เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ณ ห้องประชุมจอมกิตติ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย ภายหลังจากขบวนแห่ “แม่น้ำ 5 สาย 5 บาดแผล” จากสวนสาธารณะเชิงสะพานแม่ฟ้าหลวง ไปยังศาลากลางจังหวัดเชียงราย ทางตัวแทนเครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง สาละวิน ได้ร่วมหารือกับ พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ซึ่งเป็นตัวแทนมารับฟังและรับหนังสือข้อเรียกร้องของเครือข่ายฯ โดยในที่ประชุมมี นางสาวมณีรัฐ เขมะวงศ์ สมาชิกวุฒิสภา, นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการมลพิษทางน้ำข้ามแดน และนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เข้าร่วมหารือด้วย
พระมหานิคม มหาภินิกขมโน ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดท่าตอน ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า การเดินทางยาวนานตลอด 5 คืน 6 วันในครั้งนี้ ทำให้ได้เห็นนิมิตหมายอันดีในการร่วมมือกันแก้ไขปัญหาของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ รวมทั้งท่าทีของรัฐบาลจีน ซึ่งโฆษกสถานทูตจีนได้มีการแถลงถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาในตอนหนึ่งว่า วิสาหกิจจีนจะไม่ยอมเสียสละสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นเพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างเด็ดขาด และการละเมิดใด ๆ จะถูกดำเนินการอย่างจริงจังตามกฎหมายและข้อบังคับ ซึ่งท่าทีดังกล่าวนี้ถือเป็นเรื่องที่น่าอนุโมทนา และเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าทางการจีนมีความจริงจังและจริงใจในการร่วมแก้ปัญหาอย่างแท้จริง
นางเตือนใจ ดีเทศน์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา(พชภ.)และอดีตสมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า แม้นายกรัฐมนตรีไม่ได้มาในวันนี้ แต่วันใดวันหนึ่งที่สะดวก อยากให้นายกรัฐมนตรีมารับฟังชาวบ้าน และมาประชุม คณะรัฐมนตรีสัญจรที่นี่ จะเห็นว่า ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก จึงอยากให้ท่านเอกอัครราชทูตจีนเป็นตัวแทนท่านประธานาธิบดีมารับฟังปัญหาที่เกิดขึ้น ที่ผ่านมาจังหวัดเชียงรายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่ถ้าจะมีเหมืองแร่เกิดขึ้น ต้องไม่เป็นเหมืองเถื่อน ไม่เช่นนั้นการกำหนดนโยบายและแผนระดับชาติจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย
นายสืบสกุล กิจนุกร อาจารย์ประจำสำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า การปนเปื้อนโลหะหนัก กระทบภาคเกษตรกรรม การท่องเที่ยว และน้ำประปาได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ประชาชนต้องการแหล่งน้ำสำรอง รวมถึงต้องการให้จัดตั้งศูนย์ตรวจโลหะหนักปนเปื้อนในน้ำและห่วงโซ่อาหาร เพื่อให้สามารถทราบผลตรวจได้อย่างรวดเร็วทันต่อสถานการณ์ ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่เรื่องนี้จะต้องถูกยกให้เป็นวาระระดับชาติ
นางแสงระวี สุวีรการย์ รองประธานมูลนิธิร่มโพธิ์ กล่าวว่า ปีที่แล้ว รัฐมนตรี ทส. มารับฟังปัญหาที่ ต.ท่าตอน ซึ่งทางเราได้ขอให้ปิดเหมืองและขอแหล่งน้ำปลอดภัย ผ่านมา 10 เดือนแล้วยังไม่มีการตอบรับเรื่องแหล่งน้ำปลอดภัย ชาวบ้านต้องซื้อน้ำกินน้ำใช้ ซึ่งมีราคาแพงกว่าคนในเมืองถึง 15 เท่า จึงต้องการแหล่งน้ำสำรอง หรือการสร้างพื้นที่กักเก็บน้ำ และขอเจาะน้ำบาดาลน้ำลึกจำนวน 4 จุด
นายสะท้าน ชีววิชัยพงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำยวม เงา เมย สาละวิน จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า แม่น้ำสาละวิน ประสบปัญหาคล้ายกับแม่น้ำกก ผลการตรวจคุณภาพน้ำเกินมาตรฐานทุกครั้ง เนื่องจากสาละวินเป็นแม่น้ำข้ามพรมแดน จึงต้องการให้รัฐบาลไทยประสานงานกับประเทศพม่าและกลุ่มชาติพันธุ์เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหานี้
นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำต้องรับรู้เรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องใหญ่มากและเป็นหายนะของคนลุ่มน้ำ พวกเรามุ่งหวังให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมารับฟังความเดือดร้อนด้วยหูของท่านเอง เพื่อแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน เพราะเกินกำลังที่ระดับจังหวัดจะจัดการได้ ถ้ารัฐบาลไม่มีเจตจำนงที่แน่วแน่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ รู้สึกผิดหวังที่ท่านนายกรัฐมนตรีไม่มารับฟังด้วยตัวเอง รัฐมนตรี ทส.ก็เคยรับปากกับพวกเราไว้ ซึ่งหลายเรื่องเห็นตรงว่าเป็นปัญหาสำคัญ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้คือส่งผู้ช่วยรัฐมนตรีมารับฟังแทน จึงน่าคิดว่าจะเกิดการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังหรือไม่
นางสาวเพียรพร ดีเทศน์ กรรมการบริหารมูลนิธิแม่น้ำและสิทธิ กล่าวว่า กำไรเป็นของเขา แต่พิษเป็นของเรา ขณะนี้มีการสำรวจเหมืองแร่ในประเทศไทยซึ่งมีอยู่มากในพื้นที่ภาคเหนือและภาคใต้ ตั้งแต่เชียงราย แม่ฮ่องสอน ไปจนถึงระนอง แล้วเชียงรายจะต้องกลายเป็นพื้นที่สังเวยให้กับเรื่องนี้หรือไม่ จึงอยากเรียนถามท่านนายกรัฐมนตรีว่า ถ้าเห็นชีวิตของประชาชนมีความหมาย ในห่วงโซ่อุปทานของเหมืองแร่นี้มีใครเกี่ยวข้องบ้าง และประเทศไทยอยู่ตรงจุดไหน ไม่เช่นนั้นภายใน 3 ปีเราจะเห็นผลกระทบที่รุนแรง ลูกหลานบางคนอาจจะต้องพิการเพื่อความร่ำรวยของคนบางกลุ่ม
น.ส. มณีรัฐ เขมะวงศ์ สมาชิกวุฒิสภากล่าวว่า จะนำข้อเรียกร้องของประชาชนในวันนี้ไปติดตามการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เห็นควรอย่างยิ่งที่จะต้องผลักดันเรื่องมลพิษข้ามพรมแดนให้เป็นวาระแห่งชาติ การขับเคลื่อนงานจะไม่จบลงแค่ในห้องประชุมแห่งนี้ แต่ต้องนำไปสู่การหารือแบบพหุภาคี จะเห็นได้ว่าสถานทูตจีนประจำประเทศไทยมีปฏิกิริยาตอบรับพอสมควร และอยากฝากถึงรัฐบาลไทยว่าพี่น้องประชาชนกำลังรอให้รัฐบาลดำเนินงานอย่างจริงจัง
นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.พรรคประชาชนกล่าวว่า ผู้ช่วยรัฐมนตรี ทส. ถือเป็นตัวแทนของคณะรัฐมนตรีทั้ง 36 คน ทราบมาว่าวันนี้ท่านรัฐมนตรีติดภารกิจงานขาวดำที่จังหวัดชลบุรีซึ่งน่าจะเป็นเรื่องสำคัญจึงไม่สามารถเดินทางมาได้ ปฏิกิริยาตอบรับ (Reaction) จากภาครัฐที่ผ่านมายังไม่เท่าเทียมกับการลงมือทำ (Action) ของภาคประชาชน ในฐานะทำงานร่วมกับอนุกรรมาธิการฯ จึงขอฝากว่า หากท่านว่างตอนไหน ขอให้นัดหมายมาประชุมร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชน โดยคณะกรรมาธิการฯ พร้อมที่จะเป็นตัวกลางในการประสานงานให้
พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า เนื่องจากท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายงานมายัง รมว.ทส. แต่เนื่องจากรัฐมนตรีติดภารกิจ จึงได้มอบหมายให้ตนเดินทางมาทำหน้าที่แทน ยืนยันว่าท่านนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ประชุมหารือกันในวันนี้ทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายของการประชุม พล.ต.ท.นันทชาติ ศุภมงคล ได้เสนอให้มีการจัดตั้ง “คณะกรรมการร่วม”ของ ทส. เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา โดยจะให้ตัวแทนของเครือข่ายภาคประชาชนเข้าร่วมเป็นกรรมการด้วย แต่ทางที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันว่า จำเป็นต้องจัดตั้งเป็นคณะกรรมการในระดับชาติ เพื่อให้มีอำนาจในการสั่งการและบูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องได้
