Search

วิสาขธรรมยาตราปกป้องแม่น้ำข้ามแดนคึกคัก-พระสงฆ์สามเณร-ประชาชนนับพันร่วมขบวน-จี้รัฐบาลรับฟังแก้ไขอย่างจริงจัง-แนะเร่งจัดการเหมืองแร่พิษต้นแม่น้ำ

เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.00 น.ที่บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำกกท่าตอน ต.ท่าตอน อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน เครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง สาละวิน ร่วมกับมูลนิธิร่มไทยและองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)ท่าตอน จัดกิจกรรมธรรมยาตราแม่น้ำข้ามแดนระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม-5 มิถุนายน 2569 จากสะทานท่าตอนถึง อ.เมือง จ.เชียงรายระยะทางกว่า 60 กม.โดยในวันนี้เป็นวันวิสาขบูชาซึ่งเป็นวันเริ่มต้นเดินก้าวแรกโดยมีนายนิติฬ์ปกรน์ แสงสุวรรณ นายอำเภอแม่อาย เป็นประธานเปิดงาน

นางเตือนใจ ดีเทศน์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา จ.เชียงราย กล่าวตอนหนึ่งบนเวทีเปิดงานว่า การทำลายธรรมชาติ เช่น เหมืองแร่แรร์เอิร์ทที่ขาดหลักธรรมาภิบาล ซึ่งในวันวิสาขบูชาครั้งนี้ เราทุกคนจะประกาศให้รู้ว่าธรรมะ กับธรรมชาติเป็นสิ่งเดียวกัน และมนุษย์เป็นเพียงสวนหนึ่งของธรรมชาติ ต้องปกป้องรักษาธรรมชาติ ตอนนี้การทำเหมืองแร่เถื่อนได้กระจายไปตามแหล่งต้นน้ำในประเทศเพื่อนบ้าน และยังเกิดขึ้นที่ต้นแม่น้ำกระบุรีด้วย ดังนั้นพลังของเราในการธรรมยาตราครั้งนี้จะทำให้รัฐบาลประเทศต่างๆ ที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานของแร่สำคัญ ได้รับรู้ ว่าปัจจุบันเหมืองแร่เหล่านี้ก่อให้เกิดมลพิษข้ามพรมแดนในแม่น้ำ 6 สายแล้ว เราหวังว่าพลังธรรมของทุกคนก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในทุกประเทศที่เกี่ยวข้อง

นายบุญโรจน์ กองแก้ว นายก อบต.ท่าตอน กล่าวว่าการจัดกิจกรรมธรรมยาตราเพื่อเชื่อมโยงธรรมกับธรรมชนเพราะ ตลอดเกือบ 2 ปีประชาชนเกิดความกังวลจากการปนเปื้อนของแม่น้ำและขาดความเชื่อมั่นในการใช้น้ำ ซึ่งขณะนี้แม่น้ำที่เคยอุดมสมบูรณ์กำลังเผชิญความท้าทายสำคัญที่ทุกฝ่ายจะร่วมกันแก้ไข การเดินครั้งนี เป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือในการปกป้องสายน้ำ

นส.แสงระวี สุวีรกานย์ รองประธานมูลนิธิร่มโพธิ์ กล่าวว่า กิจกรรมธรรมยาตราครั้งนี้รวมระยะทางกว่า 60 กม.คาดว่ามีประชาชนร่วมกว่า 4 พันคน เพื่อสะท้อนให้ภาครัฐแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เพราะสายน้ำคือชีวิตและความหวังของประชาขชน การปกป้องแม่น้ำคือปกป้องชีวิต

ขณะที่นายนิติฬ์ปกรน์ นายอำเภอแม่อาย กล่าวว่า สายน้ำเชื่อมคนหลายประเทศเข้าด้วยกัน แต่ตอนนี้ต้องเผชิญผลกระทบจากสารเคมีอันเกิดจากเหมืองแร่ต้นน้ำ ส่งผลต่อความมั่นคงของประชาชน และท้าทายทุกภาคส่วนแสวงหาแนวทางปกป้องและฟื้นฟู โดยจังหวัดเชียงใหม่และเชียงรายตระนักว่าไม่ใช่เป็นหน้าที่ของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแต่ทุกฝ่ายต้องร่วมกัน การรเดินธรรมยาตราครั้งนี้เป็นแสดงเจตนารมย์ของประชาชนเพื่อปกป้องสายน้ำ

พระมหานิคม มหาภินิกฺขมโน ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดท่าตอนซึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่และเจ้าคณะอำเภอแม่อาย เป็นผู้แทนกล่าวธรรมโอวาทโดยระบุว่า ธรรมยาตราเป็นการเดินเพื่อประโยชน์สุขกับสังคม การเดินครั้งนี้คือการบูชาวิสาขโลกและสิ่งแวดล้อมโลกเป็นการปฎิบัติธรรม โดยธรรมคือธรรมชาติคือแม่น้ำและแม่น้ำเป็นแม่ของสรรพสิ่ง วันนี้แม่น้ำกก สาย รวก โขง และสาละวิน กำลังประสบปัญหาอย่างหนักจากวิกฤตซึ่งเป็นห่วงโซ่ต่อเนื่อง เราร่วมกันเพื่อประกาศว่าการเดินด้วยธรรม หรือธรรมยาตรา การเดินด้วยเท้าอาจคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่เท้าไม่ใช่ของต่ำหากพาเราไปสู่ที่สูง เราจะเอาความอดทนและความพากเพียรพยายามเดินไปด้วยกันในการแก้ไขปัญหาให้กับแม่น้ำและชุมชนที่ได้รับผลกระทบ

นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของกล่าวว่า วันนี้เป็นวันสำคัญทางศาสนาและเป็นวันประวัติศาสตร์ของคนลุ่มน้ำกก สาย รวก โขงและสาละวินในการเดินธรรมยาตราเพื่อปกป้องแม่น้ำจากสารพิษของคนเห็นแก่ตัว เราจะไปรวมพลังกันในวันที่ 5 มิถุนายนที่สะพานข้ามแม่น้ำกกที่เชียงราย และระหว่างธรรมยาตราเราจะฟังเสียงทุกเสียงที่เดือดร้อน และจะรวบรวมส่งไปให้รัฐบาล ซึ่งเป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่เพื่อให้รัฐบาลสนใจโดยเฉพาะนายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล เราอยากให้มาฟังชาวบ้าน

“หัวใจของพวกเราจะสร้างพลังอันยิ่งใหญ่ให้เกิดความเปลี่ยนแปลงเพื่อลูกหลานจะได้กลับมาใช้แม่น้ำใสสะอาดทั้ง 6 สาย วันนี้เราจะทำอย่างเต็มที่ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของบ้านเราลำพังอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของอนุภูมิภาค” นายนิวัฒน์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศก่อนธรรมยาตราเป็นไปอย่างคึกคักโดยมีพระและสามเณรราว 150-200 รูปเดินอยู่หัวขบวน ขณะที่เด็กนักเรียนและประชาชนนับพันคนต่างร่วมเดินในขบวนครั้งนี้

นายบุญโรจน์ นายก อบต.ท่าตอน ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ตลอดระยะเวลากว่า 1 ปีที่พบสารโลหะหนักในแม่น้ำกกจนถึงขณะนี้สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ขณะที่ชาวบ้านต้องใช้น้ำอย่างหวาดระแวงและกิจกรรมต่างๆถูกยุติลง โดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่เป็นแหล่งรายได้ของชุมชนได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก และทุกวันนี้การทำเหมืองแร่ที่ต้นแม่น้ำกกก็ยังปล่อยสารพิษออกมาทุกวันซึ่งยังไม่ชัดเจนว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหานี้อย่างไร“เราอยากให้แก้ปัญหาที่ต้นตอคือเหมืองแร่ซึ่งควรทำอย่างถูกต้องและมีระบบ ไม่ใช่ปล่อยสารพิษลงแม่น้ำ อยากให้ผู้มีอำนาจแก้ไขตรงนี้ ไม่ใช่แก้ปัญหาที่ปลายแหตุ” นายก อบต.ท่าตอน กล่าว

“เราอยากให้แก้ปัญหาที่ต้นตอคือเหมืองแร่ซึ่งควรทำอย่างถูกต้องและมีระบบ ไม่ใช่ปล่อยสารพิษลงแม่น้ำ อยากให้ผู้มีอำนาจแก้ไขตรงนี้ ไม่ใช่แก้ปัญหาที่ปลายแหตุ” นายก อบต.ท่าตอน กล่าว