เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 นายวิรสิงห์ คชสิงห์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)ปากจั่น อ.กระบุรี จ.ระนอง เปิดเผยว่า ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 อบต.ปากจั่นร่วมกับสำนักสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษ 15 จังหวัดภูเก็ต จะร่วมกันจัดเวที “เปิดพื้นที่ สะท้อนเสียงคนระนอง” ณ ศาลาอเนกประสงค์บ้านหาดจิก ต.ปากจั่น โดยเชิญชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากกรณีที่น้ำในแม่น้ำกระบุรีขุ่นข้นเนื่องจากการทำเหมืองแร่บริเวณต้นแม่น้ำในฝั่งประเทศพม่า โดยจะมีตัวแทนจาก สคพ.15 ร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงต่างๆ ที่ได้ทำการตรวจสอบคุณภาพน้ำในแม่น้ำกระบุรี
นายวิรสิงห์กล่าวว่า ขณะนี้น้ำในแม่น้ำกระบุรียังคงอาการหนักเพราะขุ่นข้นมากตลอด 24 ชั่วโมงจนไม่มีช่วงเวลาน้ำใสซึ่งเราได้ใช้น้ำดิบในการผลิตประปาด้วย ทำให้ประปาไม่ได้คุณภาพเท่าที่ควร เพราะน้ำที่จ่ายไปตามบ้านเรือนบางครั้งก็มีสีขุ่นด้วย ขณะที่สัตว์น้ำที่ชาวบ้านเคยหากินและนำไปขายเป็นเศรษฐกิจชุมชนตอนนี้หายากมากเพราะปลาอพยพไปอยู่ที่อื่นเนื่องจากไม่สามารถอยู่ในน้ำขุ่นข้นนี้ได้ นอกจากนี้ชาวบ้านยังไม่กล้าเอาน้ำในแม่น้ำกระบุรีให้วัวและสุกรกินเพราะกลัวว่ามีไม่ปลอดภัย ที่สำคัญคือเราไม่รู้ว่าน้ำในแม่น้ำกระบุรีมีสารปนเปื้อนหรือไม่ แม้ สคพ.15 จะมาตรวจคุณภาพน้ำและระบุว่ายังไม่เกินมาตรฐาน แต่เราไม่แน่ใจว่าการใช้น้ำนี้นานๆจะมีสารสะสมหรือไม่
“ตอนนี้ชาวบ้านเป็นห่วงกันมาก ทุกเช้าๆตามสภากาแฟ เขาก็พูดกันถึงเรื่องนี้ เรากลัวว่าหากไม่มีมาตรการใดๆออกมาประชาชนจะแก้ไขไม่ทัน ตอนนี้จะกินปลาก็กลัวว่ามีสารพิษ ตามร้านค้าต่างๆก็พูดเรื่องนี้ คนเฒ่าคนแก่ที่อายุเยอะก็บอกว่ามันจะไม่กลับมาใสได้อีกแล้ว เพราะส่วนราชการท้องถิ่นก็ทำทุกวิถีทาง ประสานทั้งอำเภอและจังหวัด แต่ 7 ปีผ่านไป น้ำกลับขุ่นยิ่งกว่าเดิม”นายวิรสิงห์ กล่าว
นายก อบต.ปากจั่นกล่าวว่า ในส่วนของเหมืองแร่ต้นแม่น้ำกระบุรีซึ่งอยู่ในฝั่งประเทศพม่านั้น เมื่อดูจากดาวเทียมพบว่า มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นมาก โดยขยายออกเป็นวงกลมในทุกทิศทางหลายพันไร่ เขาอยากทำตรงไหนก็ทำโดยไม่มีกฎหมายควบคุม รัฐบาลควรหารือกับเพื่อนบ้านเพื่อแก้ไข ซึ่งจากข้อมูลของจังหวัดระนองพบว่า แร่ที่ขุดได้ขนไปทางเกาะสอง ประเทศพม่า ก่อนถูกนำมาสำแดงที่ท่าเรือระนองและเข้าประเทศไทยส่งไปประเทศ 3 ซึ่งทั้งหมดเป็นหินแร่ดีบุก แต่เขาไม่ได้แยกว่าจะเป็นแร่อื่นอีกด้วยหรือไม่
นายวิรสิงห์กล่าวว่า อยากเรียกร้องไปยังรัฐบาล เพราะขณะนี้ประชาชนริมแม่น้ำกระบุรีเดือดร้อนจริงๆ การนำแร่เข้าประเทศไทย ควรพิจารณาให้ละเอียดรอบคอบกว่านี้ แม้การจะไปห้ามเขาทำนั้นยากเพราะเป็นพื้นที่ของเขา แต่แร่ที่นำเข้าไทย ควรต่อรองได้หรือไม่ว่าควรมีที่มาที่ไป และควรนำเข้าจากเหมืองแร่ที่มีมาตรฐาน
“เวทีวันที่ 19 พฤษภาคมนี้ เราอยากตะโกนบอกรัฐบาลว่าเราเดือดร้อนจริงๆ ตอนนี้กรมควบคุมมลพิษ มาสุ่มตรวจประจำและส่งรายงานผลให้อบต. ครั้งสุดท้ายเมษายนยังไม่พบสารพิษผิดปกติ พบแต่ค่าความขุ่นที่ปลาไม่สามารถอยู่ได้ เรื่องนี้รัฐบาลต้องรับรู้ก่อน เพราะตอนนี้ยังไม่รู้ว่าเราเดือดร้อนอย่างไร และใครทำให้เราเดือดร้อน ถ้ารัฐบาลรู้สาเหตุเชื่อว่าก็จะมีวิธีแก้ไข” นายก อบต.ปากจั่น กล่าว
นายพีระ ประสงค์เวช ผู้ประสานงานเครือข่ายรักษ์แม่น้ำกระบุรี กล่าวว่าขณะนี้น้ำในแม่น้ำกระบุรียังคงขุ่นข้นจนไม่สามารถนำมาใช้ได้ ทำให้กังวลถึงน้ำใช้ครัวเรือนและน้ำอุปโภคบริโภค ขณะที่ระยะยาวแม้ว่าตอนนี้ยังตรวจไม่พบสารโลหะหนักเกินค่ามาตรฐานก็ตาม แต่ทุกวันนี้ได้เกิดผลกระทบต่อชุมชนริมแม่น้ำแล้ว ที่สำคัญหากน้ำขุ่นตลอดทั้งปีจนชุมชนไม่สามารถดำเนินกิจกรรมของชุมชนได้ เช่น ประมงพื้นบ้าน เลี้ยงสัตว์ เกษตรและอาชีพอื่นๆ รัฐบาลจะเข้ามาเยียวยา หรือช่วยเหลืออย่างไร นอกจากนี้ยังเกิดผลกระทบต่อสัตว์น้ำและสัตว์อื่นที่หายไป ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนต่างกังวลใจเรื่องโรคต่างๆที่จะตามมา เช่น โรคผิวหนัง หากใช้ชีวิตกับน้ำในแม่น้ำกระบุรีไปนานๆ
ผู้ประสานงานเครือข่ายรักษ์แม่น้ำกระบุรีกล่าวว่า อยากให้ภาครัฐมีมาตรการเฝ้าระวัง แจ้งเตือนและแนวปฏิบัติเพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ และควรติดตามและตรวจคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง อยากเสนอให้มีการตั้งคณะทำงานติดตามปัญหาในระดับต่างๆ ทั้งในพื้นที่และส่วนกลาง เนื่องจากทุกวันนี้การทำเหมืองแร่ในบริเวณต้นแม่น้ำกระบุรียังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญคือรัฐบาลไทยต้องประสานงานกับรัฐบาลพม่า หรือกลุ่มกองกำลังที่ดูแลพื้นที่ เพื่อกดดันและควบคุมมาตรฐานการทำเหมืองแร่
