เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าว Irrawaddy รายงานว่า ทางรัฐบาลของมินอ่องหล่ายได้ประณามอาเซียนต่อกรณีที่ยังคงกีดกันนายพลของทางการพม่าจากการเข้าร่วมการประชุมของเจ้าหน้าที่ระดับสูง โดยยืนยันว่ารัฐบาลพลเรือนของพม่าชุดใหม่นั้นมาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย
ในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา หลังจากการประชุมสุดยอดครั้งล่าสุดในฟิลิปปินส์ กระทรวงการต่างประเทศของรัฐบาลมินอ่องหล่ายกล่าวว่า สมาชิกอาเซียนส่วนใหญ่ยินดีกับการพัฒนาทางการเมืองของพม่า แต่บางประเทศยังคงปฏิเสธการเป็นตัวแทนที่เท่าเทียมกันของพม่า และบังคับใช้มาตรการและข้อจำกัดที่เลือกปฏิบัติและแทรกแซงกิจการภายในของประเทศพม่า ซึ่งรัฐบาลภายใต้การนำของมินอ่องหล่าย อ้างว่าเป็นการกระทำที่ละเมิดหลักการพื้นฐานของกลุ่ม
นอกจากนี้ ทางการพม่ายืนยันและอ้างว่าการเลือกตั้งในเดือนธันวาคม-มกราคมในพม่าที่ผ่านมา เป็นการเลือกตั้งทั่วไปแบบประชาธิปไตยหลายพรรคที่เสรีและเป็นธรรม นอกจากนี้ยังเตือนว่า การกีดกันอย่างต่อเนื่องเป็นการเพิกเฉยต่อเจตจำนงที่แท้จริงของประชาชนในพม่า
ทั้งนี้ กลุ่มประเทศอาเซียนยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ว่าจะยอมรับการเลือกตั้งในพม่าที่ผ่านมาที่จัดโดยคณะรัฐประหารหรือไม่ สมาชิกบางประเทศ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างไทย ได้แสดงความยินดีกับรัฐบาลใหม่ของพม่า ในขณะที่ประเทศอื่นๆ ยังคงยืนกรานที่จะไม่ยอมรับ
ความแตกแยกนี้เกิดจากฉันทามติห้าข้อของอาเซียน ซึ่งได้รับการรับรองในเดือนเมษายน 2564 หลังจากการรัฐประหาร ซึ่งเรียกร้องให้ยุติความรุนแรงโดยทันที การเจรจาระหว่างทุกฝ่าย การเข้าถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการแต่งตั้งทูตพิเศษ โดยนายพลของพม่าล้มเหลวในการปฏิบัติตามพันธสัญญาเหล่านี้ ทำให้อาเซียนสั่งห้ามตัวแทนของกองทัพพม่าเข้าร่วมการประชุมสุดยอดและจำกัดการมีส่วนร่วมของพวกเขา
ทางด้านโมฮาหมัด ฮาซัน รัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซีย กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ประเทศของเขาไม่เชื่อว่าคณะรัฐบาลทหารพม่าได้ทำมากพอที่จะกลับมามีบทบาทในการเจรจาอีกครั้ง
“เรายังคงรู้สึกไม่สบายใจ เพราะการกดขี่ข่มเหงยังคงเกิดขึ้น การกระทำโหดร้ายต่อพลเมืองของตนเองยังคงเกิดขึ้น” เขากล่าวถึงคณะรัฐบาลทหารพม่า “เราต้องการให้รัฐบาลใหม่ที่จัดตั้งขึ้นหลังการเลือกตั้งในพม่าปฏิบัติตามสิ่งที่เรากำหนดไว้ใน (แผนสันติภาพ)อย่างแท้จริง”
หลายประเทศและกลุ่มตะวันตก รวมถึงสหประชาชาติและสหภาพยุโรป ตลอดจนกลุ่มสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศและผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งได้เข้าร่วมกับกลุ่มฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหารพม่า และระบุว่า การเลือกตั้งที่จัดโดยคณะรัฐประหารนั้นไม่สามารถเป็นไปอย่างเสรีและยุติธรรม และประณามการเลือกตั้งว่าเป็นแค่เรื่องหลอกลวงเท่านั้น
อีกด้านหนึ่ง กองทัพพม่ายังคงเดินหน้าโจมตีทางอากาศอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ได้ทำการโจมตีทางอากาศหมู่บ้านในพื้นที่ที่ฝ่ายต่อต้านยึดครองในเขตตะวันตกและตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองกานี เขตสะกาย เป็นเวลา 3 วันติดต่อกัน ตั้งแต่วันที่ 7 – 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและประชาชนต้องอพยพจากพื้นที่อย่างน้อย 10 หมู่บ้าน
แหล่งข่าวในพื้นที่ยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 คน จากการโจมตีทางอากาศของกองทัพพม่าที่มุ่งเป้าไปที่โรงพยาบาลเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569
