
เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569
TAI FREEDOM -SHAN VERSION รายงานว่า พล.อ.เจ้ายอดศึก ประธาน สภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน (RCSS) ได้กล่าวปราศรัยเนื่องในวันปฏิวัติกอบกู้รัฐฉานครบรอบ 68 ปีซึ่งจัดขึ้นบนดอยไตแลง ตรงข้ามกับ จ.แม่ฮ่องสอน ว่าสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน / กองทัพรัฐฉาน (RCSS/SSA) ได้จัดงานพิธีวันปฏิวัติกอบกู้รัฐฉาน ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติและกล่าวสดุดีแก่เหล่าผู้รักชาติทั้งหลาย ผู้ซึ่งได้อุทิศชีวิตและร่างกาย ในการต่อสู้เพื่อการปฏิวัติตอบกู้รัฐฉาน อีกทั้งยังได้จัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศล ให้แก่บรรดาผู้กล้าทั้งหลายที่ได้เสียสละชีวิต
พลเอกเจ้ายอดศึกกล่าวว่า งานปฏิวัติกอบกู้รัฐฉานนั้น มิใช่เป็นภารกิจของกองทัพเพียงฝ่ายเดียว ด้วยเหตุที่ชาติของเราได้ถูกศัตรูหักหลัง และเพิกเฉย ต่อการปฏิบัติตามข้อตกลงทางการเมือง ในหนังสือสัญญา ปางหลวง ปี 1947 ทำให้พี่น้องประชาชนชาติพันธุ์ ไต (ไทใหญ่) ต้องเผชิญกับความทุกข์ยากลำบากอย่างแสนสาหัส จนจำเป็นต้องลุกขึ้นจับอาวุธเพื่อทำการปฏิวัติต่อสู้ ด้วยเหตุนี้ งานปฏิวัติต่อสู้นั้น ประชาชนทุกคนจึงล้วนมีภาระหน้าที่ที่ร่วมกันทั้งสิ้น
ผู้นำ RCSS/SSA กล่าวว่า ภายหลังจากที่ สหภาพพม่าได้รับเอกราชจากอังกฤษ เป็นระยะเวลา 10 ปี สถานการณ์การเมืองภายในสหภาพได้เกิดความวุ่นวายขึ้นอย่างมาก บรรดาผู้นำของชาติพันธุ์ไต ได้ประเมินสถานการณ์และพิจารณาเห็นว่าการที่ทหารพม่าจะใช้แนวทางสันติวิธีในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น คงไม่อาจเป็นไปได้อีกต่อไป ดังนั้น ในวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2501 เจ้าน้อย (ซอหยั่นต๊ะ) จึงได้รวบรวมบุคคลผู้รักชาติจำนวน 31 คนพร้อมอาวุธปืน 7 กระบอก จัดตั้งกองกำลังปฏิวัติขึ้น ณ ตำบลเมืองหาง อำเภอเมืองโต๋น ภาคตะวันออกรัฐฉาน โดยตั้งชื่อกองกำลังว่า “กลุ่มหนุ่มศึกหาญ” นับเป็นจุดเริ่มต้นครั้งแรกของการปฏิวัติตอบกู้รัฐฉาน โดยมีเป้าหมายเพื่อการต่อสู้ให้ได้มาซึ่งเอกราชของรัฐฉาน และขับไล่ทหารพม่าออกไปจากรัฐฉาน และนับตั้งแต่ยุคสมัย หนุ่มศึกหาญ เป็นต้นมา งานปฏิวัติของชาติพันธุ์ไต ก็ได้สืบเนื่องยาวนานมาจนถึงทุกวันนี้
พลเอกเจ้ายอดศึกกล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้งานปฏิวัติกอบกู้รัฐฉานดำเนินมายาวนานถึง 68 ปีในวันนี้ หากย้อนกลับไปพิจารณาระยะเวลาที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่ามีข้อบกพร่องหลายประการที่เกิดขึ้น อาทิ ประชาชนจำนวนหนึ่ง ยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับงานปฏิวัติ โดยมองว่าเป็นหน้าที่ของกลุ่มติดอาวุธเพียงฝ่ายเดียว จึงไม่ยอมร่วมรับภาระหน้าที่ ,ผู้นำหรือกลุ่มกองกำลังปฏิวัติ บางคนบางกลุ่ม แม้จะมีจิตใจรักชาติอย่างแท้จริง แต่กลับขาดความรู้ความเข้าใจในวิธีการทำงานปฏิวัติ มีเพียงความเกลียดชังต่อทหารพม่าเป็นหลัก และยึดติดกับแนวคิดว่าจะต้องขับไล่ทหารพม่าออกไปเพียงอย่างเดียว เมื่อระยะเวลาการต่อสู้ยืดเยื้อ และต้องเผชิญกับอุปสรรคปัญหามากขึ้น ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
“ในการดำเนินงานทุกอย่างจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรและเงินทุน เมื่อมีความจำเป็นต้องใช้เงินก็พยายามแสวงหาเงินทุน แต่เมื่อมีทั้งเงินและอำนาจ กลับเกิดความยึดมั่นถือมั่น ตั้งตนเป็นใหญ่ หวงแหนพื้นที่ หวงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ แก่งแย่งผลประโยชน์ระหว่างกัน จนเกิดความขัดแย้ง และนำไปสู่การใช้กำลังเข้าห้ำหั่นกัน การมองเห็นแต่ผลประโยชน์ของตนหรือกลุ่มของตนเป็นสำคัญ มิได้ยึดถือผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก ส่งผลให้เกิดการแบ่งพรรคแบ่งพวก ไม่พบปะพูดคุยเจรจากัน และท้ายที่สุดก็ต้องกลับมาสู้รบกันเอง อันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้งานปฏิวัติยืดเยื้อมาจนถึงปัจจุบัน”พลเอกเจ้ายอดศึก กล่าว
พลเอกเจ้ายอดศึกกล่าวว่า กองกำลังปฏิวัติของเราส่วนใหญ่ ยังขาดความรู้ความสามารถด้านงานปฏิวัติ ไม่มีทั้งยุทธศาสตร์และยุทธวิธีในการปฏิบัติงาน อีกทั้งไม่ได้มีการศึกษาเกี่ยวกับงานด้านปฏิวัติอย่างจริงจัง ใช้เพียงความรู้สึกเกลียดชังทหารพม่าเป็นแรงผลักดันในการต่อสู้ และยังขาดเป้าหมายที่มั่นคง ดังนั้นเมื่อประสบกับอุปสรรคปัญหาหรือความทุกข์ยากลำบากต่างๆ รวมถึงเมื่อศัตรูใช้การเมือง การโฆษณาชวนเชื่อ หรือการชักจูงทางความคิด จึงมักเกิดความไขว้เขว หลงเชื่อศัตรู จนถึงขั้นยอมวางอาวุธ ยอมเป็นเครื่องมือ หรือเป็นหูเป็นตาให้แก่ศัตรู ทั้งนี้เพราะเราขาดอุดมการณ์ร่วมที่มั่นคง และขาดความสามัคคี จึงทำให้งานปฏิวัติของพวกเรายืดเยื้อมาจนถึงทุกวันนี้“นกกระจอก มีกำลังเพียงคาบเส้นหญ้าคา ก็ช่วยกันคาบหญ้าคา ช้างพลายมีกำลังดันท่อนซุงก็ช่วยกันดันท่อนซุง / ตามกำลังความสามารถที่แต่ละคนพึงกระทำได้ หากพวกเราทุกคนต่างรับภาระหน้าที่ของตนอย่างเต็มกำลัง วันหนึ่งข้างหน้างานปฏิวัติของพวกเราจะต้องประสบความสำเร็จตามที่มุ่งหวังไว้อย่างแน่นอน”พลเอกเจ้ายอดศึก กล่าว
“นกกระจอก มีกำลังเพียงคาบเส้นหญ้าคา ก็ช่วยกันคาบหญ้าคา ช้างพลายมีกำลังดันท่อนซุงก็ช่วยกันดันท่อนซุง / ตามกำลังความสามารถที่แต่ละคนพึงกระทำได้ หากพวกเราทุกคนต่างรับภาระหน้าที่ของตนอย่างเต็มกำลัง วันหนึ่งข้างหน้างานปฏิวัติของพวกเราจะต้องประสบความสำเร็จตามที่มุ่งหวังไว้อย่างแน่นอน”พลเอกเจ้ายอดศึก กล่าว