
เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 นายพงษ์ศักดิ์ ต้นน้ำเพชร ชาวบ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นหลานนายนอแอะ มิมี ลูกชายปู่คออี้ ซึ่งเดินทางกลับไปสู่ป่าใหญ่ในถิ่นเกิดที่บ้านบางกลอยบน ได้โพสต์เฟสบุค ระบุว่า พวกตนส่วนหนึ่งที่มิอาจทนอยู่กับสภาพที่ดินที่ถูกจำกัด ไม่สามารถทำไร่หมุนเวียนได้และดินเป็นลูกรัง รวมคุณภาพชีวิตที่บางบ้านต้องกินข้าวกับผักและน้ำพริกแทบทุกมื้ออีกทั้งติดหนี้ในร้านค้าการเป็นส่วนใหญ่ แถมต้องเจอกับคำดูถูกถูกกดขี่ค่าแรง รวมถึงลูกของเราเวลาไปในเมืองไม่กล้าพูดภาษาของตัวและไม่กล้าใส่เสื้อกะเหรี่ยง ขณะที่เด็กรุ่นใหม่กำลังจะลืมวิถีวัฒนธรรมดั้งเดิมที่สืบทอดการมาหลายช่วงอายุคน
“การหวนคืนของเรา ไม่เจตนาอื่นแต่ยังใด เราเพียงอยากเห็นลูกหลานได้ปลูกข้าว ปลูกผักกินได้ด้วยมือตัวเอง ทอเสื้อผ้าจักสานได้ด้วยตัวเอง รวมถึงเรื่องราวความเชื่อเกี่ยวกับธรรมชาติเพราะปัจจุบันสิ่งเหล่านี้เด็กรุ่นใหม่กำลังจะลืม เรื่องราววิถีวัฒนธรรมความเชื่อเหล่านี้มันผูกอยู่กับไร่หมุนเวียน จึงจำเป็นที่จะต้องมีไร่หมุนเวียน”นายพงษ์ศักดิ์ ระบุ
นายพงษ์ศักดิ์กล่าวว่า ส่วนการหวนคืนบ้าน หลังจากปี2539 ที่ถูกอพยพลงมา ปู่คออี้และชาวบ้านอีกหลายครอบครัวก็กลับไปอยู่ในพื้นที่เดิม เพราะก่อนอพยพมีการทำข้อตกลงกับชาวบ้านว่าให้ลองลงมาอยู่ดูก่อนถ้าอยู่ไม่ได้ก็กลับขึ้นไปอยู่ที่เดิมได้ ต่อมาปี 53-54 ปู่คออี้และชาวบ้านบริเวณใจแผ่นดินและบางกลอยบนก็ถูกเผาบ้าน-ยุงข้าว ทำลายข้าวของ ต่อมาปี 2564 พวกเรา37 ครอบครัวก็หวนคืนบางกลอยบนที่บ้านเกิด ครั้งนั้นพวกเรา30กว่าคนถูกดำเนินคดี จนมีการตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาบางกลอยตั้งแต่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์(จันทร์โอชา )จนถึงรัฐบาลหนู(นายอนุทิน ชาญวีรกูล) การแก้ไขปัญหาก็ยังไม่มีความคืบหน้า
“ส่วนลุงนอแอะ ต้องยอมรับว่าแกเป็นผู้นำด้านจิตวิญญาณเพราะแกกินข้าวแค่วันละครั้ง แกจะไม่กินเนื้อสัตว์อื่นนอกจากปลา แกพยายามจักสานทำตะกร้า แกพยายามเป็นต้นแบบให้เราทุกอย่างเพื่อไม่ให้เราลืมวิถีดั้งเดิมของเรา”ชาวบ้านบางกลอย กล่าว
นายพงษ์ศักดิ์กล่าวว่า ส่วนการกลับไปของลุงนอแอะครั้งนี้เพราะ 1.แกหมดหวังการการแก้ปัญหาของรัฐบาล 2.แกบอกว่าแกจะต้องกลับไปตายที่บ้านเกิดให้ได้ เพราะมันเป็นเจตนารมณ์และความฝันของพ่อ(ปู่คออี้) 3.แกบอกว่าการมาอยู่บ้านคนอื่นไม่ดีเท่ากับบ้านตัวเอง ทุกครั้งที่เราจะทำบ้านให้ลุงนอแอะให้ดีๆแกมักไม่ยอมพร้อมบอกว่าบ้านนี้ไม่ใช่บ้านของแก แต่แค่มาอยู่ช่วงคราว ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเราพยามหวนคืนบ้านเกิดตัวเอง แต่ทุกครั้งที่เรากลับ เราถูกสกัดด้วยเจ้าหน้าที่รัฐและกลุ่มอนุรักษ์ทั้งหลายแหลก
4.ก่อนลุงนอแอะกลับไปแกบอกว่าถ้าหากเจ้าหน้าที่ไปพบเจอขอร้องอย่าเอาเขาลงมาอีกเลย ถ้าจะเอาลงมาอีกขอร้องฆ่าแกให้ตายตรงที่บ้านเกิดของแก นี่เป็นการพูดครั้งสุดท้ายก่อนที่พวกเราจะรู้ว่าแกกลับไปแล้ว
“พวกเราบางกลอยคืนถิ่นขอยืนยันว่า การหวนคืนบ้านเกิดไม่ได้มีแค่ลุงนอแอะเพียงคนเดียว แต่ยังมีพวกเราชาวบ้านบางกลอยคืนถิ่นที่ยังรอการกลับไปเช่นกัน”นายพงษ์ศักดิ์ ระบุ
——–