Search

ผู้เชี่ยวชาญเผยพบพันธุ์ปลาหายากหลายชนิดในแม่น้ำกระบุรี-หวั่นน้ำขุ่นข้นจากเหมืองแร่ทำสูญพันธุ์-แนะเร่งแก้ปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อม

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 ดร.ชัยวุฒิ กรุดพันธ์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาประมง คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เปิดเผยว่าเมื่อปี 2539-2540 ได้เคยร่วมกับ ดร.ชวลิต วิทยานนท์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องปลา เข้าไปเก็บข้อมูลและศึกษาเรื่องปลาในแม่น้ำกระบุรี อ.กระบุรี จ.ระนอง ซึ่งแม่น้ำกระบุรีอาจไม่โดดเด่นนักเมื่อเทียบกับแม่น้ำใหญ่ๆในประเทศไทย แต่พบว่ามีความหลากหลายและอัตลักษณ์เฉพาะตัวชายฝั่งอันดามัน โดยพบพันธุ์ปลาหายากหลายชนิด เช่น ปลาตะพาก ปลาฉลาม ปลากะพงลาย

ดร.ชัยวุฒิกล่าวว่า แม่น้ำกระบุรีเป็นแม่น้ำทางใต้สุดของลุ่มน้ำตะนาวศรีซึ่งเป็นลุ่มน้ำขนาดใหญ่ที่พาดมาตั้งแต่เขตทวายในพม่าจนถึงชายฝั่งใต้ อ.กระบุรี โดยแม่น้ำกระบุรีเป็นร่องของแผ่นโลกที่มาเชื่อมต่อกันจึงมีความสำคัญทางภูมิศาสตร์และความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งเมื่อลงพื้นที่ได้เข้ายังลำธารในตอนบน และน้ำตก และในปีด 2560 ก็ได้เข้าไปเก็บข้อมูลอีกครั้ง ซึ่งขณะนั้นน้ำยังใสมาก

“เมื่อเห็นข่าวว่าน้ำกระบุรีขุ่นมาก จึงเข้าไปดูในกูเกิลเอิร์ทเห็นว่าปัญหาเรื่องเหมืองใหญ่มากตามลำน้ำสาขาในพม่า เมื่อถอยหลังกลับไปดู พบว่าเพียงไม่กี่ปีป่าทึบถูกเปิดเป็นพื้นที่กว้าง ที่น่าสนใจคือแม่น้ำกระบุรีไม่ได้แสดงเรื่องความขุ่นของตะกอนที่ถูกชะล้างจากการเพาะปลูก เราสามารถเจอปลาหลายชนิดที่ปกติพบตามต้นน้ำที่เป็นภูเขา เช่น ปลาน้ำหมึก หรือปลาซิวบางกลุ่ม แต่เราพบได้ที่นี่”ดร.ชัยวุฒิ กล่าว

ผู้เชี่ยวชาญเรื่องปลากล่าวด้วยว่า ผลจากการสำรวจตอนนั้นพบพันธุ์ปลา 92 ชนิด ซึ่งมุ่งไปที่ปลาโซนน้ำจืด แต่ไม่ได้ไปที่ปากแม่น้ำที่ไหลลงทะเล โดยมีปลาในโซนน้ำจืดที่ทนน้ำเค็มได้หลายชนิด และมีปลาทนเค็มบางชนิดว่ายขึ้นไปถึงลำธารบนภูเขา และตามคลองที่มีประตูน้ำกั้น เราเจอพวกปลากะพงลาย ปลาตาเหลือก ซึ่งเป็นความน่าสนใจ

“ภรรยาผมซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญปลาด้วยเช่นกัน เขาสนใจปลาชนิดหนึ่งที่คล้ายปลาตะเพียนหางเหลืองๆ ตอนนั้นเราไม่แน่ใจว่าจะเป็นปลาชนิดใหม่หรือเปล่า เพราะมีลักษณะพิเศษบางประการ แต่ตอนหลังเมื่อพบกลุ่มปลาชนิดเดียวกันมากขึ้นในพม่า จึงเห็นว่ามีคนตั้งชื่อปลาชนิดนี้นานมาแล้วซึ่งอยู่ในกลุ่มของปลาตะพาก แต่สำหรับประเทศไทย แม่น้ำกระบุรีถือว่าเป็นแม่น้ำเดียวที่มีปลาชนิดนี้ค่อนข้างชุกชุม”ดร.ชัยวุฒิ กล่าว

ดร.ชัยวุฒิกล่าวว่า ปลาตะพากที่พบในแม่น้ำกระบุรีเป็นคนละชนิดกับปลาตะพากที่พบในแหล่งน้ำอื่นๆของไทย ไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำสาละวิน แม่น้ำโขง หรือแม่น้ำเจ้าพระยา นอกจากนี้ยังมีปลาอีกตัวหนึ่งที่พบบริเวณปากแม่น้ำกระบุรีคือฉลามชนิดหนึ่งที่พบได้ยากสกุล Glyphis

“ปลาที่พบเฉพาะถิ่นและเป็นตัวแทนที่สำคัญของปลาที่พบในพม่าก็พบได้ที่แม่น้ำกระบุรี ปลาที่ในคาบสมุทรมาเลเซียก็พบในแม่น้ำกระบุรี นอกจากนี้ยังมีปลาที่พบเฉพาะในแม่น้ำกระบุรีด้วย ตรงนี้จึงเป็นความสำคัญของแม่น้ำสายนี้ นอกจากปลาแล้วยังมีพันธุ์พืชที่สำคัญซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญเข้าไปศึกษา และกรมอุทยานแห่งชาติเองก็เข้าไปประกาศเขตคุ้มครองอยู่หลายพื้นที่”ดร.ชัยวุฒิ กล่าว

ผู้เชี่ยวชาญเรื่องพันธุ์ปลากล่าวว่า การที่แม่น้ำกระบุรีขุ่นข้นมากนั้น หากดูจากกูเกิลเอิร์ทก็จะเป็นถึงสาเหตุที่มีการเปิดหน้าดินกว้างขวาง ขณะที่แม่น้ำกระบุรีไม่ใช่แม่น้ำขนาดใหญ่ เมื่อไหลลงแม่น้ำจึงขุ่นมาก หากสังเกตให้ดีต้นน้ำกระบุรีแยกเป็น 2 ส่วน โดยที่เกิดปัญหาคือลำห้วยที่ไหลมาจากพม่า ส่วนอีกส่วนหนึ่งต้นน้ำที่ไหลมาจากแนวพรมแดนซึ่งส่วนนี้ไม่มีปัญหาแม้จะมีพื้นที่เกษตร และเชื่อว่ามีสัตว์น้ำที่หนีเข้าไปอยู่ตามลำน้ำที่ไม่เกิดปัญหาตะกอนขุ่นข้น

“ผมไม่แน่ใจว่าเคยมีสถานการณ์ปลาตายแล้วหรือยัง แม้ครั้งนี้ทำให้เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม แต่ก็ควรใช้เป็นโอกาสในการพูดกันเรื่องสิ่งแวดล้อมของที่นี่ เพราะแม้จะเป็นเพียงลุ่มน้ำขนาดเล็ก แต่ผลของการใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นเหมืองโดยไม่มีมาตรการป้องกันมลพิษ มันส่งผลกระทบ เพราะยิ่งเล็ก ก็ทำให้ผลกระทบยิ่งชัด เพียงแต่สังคมอาจไม่ค่อยให้ความสำคัญ”นักวิชการจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กล่าว