Search

ประธานอาเซียนกดดันรัฐบาลพม่าอนุญาตให้ทูตอาเซียนเข้าพบอองซาน ซูจี ขณะที่ออสเตรเลีย-อังกฤษเรียกร้องให้ปล่อยตัวทันที

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าว Irrawaddy รายงานว่า ฟิลิปปินส์ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นประธานอาเซียน ได้เรียกร้องให้รัฐบาลพม่า นำโดยพล.อ.มินอ่องหล่าย อนุญาตให้ทูตพิเศษของอาเซียนประจำพม่าสามารถเข้าพบกับนางอองซาน ซูจี ผู้นำประชาธิปไตยที่ยังถูกควบคุมตัวอยู่

ทั้งนี้นางอองซาน ซูจี วัย 80 ปี ถูกกองทัพพม่าควบคุมตัวไว้ตั้งแต่เมื่อทำการรัฐประหารในปี 2564 และถูกกักขังโดยไม่ให้ติดต่อกับโลกภายนอกตั้งแต่นั้นมา โดยฟิลิปปินส์กล่าวว่า การอนุญาตให้พบกับนางซูจีจะเป็นไปตามบทบาทของทูตพิเศษในการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจรจาระดับชาติอย่างครอบคลุม

คำร้องขอจากฟิลิปปินส์เกิดขึ้นหลังจากที่รัฐบาลพม่านำโดยพล.อ.มินอ่องหล่าย ได้ประกาศลดโทษจำคุกของนางซูจีลงบางส่วนและย้ายผู้นำหญิงรายนี้จากเรือนจำไปยังบ้านพักที่จัดไว้เพื่อให้รับโทษส่วนที่เหลือ โดยกระทรวงการต่างประเทศของฟิลิปปินส์ยังออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลพม่าอนุญาตให้นางซูจีติดต่อสื่อสารกับครอบครัว เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างแท้จริงต่อการปรองดองแห่งชาติในพม่า

ฟิลิปปินส์ยังกล่าวอีกว่า พัฒนาการล่าสุดในพม่า อาจเป็นโอกาสในการสร้างแรงผลักดันเพื่อสันติภาพและการปรองดองแห่งชาติ ตลอดจนการดำเนินการตามฉันทามติห้าข้อ

อีกด้านหนึ่ง ออสเตรเลียและสหราชอาณาจักรได้เรียกร้องอีกครั้งให้ปล่อยตัวนางอองซาน ซูจี โดยทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข โดยสถานทูตออสเตรเลียกล่าวว่า คาดหวังให้นางซูจีจะได้รับอนุญาตให้ติดต่อกับครอบครัว เข้าถึงทนายความและการดูแลทางการแพทย์ เช่นเดียวกัน รัฐบาลออสเตรเลียยังได้เรียกร้องให้ปล่อยตัวนักโทษที่ถูกคุมขังอย่างไม่เป็นธรรมทั้งหมด ยุติความรุนแรง การเข้าถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างปลอดภัย และการเจรจาอย่างครอบคลุม

ทางด้าน ซีมา มัลโฮตรา รัฐมนตรีประจำภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกของสหราชอาณาจักร กล่าวว่า การประกาศเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของนางซูจีเป็น ก้าวแรกที่น่ายินดี แต่นางซูจีควรได้รับอิสรภาพอย่างไม่มีเงื่อนไขใดๆ อีกทั้งสหราชอาณาจักรแสดงความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของนางซูจี และยังเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักโทษการเมืองทั้งหมด

สำนักข่าว AFP รายงานจากการเปิดเผยของทนายความของนางซูจี เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ระบุว่า บุตรชายของนางซูจี ซึ่งก็คือ นายคิม อริส เรียกร้องขอความช่วยเหลือจากฝรั่งเศสในการค้นหาหลักฐานยืนยันการมีชีวิตอยู่ของมารดาอย่างเป็นอิสระ หลังจากที่เธอถูกย้ายไปอยู่ภายใต้การกักบริเวณในบ้านพัก

“ผมขอวิงวอนให้ฝรั่งเศสร่วมเรียกร้องกับผม เพื่อที่เราจะได้หลักฐานยืนยันการมีชีวิตอยู่ของเธออย่างเป็นอิสระ และเพื่อให้สิทธิขั้นพื้นฐานของเธอได้รับการรับประกัน ได้แก่ การดูแลทางการแพทย์ที่เหมาะสม การเข้าถึงทนายความและครอบครัวของเธอ” นายคิม อริสกล่าวในจดหมายที่ส่งถึงประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส

ฟรองซัวส์ ซิเมอเรย์ ทนายความของนางอองซานซูจี กล่าวว่า อาริสได้ส่งจดหมายฉบับดังกล่าวให้แก่ฌอง-โนเอล บาร์โรต์ รัฐมนตรีต่างประเทศของฝรั่งเศส ในการประชุมเมื่อวันอังคาร

“เราไม่มีหลักฐานยืนยันว่าซูจียังมีชีวิตอยู่ ไม่มีรูปถ่ายมานานหลายปีแล้ว แม้แต่การบ่งชี้ว่าเธอถูกส่งตัวไปที่ไหนก็ไม่มี เรายังไม่รู้ว่าเธออยู่ที่ไหน” ฟรองซัวส์ ซิเมอเรย์กล่าว ทั้งนี้ ทางการพม่าได้เผยแพร่ภาพถ่ายที่ไม่มีวันที่ระบุ ซึ่งดูเหมือนจะแสดงให้เห็นนางอองซาน ซูจี กำลังนั่งอยู่ระหว่างชายสองคนในเครื่องแบบ

“แต่เราไม่รู้ว่าเป็นภาพจริงหรือภาพที่สร้างโดย AI” ซิเมอเรย์กล่าว

ด้านแคทาลินา เดอ ลา โซตา ทนายความอีกคนหนึ่งที่เป็นตัวแทนของนางอองซาน ซูจี กล่าวเสริมว่า “เราไม่อาจจินตนาการได้ว่าเธอเสียชีวิตไปแล้ว แต่ทำไมจึงต้องเก็บเธอเป็นความลับอย่างยิ่งยวด ซึ่งเป็นการละเมิดอนุสัญญาระหว่างประเทศทั้งหมด เราเป็นห่วงสุขภาพของเธอ” เธอกล่าว ทางด้านกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศสระบุในระหว่างการประชุม ฝรั่งเศสจะยังคงทำงานเพื่อการปล่อยตัวอองซานซูจีโดยทันทีและโดยไม่มีเงื่อนไข