เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 เพจของกรมควบคุมมลพิษ(คพ.) รายงานว่า ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 15 ร่วมกับจังหวัดระนองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดเวที “เปิดพื้นที่สะท้อนเสียงประชาชน” กรณีปัญหาความขุ่นในแม่น้ำกระบุรี จังหวัดระนอง โดยประชาชนและภาคประชาสังคมระบุว่าสาเหตุสำคัญเกิดจากกิจกรรมเหมืองแร่ในฝั่งเมียนมา ส่งผลให้ตะกอนดินไหลลงสู่ลำน้ำและกลายเป็นปัญหามลพิษข้ามพรมแดน กระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชน การเกษตร ประมงพื้นบ้าน การท่องเที่ยว และระบบนิเวศ โดยเฉพาะหญ้าคริปโตโครีน พืชน้ำหายากที่พบเพียง 2 แห่งของโลก กำลังได้รับผลกระทบจากการทับถมของตะกอนดิน
เพจของ คพ.รายงานว่า ผลการตรวจติดตามคุณภาพน้ำและตะกอนดินของ คพ. ปรากฎว่าค่าสารโลหะหนักยังไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน มีเพียงค่าความขุ่นที่เพิ่มขึ้นในช่วงหน้าแล้งอย่างมีนัยยะ ในขณะที่กรมประมงตรวจพบสารแคดเมียมและตะกั่วในกุ้ง แต่ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัย ขณะที่เครือข่ายรักษ์แม่น้ำกระบุรีได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหา 11 ประการ อาทิ การเพิ่มความถี่ในการตรวจสอบคุณภาพน้ำ การตรวจสารปนเปื้อนในร่างกายประชาชน การจัดทำแผนที่ความเสี่ยง การผลักดันปัญหามลพิษข้ามพรมแดนเป็นวาระแห่งชาติ
สำหรับแนวทางดำเนินงาน ภาครัฐเตรียมแต่งตั้งคณะทำงานระดับจังหวัด โดยเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ขณะที่ คพ.และกรมประมงจะเพิ่มความถี่การเฝ้าระวังคุณภาพน้ำและสัตว์น้ำทุก 3 เดือน พร้อมผลักดันการติดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำอัตโนมัติแบบ Real-time ในพื้นที่ต้นน้ำกระบุรี นอกจากนี้ กรมทรัพยากรน้ำและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังเตรียมพัฒนาแหล่งน้ำสำรองและปรับปรุงระบบประปาหมู่บ้าน เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนในระยะยาว
“ภาครัฐตระหนักถึงความเดือดร้อนของประชาชนจากปัญหาความขุ่นในแม่น้ำกระบุรีที่ยืดเยื้อมาอย่างต่อเนื่อง การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งการเฝ้าระวัง การบรรเทาผลกระทบ การฟื้นฟูระบบนิเวศ และการผลักดันความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อคืนความอุดมสมบูรณ์ของแม่น้ำและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนในพื้นที่” ดร.สุรินทร์ กล่าว
แหล่งข่าวด้านความมั่นคงชายแดนกระบุรีเปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ภาคประชาชนและ อบต.ปากจั่น รวมทั้ง คพ.ได้ร่วมกันจัดเวทีรับฟังเสียงสะท้อนปัญหาแม่น้ำกระบุรี ปรากฏว่าปัจจุบันน้ำในแม่น้ำกระบุรีมีความขุ่นน้อยลงเมื่อเปรียบเทียบกับก่อนจัดเวที ซึ่งคาดว่าส่วนหนึ่งมีการส่งสัญญาณข้ามไปยังเหมืองแร่ต้นแม่น้ำ และอีกส่วนหนึ่งเป็นช่วงฤดูฝนซึ่งน้ำจากลำคลองสายอื่นๆที่ต้นน้ำไม่มีเหมืองไหลลง
