Search

หมู่บ้านรวมมิตร กับภัยเงียบที่ปนเปื้อนสายน้ำกก

เรื่อง กิตติธัช สิงห์เสนา

“สมัยก่อนในตอนกลางคืนแม่ชอบใช้โส่ย (สวิง)ในการช้อนเอากุ้งฝอยและปลาเล็กจากแม่น้ำกกเป็นประจำ ชอบไปแงะเอาที่ขอนไม้หรือยกหินขึ้นบ้างเพื่อเก็บเอากุ้งฝอยตามริมแม่น้ำ” หน่อ เป๊อะ แม่เฒ่าชาวปกาเกอะญอ วัย 70 ปีแห่งหมู่บ้านรวมมิตร อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เล่าด้วยภาษาปกาเกอะญอ

ยามนี้“พือ” (ผู้อาวุโสปกาเกอะญอ) ได้แค่นั่งอยู่หน้าบ้านริมทาง หลังจากแม่น้ำกกปนเปื้อนสารพิษจากเหมืองแร่ในเขตรัฐฉานใต้เมื่อกว่า 1 ปีก่อน ทำให้พือต้องห่างจากสายน้ำ

“สมัยก่อนพ่อของพือเคยหว่านแหได้ปลาเยอะมาก คนที่ไม่มีข้าวก็เอาปลามาแลกข้าวได้ เป็นการวนอยู่แบบนี้ไปทุกช่วงฤดู”แม่เฒ่าย้อนวิถีชีวิตในวัยเยาว์ที่แม่น้ำกกยังเป็นที่พึ่งของทุกวิถีชีวิตในย่านนี้

“ตั้งแต่มีฝายที่ป่ายางมน ปลาก็ลดน้อยลงมาก ปลามันขึ้นมาจากแม่น้ำโขงไง แต่มันก็ไม่ได้หมดไป ยังพอหากินได้แต่ไม่ได้เยอะเหมือนเมื่อก่อนแค่นั้นเอง แต่ตอนนี้น้ำขุ่น มีตะกอนพิษตามที่เขาว่า พื้อก็หยุดลงมาตั้งแต่ปีน้ำท่วมแล้ว”

เช่นเดียวกับหน่อ ซู ลูกสาวของแม่เฒ่าหน่อ เป๊อะ ซึ่งนางมีอาชีพแม่ค้าขายหมูปิ้งริมถนน หมู่บ้านรวมมิตร ซึ่งบอกว่าเมื่อ 2 ปีก่อนน้ำกก ตลิ่งริมน้ำกกไม่ได้สูงขนาดนี้ แต่เป็นเหมือนริมหาดลงไป มีเด็กๆมาเล่นทรายก่อทรายขึ้นริมแม่น้ำหลังเลิกเรียนเป็นประจำ แต่ตั้งแต่น้ำท่วมดินโคลนไหลมา ทำให้ตลิ่งริมขอบแม่น้ำสูงขึ้น และน้ำก็ขุ่นตลอดทั้งปี ผู้คนก็หายไปทั้งแม่น้ำ

“แม่น้ำกกคือชีวิตประจำวันของคนหมู่บ้านนี้ วันหยุดเสาร์อาทิตย์ เราจะพากันขนทั้งครอบครัวไปเล่นอยู่ริมน้ำ ห่อข้าวจากที่บ้านไปกิน อยู่ที่แม่น้ำทั้งวัน พอเรามาอยู่ใต้ร่มไม้เย็นๆริมแม่น้ำแล้ว ที่บ้านก็ไม่เปลืองไฟ เด็กๆได้วิ่งเล่น ได้เล่นน้ำ ไม่ใช่จ้องเล่นแต่โทรศัพท์เหมือนทุกวันนี้”หน่อซู ระบายความในใจในชีวิตที่ยากลำบากมากขึ้นหลังจากสายน้ำกกกลายเป็นพิษ “ยิ่งในวันอาทิตย์คนยิ่งเยอะทั้งเด็กและผุ้ใหญ่ที่พึ่งเข้าโบสถ์เสร็จในช่วงสายๆ ก็พากันลงมาเล่นที่ริมแม่น้ำกก เป็นแบบนี้วนไปอยู่ทุกสัปห์ดา”

“วันธรรมดาช่วงเย็นเด็กเล็กๆ กลับจากโรงเรียนจะถือขวดน้ำเปล่ามาคนละขวด แข่งกันจับกุ้งฝอยริมแม่น้ำกกจนเต็มขวด เก็บแทบไม่ไหว เอาไปให้ที่บ้านทอดกับแป้งให้กินเหมือนขนมเลย”หน่อซูอธิบายวิถีชีวิตของชาวบ้านที่มีแม่น้ำกกเป็นศูนย์กลาง “ทุกวันนี้ยังมีเด็กๆวิ่งมาถามอยู่เลยว่า เมื่อไหร่แม่น้ำกกจะเล่นได้เหมือนเดิม”

ทุกวันนี้การทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธและทองคำกำลังในเขตรัฐฉานใต้กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดการปนเปื้อนในแม่น้ำสายสำคัญที่ไหลข้ามพรมแดนเข้าสู่ประเทศไทย โดยเฉพาะแม่น้ำกก ซึ่งชุมชนริมฝั่งเริ่มเผชิญความหวาดวิตกต่อสารพิษที่ปนเปื้อน

แม่น้ำที่เคยเป็นทั้งแหล่งอาหาร น้ำใช้ และอีกหลายอย่างในวิถีชีวิต กำลังกลายเป็นพื้นที่แห่งความหวาดระแวง ผู้คนไม่อาจรู้ได้เลยว่าสิ่งที่ปะปนมากับสายน้ำนั้นกำลังค่อยๆ สะสมอะไรไว้ในร่างกายบ้าง ตะกอน ดิน และน้ำบาดาล เข้าสู่ชีวิตประจำวันของผู้คนอย่างช้าๆ ก่อนทุกอย่างจะสายเกินแก้

“ตั้งแต่น้ำท่วมมาเนี่ย พี่ยังไม่ได้ล้างบ่อบาดาลเลยนะ ยังไม่เคยได้กรวดน้ำ แต่น้ำยังใสอยู่ เลยอุ่นใจที่จะใช้ ในหมู่บ้านรวมมิตร ตอนแรกไม่ได้ใช้น้ำปะปาภูเขาเหมือนหมู่บ้านอื่นเลย จะใช้แม่น้ำกก กับน้ำบาดาล อุปโภคและบริโภค

“ตอนนี้เรามีผื่นคันขึ้นแต่ไม่รู้เพราะอะไร ไม่เคยเป็นมาก่อน รอเขามาตรวจให้ แต่ก็ยังต้องใช้น้ำในบ่อบาดาลตรงนี้ไปก่อน แอบกังวลใจอยู่เหมือนกัน บ้านป้าที่อยู่สูงกว่าเรา เขามาตรวจเลือดให้พบว่ามีค่าสารในเลือดในระดับอันตราย ตรวจเล็บ ตรวจเส้นผมของลูกแก ก็บอกว่าอยู่ในระดับอันตราย นี่ขนาดบ่อบาดาลเขาอยู่สูงกว่า เราเคยตรวจแล้วเขาบอกยังไม่เกิน”หน่อซูแสดงความกังวลใจในสถานการณ์

“มันเหมือนมีภัยเงียบของสุขภาพที่คืบเข้ามาเรื่อยๆในแต่ละวัน”เธออธิบบายความรู้สึกอย่างน่าเห็นใจ

ขณะที่พะตีกินุ เฉลิมเหลี่ยมทอง ผู้อาวุโสของหมู่บ้านรวมมิตรกล่าวว่า หมู่บ้านเราไม่มีปะปาภูเขาเหมือนหมู่บ้านอื่น สมัยก่อนเราใช้แม่น้ำกกหุงข้าว ใครทำไร่ทำสวนเสร็จหรือกลับจากรับลูกที่โรงเรียนก็จะพากันอาบน้ำในแม่น้ำกกเป็นประจำทุกวัน

“ก่อนหน้านี้สัก 2 ปี ที่นี่เคยมีนักเที่ยวมาเยือนวันละหลายตคันรถทัวร์เลย ไปปางช้างบ้าง ร้านค้าชุมชนบ้าง สองฟากถนนทั้งกลางวันและกลางคืนเต็มไปด้วยผู้คน มีคาเฟ่หลายร้าน แต่ละวันเรือจากในเมืองเชียงรายมาส่งแขกมากมาย”พะตีกินุย้อนอดีตในวันที่เศรษฐกิจชุมชนรุ่งเรือง


“ตอนนี้มันเงียบทุกวัน พวกเรารู้ข่าวว่าแม่น้ำเป็นพิษก็ตอนที่ควาญช้างพาช้างลงไปในแม่น้ำบ่อยๆแล้วช้างเป็นแผล คนในหมู่บ้านก็กลัวและไม่กล้าลง ถึงคนที่มาตรวจสอบจะบอกว่าคุณภาพน้ำดีขึ้นมากแค่ไหนก็ตาม แต่เราก็ยังไม่กล้าลงอยู่ดี” ” พะตีหัวเราะเบาๆ

พะตีกินุเล่าว่าแม้เศรษฐกิจชุมชนและรายได้บางอย่างจะอยู่บนฝั่งซึ่งดูเหมือนไม่เกี่ยวกับแม่น้ำกกสักเท่าไหร่ แต่เมื่อแม่น้ำป่วยไข้ กิจกรรมต่อเนื่องย่อมหยุดตามไปหมด เพราะทุกสรรพสิ่งเชื่อมโยงถึงกันหมดหมู่บ้านรวมมิตรเป็นภาพสะท้อนของชุมชนอีกนับร้อยริมแม่น้ำกกที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงเมื่อสายน้ำปนเปื้อนพิษจากเหมืองแร่ในรัฐฉานใต้ วันนี้แม้แม่น้ำยังคงไหลผ่านหมู่บ้านเหมือนเดิมแต่สิ่งที่ไหลมาพร้อมกันคือสารพิษที่ไม่ได้ผ่านมาและผ่านไปเหมือนสายน้ำ หากแต่ตกค้างอยู่ในวิถีชีวิตและระบบนิเวศของชุมชน

หมู่บ้านรวมมิตรเป็นภาพสะท้อนของชุมชนอีกนับร้อยริมแม่น้ำกกที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงเมื่อสายน้ำปนเปื้อนพิษจากเหมืองแร่ในรัฐฉานใต้ วันนี้แม้แม่น้ำยังคงไหลผ่านหมู่บ้านเหมือนเดิมแต่สิ่งที่ไหลมาพร้อมกันคือสารพิษที่ไม่ได้ผ่านมาและผ่านไปเหมือนสายน้ำ หากแต่ตกค้างอยู่ในวิถีชีวิตและระบบนิเวศของชุมชน