Search

พบ 37 แหล่งแร่แรร์เอิร์ธในไทยกว่า 10 ล้านตัน-กรมทรัพยากรธรณีสำรวจพบทรัพย์ในดินมหาศาลมูลค่า 5.9 ล้านล้านบาทในหลายจังหวัดทั้งเชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน กาญจนบุรี ระนอง ชุมพร สุราษฎร์ธานี-เร่งจัดทำแผนแม่บทจัดการแร่ฉบับ 3

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 เพจของคณะกรรมการนโยบายบริหารแร่แห่งชาติ รายงานว่า นายยงยุทธ นาควิโรจน์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี ได้ขับเคลื่อนนโยบายและข้อสั่งการของนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) และ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัด ทส.ให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำ (ร่าง) แผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ ฉบับที่ 3 โดยจัดประชุมปรึกษาหารือทางเทคนิค (Technical Meeting) เพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์ของ (ร่าง) แผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ ฉบับที่… ณ โรงแรมเซ็นจูรี่พาร์ค กรุงเทพฯ ร่วมกับการประชุมผ่านระบบออนไลน์ด้วยโปรแกรมซูม โดยมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการแร่แห่งชาติ ผู้แทนภาคประชาชน หน่วยงานภาครัฐ สถาบันทางวิชาการ และภาคเอกชน เข้าร่วมประชุมรวมทั้งสิ้น 90 คน

กิจกรรมดังกล่าวเป็นการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการจัดทำ (ร่าง) แผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ ฉบับที่ 3 และเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนได้ร่วมแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อทางเลือก
เชิงยุทธศาสตร์ เพื่อนำไปเป็นกรอบในการจัดทำ (ร่าง) แผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ ฉบับที่ 3 ให้การบริหารจัดการแร่ของประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีความมั่นคงด้านทรัพยากรในระยะยาว ช่วยยกระดับ
ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ภายใต้ดุลยภาพในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน

ขณะที่นายธวัชชัย เชื้อเหล่าวานิช ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านวิจัยและพัฒนาธรณีวิทยา กรมทรัพยากรธรณี ให้สัมภาษณ์ “สำนักข่าวชายขอบ”ถึงสำรวจแร่แรร์เอิร์ธในประเทศไทยว่า ได้เริ่มสำรวจตั้งแต่ปี 2555 จนถึงปัจจุบัน แต่เดิมแร่แรร์เอิร์ธที่ส่งออกไปนั้น เป็นการสกัดจากแร่ผลพลอยได้จากการทำเหมืองดีบุกในอดีต ส่วนใหญ่เป็นเหมืองปิดและเมื่อราคาตกต่ำทำให้ตลาดล่ม แร่พลอยได้คือโมนาไซต์ก็ไม่มีแล้วเพราะหยุดทำ แต่โรงแต่งยังมีอยู่จึงนำเข้าหางแร่มาแต่งจนได้เป็นหัวแร่โมนาไซต์ที่มีแรร์เอิร์ทอยู่และส่งออก เป็นอันดับ 5-6 ของโลกซึ่งดูแล้วน่าตื่นเต้น แต่จริงๆแล้วมีปริมาณเพียง 3-5% แล้วแต่ปี บางปีแค่ 1%

นายธวัชชัยกล่าวว่า การสกัดแรเอิร์ธไม่เหมือนแร่อย่างอื่น เพราะแรร์เอิร์ธ เอาแร่ไปสกัดแล้วยังมีแรร์เอิร์ธปน 13-14 ตัว ซึ่งตรงนี้ใครก็ทำได้ แต่เแยกออกมาเป็นแรเอิร์ทแต่ละตัว มีเทคโนโลยีอยู่ที่จีนประเทศเดียว จีนจึงครองตลาด นอกจากแหล่งแร่ดีบุกที่มีแร่แรร์เอิร์ทแล้ว ปัจจุบันกรมทรัพยากรธรณีหาแหล่งแร่แรร์เอิร์ท เกิดในชั้นดินผุ ซึงมีปริมาณไม่สูง แต่สกัดได้ง่ายและต้นทุนในการทำเหมืองต่ำ

“เวลาเราพูดถึงแหล่งแร่แรร์เอิร์ทแบบเดิมทำกับสายแร่เลย ทำจากหินแข็งมาย่อยให้ได้แร่ออกมา อีกแบบคือ ลานแร่ หินแข็งผุและสะสมในชั้นตะกอน เราเอาตะกอนมาชะ แต่งให้ได้แร่ออกมา อีกแบบคือทำจากชั้นหินผุ รูปแบบนี้เดิมเกิดที่จีนตอนใต้ และนำมาใช้ในพม่า คือแบบ in-situ deposit ตอนนี้มีที่พม่าและลาว ใช้ in-situ leaching ใช้สารเคมีชะออกมา ธาตุที่ได้ออกมาคือสารประกอบธาตุหายากรวม แล้วเอาตะกอนไปแยกให้ได้แต่ละชนิดคล้ายดินขาวแล้วเอากลับไปจีน”นายธวัชชัย กล่าว

ผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยากล่าวว่า กรมทรัพยากรธรณี สำรวจหาแหล่งแร่ในหินที่มีศักยภาพให้แร่แรร์เอิร์ทมาก ในธรณีวิทยาใกล้เคียงกับทางตอนใต้ของจีน และแบบเดียวกับพม่า- ลาว ต่อเนื่องไปถึงมาเลเซียที่ทำเหมืองไปแล้ว

“ตอนนี้พบมี 37 แหล่ง ที่สามารถกำหนดได้ว่าเป็นแหล่งแร่ที่มีธาตุหายาก ที่ เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน กาญจนบุรี ระนอง ชุมพร สุราษฎร์ธานี จริงๆ มีกระจายตัวอยู่แต่สำรวจไม่หมด คือการสำรวจต้องอยู่นอกเขตหวงห้าม นอกเขตอุทยาน นอกเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เราสำรวจได้แร่แรร์เอิร์ธตัวรวม สัดส่วนส่วนใหญ่ มากๆ คือ ซีเลียม Ce แลนทานัม La นีโอดีเมียม Nd อีเตียม Y และบางพื้นที่มีตัวอื่นๆ เล็กๆ น้อยแทรกมาเช่น ดิสโพเซียม สมาเรียม Sm มีตัวอื่นในปริมาณค่อนข้างน้อย”นายธวัชชัย กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีปริมาณเท่าไร นายธวัชชัยกล่าวว่า ปริมาณทรัพยากรที่เราประเมินเป็น resource ไม่ใช้ reserve (ปริมาณสำรอง) ซึ่งต้องสำรวจลงรายละเอียดเชิงลึกและต้องมีการเก็บตัวอย่างที่ละเอียดมาก ซึ่งของกรมทรัพยากรธรณีสำรวจจากพื้นผิวตื้นๆ เท่านั้น แต่หลังจากนี้ต้องเป็นหน้าที่เอกชนที่ต้องไปไปสำรวจเพิ่มเติม เพราะงบประมาณราคาสูง ตอนนี้เราประกาศให้เอกชนรู้แล้ว ทุกคนรู้ ข้อมูลอยู่ในเว็บไซต์ของกรมทรัพยากรธรณี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเอกสารที่กรมทรัพยากรธรณีเผยแพร่ระบุว่า จากการสำรวจพบกลุ่มแร่โลหะเบาและแร่หายาก โดยธาตุหายากมีปริมาณ 10.84 ล้านตันโลหะ มีมูลค่า 5.96 ล้านล้านบาท

ผู้สื่อข่าวถามว่าประเมินแล้วหากเอกชนเข้ามาร่วมทำเหมืองจะคุ้มค่อหรือไม่ นายธวัชชัยกล่าวว่า เอกชนต้องไปสำรวจเอง ในเบื้องต้นน่าสนใจอยู่แล้วเพราะเราสำรวจกำหนดเป็นเขตแหล่งแร่ เป็นค่าความเข้มข้นขั้นต่ำ และเป็นความเข้มข้นรวมที่ต้องไปสำรวจอีกที ซึ่งแร่แรร์เอิร์ธ อย่างซีเลียมราคาไม่สูง แต่ทีมีราคาสูงเป็นธาตุหายากหนัก เช่น ดิสโพเซียม เทอเบียม หรือนีโอดีเมียม ที่เอาไปใช้อุตสาหกรรมแบตเตอรี่ ซึ่งเอกชนต้องไปสำรวจและดูว่าได้ปริมาณรวมแล้วจะสกัดแยกอย่างไร เราชี้เป้าให้เฉยๆ

“แทนที่จะส่งออกไปจีน หากมีผู้สกัดในไทยเราก็ทำได้ ผู้ประกอบการยินดีหากทำโรงสกัดแยกในระดับหนึ่ง แต่ต้องใช้เทคโนโยจากจีน การสำรวจนี้การันตีความมั่นคงของประเทศได้ ทั้งญี่ปุ่น สหรัฐฯ หากันหมด เพราะจีนคุมตลาด หากจีนลดการส่งออก ใช้กำแพงภาษีก็กระทบทั้งหมด หากเรามีแหล่งสำรองเราใช้เป็นข้อต่อรองได้ก็เป็นเรื่องที่ดี”นายธวัชชัย กล่าว

“จีนมีวัตถุดิบ อุตสาหกรรมก็ไปได้ เขาดึงเข้าจีนหมด อุตสาหกรรมเขาก็โตได้ นั่นเพราะความมั่นคงทางทรัพยากรของเขา ใครครองไว้เยอะก็มีโอกาสกว่า แต่ไทยไม่เคยมีแร่ธาตุอื่นเป็นธาตุสำรอง มีแค่สำรองทองคำ แต่ไม่เคยสำรองโลหะใหญ่ๆ เพื่อความมั่นคงของธุรกิจ เรามีสำรองน้ำมัน แต่การสำรองแร่แบบนี้ต้องใช้เงินเยอะ การอธิบายต่อประชาชนก็ยากมาก นี่คือมุมมองผม”นายธวัชชัย กล่าว

เมื่อถามว่าความพอดีของการขุดแร่ออกมาใช้กับการรักษาความสมดุลของธรรมชาติอยู่ที่ไหน นายธวัชชัยกล่าวว่า พูดยาก โดยต้องพิจารณาว่า ณ จังหวะนั้น แร่อะไรกำลังเป็นที่ต้องการและอุตาหสกรรมนั้น เรามีหรือไม่ หากใช้ประโยชน์ก็ใช้ การเก็บไว้ให้ลูกหลาน เราก็ไม่รู้ว่าอนาคตแร่นั้นอาจจะไม่มีประโยชน์แล้วก็ได้ แต่แร่แรร์เอิร์ธอีก 20 ปีก็ยังเป็นที่ต้องการ แต่เรามี know-how หรือเปล่า จะถึงหรือยัง จีนกว่าจะได้มาเขาทำมา 50 ปี