เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 นายวิรสิงห์ คชสิงห์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ปากจั่น อ.กระบุรี จ.ระนอง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีน้ำในแม่น้ำกระบุรีขุ่นข้นเกินค่ามาตรฐานเนื่องจากได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองแร่บริเวณต้นแม่น้ำซึ่งอยู่ฝั่งประเทศพม่าว่า เมื่อไม่กี่วันก่อนได้มีตัวแทนจากสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (Karen National Union-KNU) มาพบโดยบอกว่าพื้นที่ที่มีการทำเหมืองแร่ในฝั่งพม่านั้นไม่ได้อยู่ในความดูแลของ KNU และเป็นพื้นที่ที่ KNU ยังเข้าไม่ถึง ซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นพื้นที่ของทหารพม่าหรือไม่ เพราะบางทีรัฐบาลพม่าก็เข้าไม่ถึงทหารพม่าก็มี นอกจากนี้เขายังเชื่อว่าแร่ที่ส่งไปยังเกาะสองนั้น มีการจัดทำเอกสารปลอมเพราะบางครั้งก็ถูกทหารพม่าจับกุม
นายก อบต.ปากจั่น กล่าวว่า ภายหลังจากที่มีการเปิดเวทีเสียงของชาวกระบุรีไปเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา กรมควบคุมมลพิษ (คพ.)ได้แต่งตั้งผ
คณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งโดยมีส่วนท้องถิ่นร่วมเป็นกรรมการ แต่ยังไม่มีการประชุมใดๆ ขณะที่ความเดือดร้อนต่างๆของชาวบ้านก็ยังเหมือนเดิม เพราะยังไม่มีมาตรการใดๆออกมาเพิ่มเติมโดยเฉพาะหัวใจสำคัญของการแก้ไขปัญหาคือเรื่องเหมืองแร่ที่เป็นต้นเหตุของปัญหา อย่างไรก็ตามล่าสุดทางแม่ทัพภาค 4 และสส.ในพื้นที่ ได้เดินทางมาตรวจพื้นที่และประสานมายัง อบต.ว่าจะใช้เครื่องจักรขุดแหล่งน้ำสำรองแห่งใหม่
ด้านนายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สส.ระนอง พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า จากการร่วมบินสำรวจพื้นที่กับแม่ทัพภาค 4 พบว่าลำน้ำกระบุรีขุ่นตลอด แต่สำรวจได้เพียงฝั่งไทยและไปไม่ถึงแหล่งเหมืองแร่ในฝั่งพม่า อย่างไรก็ตามในระยะยาวการแก้ปัญหาโดยท้องถิ่นคือหาแหล่งกักเก็บน้ำอื่น ขณะที่แม่ทัพภาค 4 บอกว่าจะมีการเจรจากับฝ่ายเมียนมานอกรอบก่อนเพื่อหาทางแก้ปัญหา แต่ยังไม่นำเรื่องเข้าสู่คณะกรรมการความร่วมมือชายแดนในระดับต่างๆ
—–
