cambodia workers

นาทีนี้น่าเห็นใจแรงงานเขมรจริงๆครับ เพราะตกเป็น “เหยื่อ”การเมืองและผลกรรมที่ผู้นำประเทศของเขาทำไว้จากการเล่นเล่ห์ทางการเมืองโดยที่แรงงานส่วนใหญ่ไม่รู้เรื่องด้วย


ภาพแรงงานเขมรเรือนหมื่นเรือนแสนเดินหอบลูกจูงหลานและแบกข้าวของข้ามแดนกลับประเทศเหมือนกับเมื่อครั้งหนีภัยเขมรแดง ทำให้อดสังเวชใจไม่ได้ว่าทำไมภาพแบบนี้ถึงต้องเกิดกับประชาชนเขมรอยู่เรื่อยๆ

ที่บอกว่าอพยพแรงงานครั้งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงครั้งนี้ เป็นเรื่องการเมืองมาตั้งแต่ต้นเพราะ การเล่นการเมืองของฮุนเซ็นที่เอาศักดิ์ศรีของประเทศมาวางเดิมพันทางความสัมพันธ์กับขั้วความขัดแย้งในบ้านเรา ดังนั้นเมื่อเลือกข้างผิด ทำให้ชาวเขมรส่วนใหญ่ที่ไม่รู้เรื่องด้วยพลอยถูกหวาดระแวงจากหน่วยงานด้านความมั่นคงของไทย เพราะต้องไม่ลืมว่าระหว่างการชุมนุมประท้วงของกลุ่มคนเสื้อแดง มีข่าวออกมาเป็นระรอกว่ามีการขนคนเขมรเข้ามาสนับสนุน ขณะที่ฮุนเซ็นเองก็อนุญาตให้แกนนำเสื้อแดงใช้ประเทศเขมรเป็นผนังพิงอย่างเอิกเกริก

ดังนั้นแม้ขณะนี้คสช.จะออกมาป่าวประกาศว่า ไม่มีนโยบายกวาดต้อนจับกุมแรงงานเขมร ก็ดูจะไม่น่าเชื่อนัก เพราะแรงงานเขมรฟังข่าวลือและเริ่มอพยพมาก่อนหน้านี้เป็นสัปดาห์แล้ว หากคสช.ต้องการสยบข่าวลือจริง ก็คงทำกันนานแล้ว ในทางตรงกันข้ามยังมีการจับกุมแรงงานข้ามชาติกันขนานใหญ่ ใครบ้าง(ว่ะ)จะไม่กลัวเกรง

ขณะเดียวกันสถานการณ์การเมืองในเขมรเองก็กำลังใช้กรณีการอพยพแรงงานครั้งใหญ่นี้เป็นประเด็นห้ำหั่นกันระหว่างฮุนเซ็นและสม รังสี แต่ฟังจากท่าทีของสม รังสีแล้ว ดูจะเข้าใจความซับซ้อนของเรื่องราวที่เกิดในประเทศไทยดี โดยเฉพาะที่บอกว่าเป็นความพยายามของคสช.ที่ต้องการกำจัดส่วย “ตำรวจ”

ส่วนการปราบปรามแรงงานข้ามชาติผิดกฎหมายและการแก้ไขปัญหาส่วย กับกรณีการอพยพแรงงานเขมรครั้งนี้ ผมว่าเป็นคนละเรื่องเดียวกัน เพราะที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นแรงงานพม่า ลาว เขมร ไทยใหญ่ ฯลฯ ต่างก็ต้องถูกรีดเลือดจากผู้ที่เกี่ยวข้องในขบวนการแรงงานข้ามชาติเหมือนๆกัน ตั้งแต่นายหน้า บริษัทจัดหางาน ตำรวจ ทหาร(ชายแดน)บางหน่วย(ทั้งเรือและบก) ไปจนเจ้าหน้าที่ของกรมการจัดหางาน

เดี๋ยวค่อยๆมาชำแหละกัน เพียงแต่คสช.อย่าเพิ่งไปรีบเชื่อและให้น้ำหนักไปที่กรมการจัดหางาน มิฉะนั้นจะล้มเหลวไม่เป็นท่าเหมือนที่เป็นมา

—————–
ขอบคุณภาพจากเฟสบุค Sam Rainsy

 

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.