Search

สถานทูตจีนตีปี๊บอีกระบุให้ความสำคัญปกป้องสิ่งแวดล้อม-ระบบนิเวศแม่น้ำโขง “ศ.สุริชัย”จี้ถามความรับผิดชอบธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เพจ Chinese Embassy Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ได้เผยแพร่ข้อความเป็นการตอบถามผู้สื่อข่าวของโฆษกสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยกรณีกลุ่มองค์กรภาคประชาชนในภาคเหนือของประเทศไทยได้จัดกิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับปัญหามลพิษในลำน้ำสาขาแม่น้ำโขง และเรียกร้องให้ฝ่ายจีนเข้าร่วมกิจกรรมเหล่านี้ ฝ่ายจีนมีความคิดเห็นอย่างไรว่า ได้ทราบรายงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ลุ่มน้ำที่เกี่ยวข้องเป็นแม่น้ำที่ไหลผ่านพรมแดนระหว่างไทยและเมียนมา ตามที่ทราบว่า ไทยและเมียนมากำลังจัดตั้งคณะทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำ และกำลังเตรียมที่จะดำเนินการตรวจสอบร่วมกัน เชื่อว่าจะได้ผลตรวจสอบตามหลักวิทยาศาสตร์และมีความรับผิดชอบ

“การปกป้องสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศของแม่น้ำโขงเป็นหน้าที่ร่วมกันของทุกประเทศในลุ่มแม่น้ำโขง รัฐบาลจีนให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปกป้องสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศมาโดยตลอด ไม่เพียงแต่ยึดมั่นในการพัฒนาแบบสีเขียวภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังกำหนดให้วิสาหกิจจีนที่ก้าวออกสู่ตลาดโลกต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปกป้องและปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมด้วย วิสาหกิจจีนจะไม่ยอมเสียสละสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นเพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างเด็ดขาด และการละเมิดใด ๆ จะถูกดำเนินการอย่างจริงจังตามกฎหมายและข้อบังคับ” โฆษกสถานทูตจีน ระบุ

เพจของสถานทูตระบุด้วยว่า นายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เพิ่งเสร็จสิ้นการเยือนเชียงราย โดยได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องของเชียงรายเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างจีนและไทย รวมถึงประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสนใจร่วมกัน สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยและสถานกงสุลใหญ่จีนประจำเชียงใหม่จะยังคงเสริมสร้างการสื่อสารและการแลกเปลี่ยนกับภาคเหนือของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมและเป็นประโยชน์อย่างแท้จริง เพื่อสร้างประโยชน์สุขต่อทั้งสองประเทศและประชาชนของทั้งสองประเทศ

ขณะที่ ศ.กิตติคุณสุริชัย หวันแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง กล่าวว่า ความจริงของพื้นที่กับการตอบสนองตัดสินใจระดับสูงยังห่างไกลกันมาก การเผยแพร่ข่าวของสถานทูตจีนแม้ทำให้เห็นว่ามีความสนใจเกี่ยวกับการปนเปื้อนของแม่น้ำข้ามแดนที่มีต้นตอมาจากเหมืองแร่อยู่บ้าง แต่ไม่มีเนื้อหาที่เผยแพร่ก็ไม่ได้เป็นการตอบรับหรือรับรู้ หรือมาตรการที่เป็นขั้นตอนที่เป็นความก้าวหน้าในการแก้ปัญหา จริงๆสถานการณ์เช่นนี้อยากเรียกร้องการทำงานฉับไวของสถานทูตจีน เพราะเมื่อจีนประกาศว่าใส่ใจสิ่งแวดล้อมโลกสูงถึงขนาดสร้างอารยธรรมนิเวศวิทยา ก็น่าจะเอาความตั้งใจนั้นเดินหน้าจริงจังมากกว่าการเผยแพร่ข่าวที่ไม่มีคำตอบ

“ รัฐบาลไทยเองก็ยังติดอยู่กับรูปแบบของทางการ ยังไม่มีมาตรการถึงพื้นที่ที่ประชาชนกำลังเดือดร้อน เพราะความเสี่ยงของชาวบ้านอยู่บนความจริง เพราะสารพิษเริ่มซึมเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ รัฐบาลจึงควรเตรียมระบบรับมือให้แข็งแรง และควรมีข้อตกลงร่วมมือหลายระดับ”ศ.สุริชัย กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงแร่แรร์เอิร์ทซึ่งจีนเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลก ศ.สุริชัย กล่าวว่า จีนอยู่ในฐานะพิเศษกรณีแรร์เอิร์ธ ซึ่งโจทย์สำคัญคือความรับผิดชอบธุรกิจและสิทธิมนุษยชน จีนควรเอาเรื่องนี้มาหารือระหว่างประเทศ เพราะจีนเป็นเป้าที่ถูกวิจารณ์แน่นอนจึงไม่ควรเป็นเป้านิ่ง และควรทำงานเชิงรุกมาก