เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 น.ส.ลัดดาวัลย์ ศรีอมรมาลี ชาวบ้านสบเมย อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งมีอาชีพรับซื้อปลาจากคนหาปลาในแม่น้ำสาละวิน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ออกมาเตือนให้ชาวบ้านเลี่ยงการกินหอยในแม่น้ำสาละวินภายหลังจากมีการตรวจพบสารหนูและสารตะกั่วเกินค่ามาตรฐานว่า ปกติแล้วหอยสาละวินชาวบ้านไม่ได้กินประจำ แต่เป็นอาหารตามฤดูกาลเฉพาะหน้าแล้ง แต่ขณะนี้เมื่อรับรู้ผลตรวจ ทำให้ชาวบ้านต่างมีความกังวลเพราะการจับหอยจับปลาเป็นวิถีชาวบ้าน
“ขณะนี้เมื่อทราบว่าแม่น้ำสาละวินและสัตว์น้ำมีการปนเปื้อนสารโลหะหนัก ก็กลัวที่จะบริโภคทั้งปลาและสัตว์น้ำทุกอย่าง ชาวบ้านกังวลมากเพราะมีอาชีพหาปลา เก็บหอยขาย ชาวบ้านบอกว่าจะให้เลี่ยงการบริโภคคงเลี่ยง 100% เป็นไปไม่ได้ เพราะไม่มีแผนสองของชีวิต ชาวบ้านมีอยู่แผนเดียว และทางการก็ยังไม่เคยมาให้คำแนะนำหรือให้ทางเลือกอื่นๆ”แม่ค้าปลา กล่าว
น.ส.ลัดดาวัลย์กล่าวว่า การหาปลาของชาวสบเมย คือรายได้หลักของครอบครัวที่ใช้ส่งลูกเรียนหนังสือ เพราะลำพังการทำไร่ทำนาเพื่อผลิตอาหารในครัวเรือน แต่การหาปลาเป็นรายได้ทั้งปี เมื่อจับได้ปลาตัวใหญ่ ขายได้ 5-6,000 บาท บางคนมีรายได้ปีละเป็นแสนบาท ตอนนี้ตนยังคงรับซื้อปลาจากคนหาปลาในราคาเท่าเดิม แต่ขายต่อได้ราคาน้อยลง ซึ่งปกติพ่อค้ามารับซื้อจากคนหาปลา กก.ละ 150-160 บาท แต่ตนรับซื้อ 200 บาท เพราะสามารถหาตลาดได้ดีกว่า
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการแจ้งเตือนจากเจ้าหน้าที่อย่างไรบ้าง แม่ค้าปลารายนี้กล่าวว่า ขณะตอนนี้ก็ยังไม่เห็นเจ้าหน้าที่มาแจ้ง โดยเห็นข้อมูลและคำเตือนแต่จากข่าวเท่านั้น
“เรายังต้องรับซื้อเพราะเห็นใจคนหาปลาที่จำเป็นต้องมีรายได้ และยังมีพ่อค้าบางกลุ่มที่ไว้ใจเรา ก็ยังรับซื้อ โดยเราต้องอธิบายให้ลูกค้าทราบข้อมูลทั้งหมด ต้องแนะนำว่าให้กินแค่เนื้อปลา ไม่กินหัว ไม่กินพุง และเราลดราคาขายอีกเพื่อให้ขายได้ เพื่อช่วยพยุงการหาปลาของชาวบ้านสบเมย”น.ส.ลัดดาวัลย์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าอยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลืออย่างไรบ้าง น.ส.ลัดดาวัลย์กล่าวว่า ควรหาอาชีพอื่นมาทดแทนให้ชาวบ้านได้มีเสริมหากยุติการหาปลา เช่น แจกพันธุ์ปลามาเพาะเลี้ยงในบ่อ หรือหาพืชเกษตรให้ชาวบ้านปลูกเพื่อเป็นรายได้
ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน เพจของกรมอนามัยเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ว่า นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข แนะนำประชาชนในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำสาละวิน จังหวัดแม่ฮ่องสอน และพื้นที่ใกล้เคียง หลีกเลี่ยงการบริโภค “หอยสาละวิน” เป็นการชั่วคราว ภายหลังมีผลการตรวจวิเคราะห์จากหน่วยงานวิจัยในพื้นที่พบการปนเปื้อนโลหะหนัก โดยเฉพาะสารหนูและตะกั่วในตัวอย่างหอยจากแหล่งน้ำธรรมชาติบางจุด ซึ่งมีค่ามากกว่ามาตรฐานที่กำหนด ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขยังคงเฝ้าระวังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวัง และติดตามสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยด้านอาหารอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้ง สื่อสารสร้างความรอบรู้แก่ประชาชน เพื่อให้สามารถเลือกบริโภคและดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม
นายแพทย์สมฤกษ์ จีงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากข้อมูลการตรวจวิเคราะห์ของหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมและสถาบันการศึกษาในพื้นที่ เช่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข พบว่า หอยซึ่งเป็นสัตว์หน้าดินมีแนวโน้มสะสมสารโลหะหนักจากตะกอนและแหล่งน้ำได้สูงกว่าสัตว์น้ำชนิดอื่น สอดคล้องกับข้อมูลการตรวจคุณภาพน้ำในบางช่วงของแม่น้ำสาละวินที่พบสารหนู สูงกว่าค่ามาตรฐานในบางจุด ทั้งนี้ เกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำดื่มของประเทศไทย และแนวทางขององค์การอนามัยโลก กำหนดให้สารหนูในน้ำไม่เกิน 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งเป็นระดับที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพเมื่อบริโภคในระยะยาว โดยค่าที่ตรวจพบในแหล่งน้ำธรรมชาติบางจุดของแม่น้ำสาละวินสูงกว่าค่าดังกล่าว จึงอาจส่งผลให้สัตว์น้ำ โดยเฉพาะหอยที่อาศัยบริเวณพื้นท้องน้ำ มีการสะสมสารดังกล่าวมาก
แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยขอให้ประชาชน หลีกเลี่ยงการบริโภคหอยจากแหล่งน้ำธรรมชาติในพื้นที่ที่มีรายงานการปนเปื้อนเป็นการชั่วคราว หลีกเลี่ยงการบริโภคสัตว์น้ำบริเวณหน้าดินหรือพื้นที่เสี่ยง รวมถึงอาหารที่มาจากแหล่งน้ำผิวดินที่อาจมีการสะสมของสารปนเปื้อน หลีกเลี่ยงการใช้น้ำจากแม่น้ำโดยตรง ทั้งนี้ ระบบน้ำประปาหมู่บ้านและน้ำประปาภูเขาในพื้นที่ส่วนใหญ่ มีการควบคุมคุณภาพและผ่านการตรวจสอบตามเกณฑ์มาตรฐาน จึงสามารถใช้อุปโภคบริโภคได้อย่างปลอดภัย
