้พื้นที่ นายกอบต.ต่างๆ ประชาสัมพันธ์ และในการประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้านในวันที่ 8 พฤษภาคมนี้จะแจ้งให้ช่วยประชาสัมพันธ์ด้วย” นายอำเภอสบเมยกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าการแก้ปัญหาการปนเปื้อนในแม่น้ำ ระยะยาวทำอย่างไร นายอำเภอสบเมยตอบว่าเป็นปัญหาระหว่างประเทศ พื้นที่ซึ่งสร้างปัญหาไม่ใช่เขตประเทศไทย อำเภอก็ทำได้คือแจ้งเตือนประชาชน จังหวัดก็รับทราบปัญหา สำหรับการตรวจการปนเปื้อนในพืชผักหรือสัตว์เลี้ยง ทราบว่าไม่พบ ทีมเฝ้าระวังจากหน่วยงานต่างๆ มาตรงจากส่วนกลาง อำเภอไม่ต้องร้องขอเลย สำหรับน้ำดื่มไม่มีปัญหาเพราะชาวบ้านใช้ประปาภูเขา ไม่ได้ใช้น้ำสาละวิน ยกเว้นว่ามีกรณีที่ราษฎรใช้หรือสัมผัสน้ำสาละวินโดยตรง สำหรับการปลูกพืช เท่าที่ตนทราบมีการทำเกษตรใช้บริโภคในครอบครัว ตรวจพบแต่พบสารโลหะหนักในปริมาณน้อย
พงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แม่สามแลบ กล่าวว่าสำหรับชาวบ้านคืออยากรู้ว่าที่บริโภคเข้าไปนั้นมีการสะสมในร่างการหรือจะมีผลต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง ก่อนหน้านี้มีการตรวจเพียงไม่กี่คน ทราบมาว่าต้องใช้งบประมาณสูง จึงตรวจได้เพียงบางคน หากผลออกมาก็จะสามารถแนะนำได้ว่าเป็นอย่างไร
“ชาวบ้านกังวล ไม่รู้ว่าจะมีการสะสมสารพิษหรือไม่ จะเป็นมะเร็งหรือไม่ สำหรับน้ำกินน้ำใช้ ไม่มีใครกล้ากินแม่น้ำสาละวินแล้ว การจัดการแหล่งน้ำใหม่ เพราะประปาภูเขายังไม่มีประสิทธิภาพ งบประมาณก็ไม่เพียงพอหากจะต้องปรับปรุงทั้งระบบ” นายกอบต. กล่าว