
เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 รศ.ดร.อภินันท์ สุวรรณรักษ์ คณบดีคณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวชายขอบ ถึงกรณีการปนเปื้อนในลุ่มน้ำโขง ว่าโดยภาพรวมของพื้นที่แม่น้ำโขง ไทยเราไม่มีเอกสิทธิ์ ยากที่จะบริหารจัดการได้ลำพัง แม่น้ำโขงถูกแบ่งเป็นสองช่วง ช่วงหนึ่งเป็นล้านช้างเจียง (จีน) และอีกช่วงคือคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission-MRC) นโยบายสองส่วนไม่เชื่อมกัน การบริหารจัดการแม่น้ำโขงก็ยาก มีเขื่อนในลาวอีกมหาศาล ทั้งบนแม่น้ำโขงและลำน้ำสาขา
รศ.ดร.อภินันท์กล่าวถึงปัญหาสารพิษโลหะหนักที่ปนเปื้อนในแม่น้ำว่า ดูแล้วยังแก้ปัญหาไม่ได้ ความเป็นจริงแล้วประชาชนรอไม่ได้ จะทำอย่างไรให้ประชาชนเลี้ยงปากท้องได้ เพราะครอบครัวต้องกินต้องมีรายได้ เช่นการสร้างตลาดที่เชื่อมโขง เชียงรายอยู่ต้นทาง (ที่มีการปนเปื้อน) ความเข้มข้นสูงถูกฝังในดินตะกอน ทั้งในบ้าน ตามเส้นทางน้ำที่เป็นโครง ร่องน้ำชลประทาน ลำเหมืองไส้ไก่ สารพิษแผ่ไปทุกที่ สารพิษไปทุกที่ เรื่อง (การปนเปื้อนใน)ข้าวจะเป็นปัญหาใหญ่มาก เรื่องปลายังพอทดแทนได้ สำหรับที่เชียงรายที่จะพอบรรเทาได้ คือลุ่มน้ำสาขา เช่น น้ำอิง น้ำลาว (น้ำคำ น้ำแม่กรณ์) รัฐบาลต้องดูแลให้ดี เพื่อพาคนเชียงรายไปได้ต่อ ให้มีแหล่งน้ำสะอาด
“ในน้ำโขง ตรวจเจอสารโลหะหนักในดินตะกอน ดินที่อยู่บนฝั่งก็เจอ ปรอทเยอะ สูงมาก แม่น้ำโขงที่ไหลลงมาข้างล่าง (ทางภาคอีสานของไทย) หากแผนที่เหมืองแร่ที่เผยแพร่เป็นจริง น้ำโขงตอนล่างหนักกว่าเดิม ไหลลงมารวมกัน หนักสุดน่าจะนครพนม ตรงไหนที่น้ำไหลนิ่งๆ แผ่กว้างๆ การปนเปื้อนจะแรง นี่คือข้อสันนิษฐาน แม่น้ำโขงบริเวณแต่ที่น้ำลึกไหลเชี่ยวอาจไม่กระทบมากเพราะพัดพาตะกอนไป”ผู้เชี่ยวชาญรายนี้กล่าว
คณะบดีคณะเทคโนโลยีการประมงฯกล่าวว่า แม่น้ำอิง น้ำลาว น้ำเลย ฯลฯ ที่อยู่ในประเทศของเรา รัฐบาลต้องมีโยบายชัดเจน ให้ได้ใช้ประโยชน์สูงสุด ในอนาคตเราจะไม่มีน้ำใช้ น้ำโขงที่เคยสูบขึ้นมาใช้ เมืองต่างๆ ที่ติดแม่น้ำโขง ให้ได้ใช้น้ำสะอาด วันนี้เทคโนโลยีการผลิตน้ำประปาสามารถทำได้มาตรฐาน แต่ค่าของชีวิตมันแพงขึ้น คนที่ถูกเก็บเงินคือประชาชน ค่าน้ำประปาต้องแพงกว่าจังหวัดอื่น จะส่งผลระยะยาว กลายเป็นจนซ้ำซาก หากนานไปกว่านี้ ทำมาหากินไม่ได้ ครอบครัวก็จะล้มเหลว ประชากรก็อยู่ไม่ได้ ต้องย้ายถิ่นฐานในที่สุด
รศ.ดร.อภินันท์ กล่าวอีกว่าเรื่องปลาและสิ่งมีชีวิตในน้ำ และทรัพยากรทั้งหมด เริ่มกระทบจากสิ่งมีชีวิตที่เล็กที่สุด แพลงตอนพืชและสัตว์ เป็นสิ่งมีชีวิตเล็กที่สุด นอกจากโลหะหนักจากเหมืองแร่แล้วสารเคมีจากเกษตรก็มาซ้ำเติม เมื่อสิ่งมีชีวิตที่เป็นอาหารพื้นฐานไม่มี ปลาก็ไม่โต กระทบวงจรชีวิต วัยเจริญพันธุ์ไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้ไม่มีลูกหลาน สัดส่วนประชากรก็จะลดลง เมื่อจำนวนในการจับคู่น้อยลง ความแข็งแรงทางพันธุกรรมก็น้อยลง
“กุ้ง ปู หอย กินพวกนี้ก็ไม่รู้จะกินอะไร ปลาก็ไม่มีอะไรกิน เมื่อปลากลุ่มแรกที่มีปัญหา ปลาไม่มีของกิน ไม่ขยายพันธุ์ ลูกปลารุ่นต่อไปก็ไม่มีมาเติม ปลาที่อาศัยกินท้องน้ำ ตะกอนมาเยอะ แสงส่องไม่ถึงพื้นน้ำไม่ถึงแก่งก็ไม่เกิดตะไคร่น้ำ พวกปลาที่หากกินตะไคร่ ปากกวาดกินจากพื้นท้องน้ำ กวาดเอาตะกอนดินเข้าไปก็สะสม เราเริ่มเห็นแล้ว ปลาพวกนี้สะสมสารโลหะหนักเป็นทวีคูณ สุดท้ายปริมาณปลาทั้งวงจรจะน้อยลงๆ สุดท้ายก็จะกลายเป็นแม่น้ำที่ร้าง พันธุ์ปลาหกร้อยชนิดในแม่น้ำโขงสายหลัก ท้ายที่สุดก็จะหมดไป ส่วนปลาที่ตามห้วย ตามลำน้ำสาขา ตอนนี้เราก็เห็นการเปิดหน้าดินขนาดใหญ่ เห็นจากดาวเทียมได้ก็ไม่ธรรมดา กิจกรรมเหล่านั้นคือเราต้องมีความจริงมาคุยกัน”รศ.อภินันท์ กล่าว
หมายเหตุ-ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม-5 มิถุนายน เครือข่ายภาคประชาชนร่วมกันจัดงานธรรมยาตราแม่น้ำข้ามแดนจากบ้านท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ถึง อ.เมือง จ.เชียงราย ดูรายละเอียดและกำหนดการใน https://www.facebook.com/profile.php?id=61576597870176