KIC News รายงานเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ได้มีการจัดการประชุมหารือระหว่าง คณะเจรจาสันติภาพแห่งชาติ (NSPNC) ของรัฐบาลทหารเมียนมา และตัวแทนจาก 7 EAO Alliance ซึ่งเป็นการรวมตัวขององค์กรชาติพันธุ์ติดอาวุธหลายกลุ่มที่เคยลงนามในข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศ (NCA)
ตามแถลงการณ์ของ 7 กลุ่มกองกำลังติดอาวุธ พลเอก ไซเล่ (Sai Lay) หนึ่งในผู้นำของกลุ่ม ระบุว่า การหารือครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อสร้างแนวทางสันติภาพที่ยั่งยืนในระยะยาว โดยกลุ่มมีความพร้อมที่จะเปิดการพูดคุยกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว โดยในการประชุมครั้งนี้ ฝ่าย NSPNC นำโดย พลโทย่าปแย (Ya Pyae) ประธานคณะเจรจาสันติภาพ พร้อมด้วยสมาชิกคณะกรรมการ ขณะที่ฝ่าย 7 กลุ่มกองกำลังก็มีตัวแทนจากกลุ่มสมาชิกต่าง ๆ เข้าร่วมอย่างครบถ้วน
แถลงการณ์ระบุว่า การพบปะครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากคำเชิญที่ NSPNC ส่งถึงกลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธที่ลงนามใน NCA เมื่อวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อเปิดช่องทางการหารือเกี่ยวกับกระบวนการสันติภาพภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันของประเทศโดยในการพูดคุยครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแผนงานและแนวทางการดำเนินกระบวนการสันติภาพอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมา นอกจากนี้ ยังมีการหารือถึงการเปิดโอกาสให้ภาคส่วนและองค์กรที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการสันติภาพ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและเป็นประโยชน์ต่อประเทศโดยรวม
กลุ่มพันธมิตรชาติพันธุ์ยังยืนยันว่า เป้าหมายสำคัญของการเจรจาครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการลดความขัดแย้งในระยะสั้น แต่เป็นการแสวงหาสันติภาพที่สามารถดำรงอยู่ได้ในระยะยาว ในระหว่างการประชุม ผู้นำของ 7 กองกำลังฯได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการร่วมมือกันของทุกฝ่าย เพื่อให้กระบวนการสันติภาพสามารถสร้างผลลัพธ์เชิงบวกและนำไปสู่ความมั่นคงของประเทศในอนาคต
รายงานระบุว่า 7 กองกำลังเป็นเครือข่ายความร่วมมือของกลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธหลายกลุ่มที่เคยลงนามในข้อตกลง NCA ได้แก่ KNU ,DKBA ,KNU/KNLA-PC ,PNLO ,CNF ,RCSS ,ALP ,LDU ,NMSP ,ABSDF อย่างไรก็ตาม หลังการรัฐประหารเมื่อปี 2564 กลุ่มติดอาวุธบางองค์กรได้ถอนตัวออกจากแนวทางความร่วมมือกับรัฐบาลทหาร และหันไปเข้าร่วมการต่อต้านรัฐบาลทหารแทน เช่น KNU (สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง), CNF (Chin National Front) และ ABSDF (All Burma Students’ Democratic Front)
