Search

ผู้เฒ่าไร้สัญชาติแม่สายยังรอความหวังได้ถ่ายบัตรประชาชนหลังผ่านมาแล้วกว่า 6 ปี เผยสูญเสียสิทธิพื้นฐาน-ยามเกิดภัยพิบัติไม่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐ

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569  ที่หมู่บ้านปิยะพร ตำบลแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย คณะเจ้าหน้าที่มูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา (พชภ.) ได้เดินทางมาติดตามสถานการณ์สุขภาพและสถานะบุคคลของกลุ่มผู้สูงวัยไร้สัญชาติ โดยได้นำเสนอความคืบหน้ากระบวนการแปลงสัญชาติ มีผู้สูงอายุเข้าร่วมกว่า 40 คน โดยในจำนวนนี้มีผู้ที่ได้รับสัญชาติไทยแล้ว 6 คน จากการแปลงสัญชาติเป็นไทยของคนต่างด้าวที่เป็นชนกลุ่มน้อย ซึ่งยื่นคำร้องตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา

คณะเจ้าหน้าที่พชภ. ได้เล่าถึงความคืบหน้าในการขอแปลงสัญชาติเป็นไทยให้กับผู้สูงอายุฟังว่า ปัจจุบันกระบวนการคำร้องได้ผ่านขั้นตอนการพิจารณาระดับจังหวัด คณะทำงานสัมภาษณ์และสังเกตพฤติกรรมฯ ของจังหวัด พิจารณาเห็นชอบให้ส่งคำร้องสู่กรมการปกครอง ขั้นต่อไปส่งไปยังกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งขณะนี้เวลา ผ่านมานานเกือบ 6 ปี ผู้เฒ่าเหล่านี้มีภูมิลำเนาในประเทศไทยมานานกว่า 50 ปี แม้จะได้รับสิทธิรักษาพยาบาลผ่านกองทุนประกันสุขภาพบุคคลที่มีปัญหาสถานะและสิทธิ (กองทุน ท.99) แต่ยังไม่สามารถเข้าถึงสิทธิอื่น และสิ่งที่ผู้เฒ่าหวังที่สุดคือความภาคภูมิใจในการเป็นพลเมืองไทยที่สมบูรณ์

ผู้สูงอายุบางส่วนเล่าว่า จำนวนมากที่ยังไม่มีได้รับสัญชาติไทย แม้หลายคนเคยยื่นขอสัญชาติในช่วงปี 2548-2558 แต่ถูกปฏิเสธเนื่องจากช่วงนั้นไม่ผ่านเงื่อนไขด้านรายได้และเอกสารประกอบ เช่น ใบอนุญาตทำงาน หรือหลักฐานรายได้ ทั้งที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับจ้าง ก่อสร้าง รับเหมา และผลิตอาหารในระบบครัวเรือน ซึ่งไม่ได้อยู่ในระบบภาษีอย่างเป็นทางการ

เจ้าหน้าที่ พชภ.กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา มีผู้สูงอายุยื่นขอสัญชาติมากกว่า 1,000 คน แต่ได้รับสัญชาติแล้วเพียงราว 100 กว่าคนเท่านั้น สะท้อนถึงความล่าช้า ที่ผู้เฒ่าไร้สัญชาติที่ยื่นคำร้องยังคงรอคอยคำตอบจากภาครัฐ

นายทูล วงค์ษา ที่ปรึกษาสมาคมไทยลื้อจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ตนและชาวบ้านได้ติดตามเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง และทุกครั้งที่นายกรัฐมนตรีหรือผู้บริหารระดับสูงลงพื้นที่ก็จะมีการยื่นหนังสือเพื่อขอเร่งรัดการพิจารณา “ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา พวกเรารอคอยมาตลอด ไม่รู้ว่าหน่วยงานจะอนุมัติหรือไม่อนุมัติ เหมือนเรื่องถูกเก็บไว้เฉย ๆ ไม่มีความคืบหน้า ทั้งที่ผู้สูงอายุจำนวนมากรอคอยสิทธิความเป็นพลเมืองในช่วงบั้นปลายชีวิต”นายทูล กล่าว

ที่ปรึกษาสมาคมไทลื้อว่า การไม่มีสัญชาติไทยทำให้กระทบการเข้าถึงสิทธิหลายด้าน โดยเฉพาะการช่วยเหลือจากภาครัฐเมื่อเกิดภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วม โคลนถล่ม ซึ่งเกิดขึ้นเป็นประจำในพื้นที่แม่สาย ที่อาจจะได้รับการเยียวยาไม่ครบถ้วน นอกจากนี้ยังไม่สามารถเป็นเจ้าของกิจการหรือดำเนินธุรกรรมบางอย่างได้ด้วยตนเอง 

ขณะที่ นางสีนวล คำอ้าย ชาวไทลื้อ อายุ 78 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ในประเทศไทยมาตั้งแต่อายุ 25 ปี กล่าวว่า แม้ลูก ๆ ทุกคนจะได้รับสัญชาติไทยแล้ว แต่ตนยังคงไม่มีสัญชาติ ทำให้ต้องต่ออายุใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวทุก 5 ปี  “หากมีบัตรประชาชนไทยก็จะสะดวกกว่านี้มาก อยากเป็นคนไทย ลูกหลานทุกคนคือคนไทย” นางสีนวลกล่าว

ทั้งนี้ชุมชนไทลื้อในพื้นที่แม่สายส่วนใหญ่มีบรรพบุรุษอพยพมาจากแคว้นสิบสองปันนา ผ่านเส้นทางลุ่มน้ำสายเข้าสู่ประเทศไทย และตั้งถิ่นฐานอยู่ในพื้นที่มานานกว่า 50-60 ปี ชาวบ้านยืนยันว่าพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทยมาอย่างยาวนาน และไม่เคยเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ แต่จนถึงวันนี้ ผู้สูงอายุจำนวนมากยังคงรอคอยการรับรองสถานะความเป็นพลเมืองไทย