Search

แม่น้ำสายอ่วมสารพัดสารโลหะหนักเกินค่ามาตรฐาน ผลตรวจ คพ.พบสารหนู-ตะกั่ว-แมงกานีสมากันครบ-ห่วงพื้นที่ชลประทาน 5 หมื่นไร่กระจายน้ำพิษ-รมช.เกษตรลงพื้นที่หาทางแก้

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 เว็บไซต์ของกรมควบคุมมลพิษ(คพ.)รายงานผลการตรวจคุณภาพน้ำของแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวกและแม่น้ำโขง ครั้งที่ 19 ซึ่งเก็บตัวอย่างน้ำระหว่างวันที่ 19 – 22 พฤษภาคม 2569 ใน 22 จุด พบว่าปริมาณสารโลหะหนักเกินค่ามาตรฐานในหลายจุด โดยเฉพาะลุ่มน้ำสายและลุ่มน้ำรวก

ผลตรวจครั้งที่ 19 ระบุว่า คุณภาพน้ำสาย 3 จุดคือ บ้านหัวฝาย ต.แม่สาย อ.แม่สาย พบสารหนู 0.041 มก./ล.(ค่ามาตรฐานอยู่ที่ 0.01 มก./ล.) และตะกั่ว 0.056 มก./ล.(ค่ามาตรฐานอยู่ที่ 0.05 มก./ล.) ,บริเวณสะพานมิตรภาพแม่น้ำสายแห่งที่ 2 พบสารหนูอยู่ที่ 0.037 มก./ล. และตะกั่ว 0.052 มก./ล. ,บ้านป่าซางงาม ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย พบสารหนู 0.039 มก./ล., ตะกั่ว 0.056 มก./ล. และยังพบแมงกานีสสูงถึง 1.40 มก./ล. (เกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ไม่เกิน 1.00 มก./ล.)

ด้านแม่น้ำกก พบสารหนูเกินมาตรฐาน 4 จุด ประกอบด้วย สะพานท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ มีค่า 0.012 มก./ล., สะพานมิตรภาพแม่นาวาง – ท่าตอน มีค่า 0.013 มก./ล., สะพานมิตรภาพแม่ยาว – ดอยฮาง อ.เมือง จ.เชียงราย มีค่า 0.013 มก./ล. และสะพานข้ามแม่น้ำกก จ.เชียงราย มีค่า 0.011 มก./ล.

ส่วนแม่น้ำรวก พบสารหนูเกินมาตรฐาน 2 จุด คือ สถานีสูบน้ำเกาะช้าง การประปาส่วนภูมิภาค ตรวจพบค่าสารหนูสูง 0.020 มก./ล. ซึ่งบริเวณนี้เป็นจุดสำคัญในการผลิตน้ำอุปโภคบริโภคของประชาชน และอีกจุดคือในพื้นที่ ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย พบสารหนู 0.014 มก./ล.

สำหรับแม่น้ำโขง ภาพรวมคุณภาพน้ำยังไม่เกินมาตรฐาน

นายชัยยนต์ ศรีสมุทร อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลแม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่าบริเวณใต้สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 1 แคบทำให้ตะกอนปนเปื้อนมีสูงและฟุ้งทำให้น้ำผิวดินมีโลหะหนักปนเปื้อนสูงหรือไม่ ซึ่งก่อนหน้านี้ น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหา และหาแนวทางการรับมือกับปัญหาการปนเปื้อนดังกล่าว โดยมีการหารือกันในหลายทาง ทั้งการหาแหล่งน้ำใหม่ และการปลูกพืชทดแทนเพื่อดูความเป็นไปได้ แต่ยอมรับว่ายังไม่ใช่เรื่องง่าย

นายชัยยนต์กล่าวว่า การหาแหล่งน้ำใหม่ที่มีความเป็นไปได้ยาก หากจะนำน้ำมาจากอ่างเก็บน้ำแม่คำที่อยู่ในแผนการก่อสร้าง เนื่องจากปริมาณน้ำไม่เพียงพอ ประกอบกับอำเภอแม่สายอยู่นอกเขตบริการ แต่อาจได้เพียงน้ำสำรองในการใช้อุปโภคบริโภค ซึ่งปัจจุบันมีโครงการทำโรงกรองน้ำที่จะเปลี่ยนจากการสูบน้ำในแม่น้ำสาย ไปเป็นการสูบน้ำจากแม่น้ำโขงมาทดแทน และจะเปลี่ยนไปใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำแม่คำเมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ

“เราหารือกันหลายแนวทาง ทั้งในเรื่องการหาพื้นที่ทำฝายอื่น เช่น บริเวณผาฮี้ แต่พื้นที่ก็แคบและมีความเสี่ยงเกินไป ส่วนการจะปลูกพืชทดแทนอื่น ก็ต้องมีแนวทางที่ชัดเจน รวมถึงมีวิธีจูงใจและความคุ้มค่าในการเปลี่ยนชนิดพืชที่จะปลูกในพื้นที่เสี่ยงต่อการปนเปื้อนโลหะหนักในแม่สาย” นายชัยยนต์กล่าว

เมื่อถามถึงระบบชลประทานของแม่สายที่ยังสูบน้ำปนเปื้อนส่งไปให้เกษตรกรกว่า 5 หมื่นไร่ ควรมีแนวทางแก้ไขอย่างไร อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลแม่สายกล่าวว่า ขณะนี้ระบบคลองชลประทานในพื้นที่การเกษตรแม่สายอยู่ระหว่างการหารือเรื่องการขยายคลองชลประทานทั้ง 3 สาย ซึ่งอยู่สูงกว่าแม่น้ำสาย โดยอยู่ในระหว่างการพิจารณาของกรมชลประทานที่จะขยายและขุดลอกเพื่อใช้เป็นคลองระบายน้ำด้วย ส่วนในเรื่องการปรับปรุงคุณภาพน้ำก่อนเข้าสู่พื้นที่เพาะปลูกนั้น ในปัจจุบันยังไม่เห็นรายละเอียดในเรื่องนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สาเหตุที่แม่น้ำสายมีตรวจพบสารโลหะหนักเข้มข้นและหลายชนิดกว่าแม่น้ำสายอื่นๆเนื่องจากมีการทำเหมืองทองอยู่กลางลำน้ำสายหลายแห่ง โดยผลการสำรวจของหน่วยงานของกองทัพไทยพบเมื่อราว 2 ปีก่อนพบว่ามีเหมืองทองและแรร์เอิร์ธบนลำน้ำสาย 14 แห่ง โดยส่วนใหญ่ขุดเหมืองทองกันกลางลำน้ำและติดลำน้ำ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโคลนถล่มและสารปนเปื้อนแม่น้ำสายตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา (ดูภาพและข้อมูลการเหมืองแร่ต้นแม่น้ำสายใน https://transbordernews.in.th/home/?p=43885 )