Independent Mon News Agency สื่อท้องถิ่นในรัฐมอญ ประเทศพม่ารายงานเมื่อวันที่10 มิถุนายน 2569 ว่า ตัวเลขขอทานเด็กในเมืองเมาะละแหม่ง รัฐมอญเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขาดการกำกับดูแลและการบังคับใช้กฎหมายยังอ่อนแอโดยนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิเด็กระบุว่าพบเห็นเด็กขอทานหลายร้อยคนทั่วเมือง ตามถนนสายหลักและบริเวณตลาดกลางคืน หรือสี่แยกไฟแดงเซเจียว รวมไปถึงในพื้นที่สาธารณะที่มีผู้คนพลุกพล่านอื่นๆ
นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิเด็กคนหนึ่งกล่าวว่า มีกลุ่มคน รวมถึงผู้ปกครองที่แสวงหาผลประโยชน์จากเด็กเป็นแกนนำหลักของสถานการณ์นี้ หากหน่วยงานระดับตำบลและอำเภอไม่ดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ เด็กๆ ก็จะยังคงพึ่งพาการขอทานเป็นแหล่งรายได้ที่ง่ายต่อไป
“ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์เป็นเด็กอายุระหว่าง 3 ถึง 14 ปี ในขณะที่ผู้ใหญ่มีเพียง 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น สะท้อนให้เห็นถึงจุดอ่อนในระดับรากหญ้า ผู้บริหารเขต หัวหน้าครัวเรือน และเจ้าหน้าที่ระดับตำบล ล้วนมีหน้าที่รับผิดชอบ หากชุมชนท้องถิ่นไม่ต้องการให้ผู้คนมามีส่วนร่วมในกิจกรรมที่เป็นอันตรายเช่นนี้ พวกเขาต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรรายงานและแก้ไขปัญหาเหล่านี้” นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิเด็กกล่าว
มีรายงานว่าเด็กส่วนใหญ่มาจากย่านต่างๆ เช่นเขตทิริหม่าย เขตตะหย่า เอ เขตเซยะทิริ โดยเด็กๆหลายคนมาจากครอบครัวผู้อพยพที่ย้ายเข้ามาอยู่ในเมือง แม้ว่าทางการท้องถิ่นจะให้ความช่วยเหลือบ้างในปีที่แล้ว แต่ชาวบ้านกล่าวว่าความพยายามเหล่านั้นล้มเหลวที่จะให้ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม โดยในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา จำนวนเด็กขอทานทั่วเมืองเมาะละแหม่งเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ชาวบ้านคนหนึ่งกล่าวว่า เด็กบางคนแสดงพฤติกรรมก่อกวนที่ทำให้คนใช้รถสัญจรไปมาเกิดความกังวลเมื่อเจ้าหน้าที่ดำเนินการปราบปราม สถานการณ์ก็จะสงบลงชั่วขณะ แต่หลังจากนั้นไม่นาน เด็กๆ ก็กลับมาที่ถนนอีก ดูเหมือนว่าผู้ปกครองของพวกเขาจะสนับสนุนให้พวกเขาขอทาน ผู้คนควรหลีกเลี่ยงการให้เงินแก่เด็กโดยตรง หากต้องการช่วยเหลืออย่างจริงใจ ควรไปเยี่ยมบ้านเด็กและประเมินสถานการณ์ที่แท้จริงของพวกเขา เมื่อเงินหาได้ง่าย เด็กบางคนก็หมดความสนใจในการศึกษาและเลือกที่จะขอทานแทน
“ บางคนสามารถหาเงินได้มากถึง 400,000 หรือ 500,000 จั๊ตต่อวัน (ประมาณ 312 – 390 บาท ตามอัตราแลกเปลี่ยนในตลาดมืด)” ชาวบ้านกล่าว โดยภายใต้กฎหมายสิทธิเด็กของพม่าปี 2562 การบังคับให้เด็กขอทานเป็นความผิดทางอาญาที่ต้องระวางโทษจำคุกและปรับ อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านกล่าวว่า ทางการยังไม่ได้ดำเนินการทางกฎหมายกับผู้กระทำผิด แม้ว่ารัฐบาลรัฐมอญที่ได้รับการแต่งตั้งจากคณะรัฐบาลทหารจะกล่าวถึงเรื่องนี้บ่อยครั้งในการประชุมว่า มุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานเด็ก แต่มีการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมน้อยมากในการแก้ไขปัญหาที่เด็กๆในรัฐมอญต้องเผชิญอยู่ จากรายงานที่เผยแพร่โดยองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ในเดือนกันยายน 2567 สภาพแรงงานเด็กในรัฐมอญ รัฐกะเหรี่ยง รัฐกะยา หรือรัฐคะเรนนี และรัฐฉานเลวร้ายลงอย่างมากระหว่างปี 2564 ถึง 2567
