Search

มูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่แฉทหารว้าใช้แรงงานทาสในเหมืองแรร์เอิร์ทของคนจีนในเขตเมืองสาด-ชายแดนไทย-เหยื่อชาวพม่าเผยสุดโฉดร่วมมือกับทหารพม่า-กลุ่มสแกมเมอร์บังคับใช้แรงงาน

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 มูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่าเหมืองแร่แรร์เอิร์ธของจีนในภาคตะวันออกของรัฐฉาน ใช้แรงงานทาสชาวพม่าที่เป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ของกลุ่มสแกมเมอร์ ซึ่งจากการสัมภาษณ์ผู้รอดชีวิตจากการค้ามนุษย์ ทำให้พบว่าเหมืองแร่แรร์เอิร์ธ (แร่หายาก) ของบริษัทจีนในตอนใต้ของเมืองสาด ภาคตะวันออกของรัฐฉาน ติดกับพรมแดนประเทศไทย ใช้แรงงานทาสชาวพม่าจากเมืองท่าขี้เหล็กที่เป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ของกลุ่มสแกมเมอร์


มูลนิธิไทใหญ่ระบุว่า “โก่เต็ท” ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์เมื่อเดือนเมษายน 2568 ถูกชักจูงให้มาทำงานโดยบริษัทสแกมเมอร์ของจีน ซึ่งตั้งอยู่ที่ยอง นี อูรีสอร์ทที่เป็นของกองทัพว้า (United Wa State Army – UWSA) ในเมืองท่าขี้เหล็ก เขาเคยทำงานที่นั่นในแผนกบัญชีจนถึงช่วงปลายเดือนมกราคม 2568 ตอนนั้นตัวเขาและเพื่อนร่วมงานอีกสองคนถูกกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรมว่า ยักยอกเงินจากหัวหน้าฝ่ายบัญชีที่เป็นชาวจีน และถูกลงโทษด้วยการบังคับให้ทำงานเป็นคอลเซ็นเตอร์ในแก๊งสแกมเมอร์ โดยไม่ได้รับค่าแรง หลังผ่านไปสามเดือน ทั้งสามคนก็ถูกส่งตัวด้วยรถยนต์ พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจพม่าหนึ่งนายไปที่เมืองยอน ทางตอนใต้ของเมืองสาด และถูกส่งตัวให้กับทหารกองทัพว้า จากนั้นก็ถูกพาตัวไปที่เหมืองแร่แรร์เอิร์ธที่เป็นของบริษัทคนจีน และอยู่ด้านตะวันออกของแม่น้ำกก ห่างจากชายแดนไทยประมาณแปดกิโลเมตร


“ชายทั้งสามคนถูกขังไว้รวมกับนักโทษของกองทัพว้าอีกประมาณสามสิบคน บางคนถูกล่ามโซ่ โดยถูกควบคุมตัวที่เหมืองแร่ นักโทษเหล่านี้ถูกบังคับให้ต้องใช้แรงงานหนัก รวมทั้งการขุดดินและขนสิ่งของ บางครั้งก็ถูกพาตัวไปที่เหมืองแร่แรร์เอิร์ธอีกแห่งหนึ่งซึ่งเป็นของบริษัทจีนแห่งเดียวกัน ตั้งอยู่ด้านตะวันตกของแม่น้ำกก พวกเขาถูกจำกัดให้มีที่อยู่แยกต่างหากจากคนงานเหมืองทั่วไปอีกหนึ่งร้อยคน คนงานเหมืองเหล่านี้มาจากหลายพื้นที่ในพม่า”แถลงการณ์ ระบุ


มูลนิธิไทใหญ่ระบุว่า เหมืองแห่งนี้ซึ่งมีคนงานจีนกว่า 50 คน ได้รับการคุ้มครองจากทหารกองทัพว้าประมาณ 50นาย เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งของโก่เต็ทพยายามหลบหนีในตอนกลางคืน แต่ถูกจับได้ และถูกซ้อม ทั้งยังถูกส่งตัวไปสถานคุมขังของกองทัพว้าอีกที่หนึ่ง จากนั้นก็ถูกส่งตัวไปที่เหมืองแร่แรร์เอิร์ธอีกที่หนึ่ง ซึ่งเป็นของบริษัทจีนแห่งเดียวกันแต่อยู่ที่เมืองป๊อก ทางเหนือของรัฐฉานใกล้กับพรมแดนประเทศจีน โก่เต็ทต้องทำงานที่เหมืองเมืองยอนประมาณสองเดือน ก่อนจะสามารถหลบหนีออกมาได้


จากข้อมูลเกี่ยวกับขอบเขตการทำเหมืองในภาคตะวันออกของรัฐฉาน เป็นการทำเหมืองอย่างผิดกฎหมาย เหมืองแร่หลายแห่งไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมได้ และทำให้เกิดการปนเปื้อนที่อันตรายในแม่น้ำ และส่งผลกระทบข้ามพรมแดนจากการทำเหมืองในพม่า และในตอนนี้ การทำเหมืองของชาวจีน ยังเชื่อมโยงกับแก๊งสแกมเมอร์ของคนจีน ซึ่งมีเหยื่อการค้ามนุษย์เป็นเยาวชนจากพม่า ที่ถูกบังคับให้เป็นแรงงานทาสเพื่อทำเหมือง ทำให้เห็นถึงความล้มเหลวของมาตรการต่าง ๆ และที่เลวร้ายกว่านั้น คือการส่งมอบที่ดินและทรัพยากรของรัฐฉานให้กับนักลงทุนต่างชาติที่เชื่อมโยงกับกลุ่มอาชญากรข้ามชาติ


“พวกเขาสนใจเพียงแต่การแสวงหากำไร โดยไม่คำนึงถึงต้นทุนต่อสิ่งแวดล้อมและชีวิตของประชาชนในพื้นที่ การกระทำดังกล่าว ควรเป็นสัญญาณเตือนให้กับประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้ ที่ได้รับผลกระทบข้ามพรมแดนจากการปนเปื้อนในแม่น้ำจากการทำเหมืองในรัฐฉานว่า การพยายามร้องขอให้รัฐบาลพม่าออกมาตรการควบคุมการทำเหมือง เป็นวิธีที่ไม่ได้ผล แนวทางเพียงอย่างเดียวที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง คือการออกมาตรการให้อุตสาหกรรมเหมืองแร่ต้องอยู่ใต้การควบคุมอย่างจริงจังโดยรัฐบาลประชาธิปไตยแบบสหพันธรัฐอย่างแท้จริง ซึ่งจะสามารถปกป้องอธิปไตยเหนือที่ดินและทรัพยากรของตนเอง และให้ความสำคัญเร่งด่วนต่อสวัสดิภาพของประชาชน”แถลงการณ์ระบุ