
เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เครือข่ายลุ่มน้ำชุมชนชาติพันธุ์จังหวัดเชียงราย ออกแถลงการณ์ภายหลังร่วมหารือกันถึงเรื่องการใช้และดูแลไฟในระบบนิเวศว่า ตลอดหลายชั่วอายุคน ไฟเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต การผลิตอาหาร การดูแลป่า การฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ และการลดความเสี่ยงจากไฟป่าขนาดใหญ่ ภูมิปัญญาการใช้ไฟของชุมชนชาติพันธุ์มิได้เป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ หากแต่เป็นระบบความรู้ที่พัฒนาขึ้นจากประสบการณ์และการเรียนรู้ร่วมกับธรรมชาติมาอย่างต่อเนื่องด้วยเหตุนี้ พวกเราจึงขอประกาศเจตนารมณ์และข้อเสนอร่วม ดังต่อไปนี้
- ยืนยันหลักการ “คนอยู่กับไฟได้ ไฟคือนิเวศชีวิต” ไฟเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศและวิถีวัฒนธรรมของชุมชน การอยู่ร่วมกับไฟอย่างรู้เท่าทันและมีความรับผิดชอบ คือรากฐานสำคัญของการดูแลป่าและทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
- ยืนหยัดเป็นผู้ใช้ไฟและผู้ดูแลไฟอย่างมีจริยธรรม มุ่งมั่นที่จะใช้ไฟบนฐานของความรู้ ความรับผิดชอบ และจริยธรรม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของชุมชน สิ่งแวดล้อม และสาธารณะ พร้อมสืบทอดและพัฒนาระบบการจัดการไฟที่เหมาะสมกับบริบทปัจจุบัน
- เรียกร้องให้รัฐและสังคมยอมรับองค์ความรู้ของชุมชนชาติพันธุ์ในฐานะมรดกทางปัญญาที่มีคุณค่า และบรรจุองค์ความรู้ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย แผนงาน และมาตรการบริหารจัดการไฟทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ
- ยอมรับชุมชนชาติพันธุ์เป็นหุ้นส่วนในการออกแบบการบริหารจัดการไฟ พวกเราขอให้ชุมชนชาติพันธุ์มีส่วนร่วมอย่างแท้จริงในการกำหนดนโยบาย วางแผน ออกแบบ และตัดสินใจเกี่ยวกับการบริหารจัดการไฟในพื้นที่ของตนเอง ภายใต้หลักการมีส่วนร่วม ความเสมอภาค และการเคารพสิทธิของชุมชน
- ทบทวนมาตรการห้ามเผาให้สอดคล้องกับบริบททางนิเวศวัฒนธรรม
“พวกเราขอยืนยันว่า อนาคตของการจัดการไฟที่ยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้จากการประสานพลังระหว่างภูมิปัญญาท้องถิ่น วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างคน ป่า น้ำ และไฟ ให้ดำรงอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูลสืบไป”แถลงการณ์ระบุ