
เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ณ ห้องประชุมจอมกิตติ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบคุณภาพน้ำแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย ครั้งที่ 4/2569 โดยในวาระการประชุมมีการจัดกิจกรรม “เสวนาวิชาการสาธารณะ” ภายใต้งาน “หนึ่งปีของแม่น้ำกก-โขง: บทเรียนสากล สถานการณ์จริง พิษวิทยา และอนาคตพืชอาหาร” โดยมี ศ.ดร.แดนนี่ ไรเบิล ผู้เชี่ยวชาญด้านการฟื้นฟูตะกอนปนเปื้อนจากสหรัฐอเมริกามาร่วมบรรยาย
นายชูชีพ พงษ์ไชย กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสอันดีที่ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันปรึกษาหารือเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำ โดยองค์ความรู้ที่ได้รับจาก ศ.ดร.แดนนี่ ตลอดจนการถอดบทเรียนตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นฐานข้อมูลทางวิชาการที่สำคัญในการยกระดับไปสู่การเจรจาระหว่างประเทศ ซึ่งตรงกับความต้องการของประชาชนในการจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมของจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ ทั้งนี้ จังหวัดมีความตั้งใจที่จะรวบรวม วิเคราะห์ และแปรผลข้อมูลในระยะยาว เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ต่อระบบนิเวศ และใช้เป็นฐานข้อมูลหลักก่อนที่จะมีการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างประเทศในการเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน
ศ.ดร.แดนนี่ ไรเบิล ระบุว่า การดำเนินงานของจังหวัดเชียงรายมาถูกทางแล้ว สิ่งสำคัญคือต้องชี้ชัดว่าสารปนเปื้อนคืออะไร แหล่งที่มาจากไหน และมีความเสี่ยงอย่างไร โดยหลักการจัดการตะกอนปนเปื้อนในสหรัฐอเมริกามี 5 ข้อสำคัญ ได้แก่ การจัดการที่แหล่งกำเนิด, การจัดการที่ความเสี่ยง ไม่ใช่ดูแค่ความเข้มข้น การใช้แนวทางที่ยั่งยืนเนื่องจากตะกอนมีความเป็นพลวัตสูง และการหาทางออกที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน (Win-Win Solution) ซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทายมากในบริบทของปัญหามลพิษข้ามพรมแดน
ศ.ดร.แดนนี่กล่าวว่า สำหรับความเสี่ยงเชิงนิเวศที่ส่งผ่านห่วงโซ่อาหารนั้น แท้จริงแล้วอยู่ที่น้ำในช่องว่างระหว่างตะกอน (Porewater) ซึ่งเป็นจุดที่โลหะหนักจะละลายน้ำ ไม่ใช่น้ำผิวดินทั่วไป โดยแนวทางการจัดการตะกอนในปัจจุบันมี 3 แนวทางหลัก คือ 1. ธรรมชาติบำบัด ปล่อยให้ตะกอนใหม่ที่ไม่ปนเปื้อนเข้ามาทับถม แต่มีข้อจำกัดหากอยู่ในพื้นที่น้ำหลากเพราะอาจทำให้สารพิษฟุ้งกระจาย 2. การนำตะกอนสะอาดมาทับถมซึ่งเป็นการนำตะกอนที่สะอาดจากแหล่งอื่นมาปิดทับตะกอนปนเปื้อนไว้ และ 3.การขุดลอก แนวทางนี้มีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้ตะกอนเก่าที่เคยถูกทับแน่นฟุ้งกระจาย และปลดปล่อยสารปนเปื้อนที่ละลายน้ำออกมาสู่สิ่งแวดล้อมอีกครั้ง
นอกจากนี้ ศ.ดร.แดนนี่ ยังเสนอแนะเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันฝั่งไทยมีฝายเชียงราย ซึ่งแม้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อดักตะกอนโดยตรง แต่จุดนี้สามารถนำมาศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับสัดส่วนขนาดอนุภาคตะกอนและระบบไฮโดรลิก เพื่อนำข้อมูลไปออกแบบจัดสร้างพื้นที่ดักตะกอนที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพร่วมกันระหว่างฝั่งไทยและฝั่งพม่าในอนาคต
ผศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่า จากการเฝ้าระวังและเก็บข้อมูลรอบ 1 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะข้อมูลการตรวจแล็บในเดือนเมษายน มีความชัดเจนมากว่าพบมลพิษปนเปื้อนประมาณ 60–70% มาจากกิจกรรมของมนุษย์ในประเทศเพื่อนบ้าน ข้อมูลชี้ชัดว่าไม่ใช่การปนเปื้อนตามธรรมชาติหรือสารเคมีเกษตร เนื่องจากค่าความเข้มข้นลดลงแบบ Exponential จากต้นน้ำลงมาสู่ปลายน้ำ และเมื่อตรวจสอบด้วยเทคนิค ลายนิ้วมือทางเคมี ของโลหะและกึ่งโลหะ 14 ชนิด พบว่าสัดส่วนไอออนและแร่โลหะหายาก แตกต่างจากน้ำในฝั่งไทยอย่างสิ้นเชิง จึงบ่งชี้ว่าน่าจะมาจากกิจกรรมการทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธในฝั่งพม่า
ผศ.ดร.ธนพล กล่าวว่า ในมิตินิเวศวิทยา ตะกอนปนเปื้อนนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสัตว์หน้าดิน เช่น กุ้ง หอย และแพลงก์ตอน ทำให้มีจำนวนลดลงเนื่องจากไม่สามารถสืบพันธุ์ได้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเนื่องตามห่วงโซ่อาหารย้อนกลับมาสู่มนุษย์ในระยะเวลาประมาณ 5 ปี ผลตรวจแล็บยืนยันว่าปลาในพื้นที่ไม่ได้เป็นมะเร็ง แต่เกิดความเสียหายที่เม็ดเลือดจนนิวเคลียสแตกตัว ทำให้ภูมิคุ้มกันตกและถูกพยาธิหรือแบคทีเรียแทรกซ้อน โดยพบความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับปริมาณตะกั่ว แมงกานีส และปรอทในตะกอน ส่วนหอยและไส้ปลาในพื้นที่เชียงแสน เชียงราย และท่าตอน ตรวจพบสารหนูและตะกั่วเกินมาตรฐานถึง 30% จึงแนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการบริโภคในระยะนี้
รศ.มนุพัศ โลหินนาวี นักพิษวิทยา อธิบายในเชิงวิทยาศาสตร์ว่า สารหนูได้รับการขนานนามว่าเป็นราชาแห่งสารพิษ เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะถูกเปลี่ยนเป็นสารที่มีความเป็นพิษและมีครึ่งชีวิตแตกต่างกัน การได้รับในปริมาณสูงเพียง 70 มิลลิกรัมครั้งเดียวสามารถทำให้เสียชีวิตเฉียบพลันได้ แต่สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในปัจจุบันคือการสะสมในระยะยาวจากปริมาณต่ำๆ ที่ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในน้ำดื่ม ซึ่งมักใช้เวลานานกว่า 10 ปีจึงจะแสดงอาการรุนแรง เช่น กรณีศึกษาในอดีตที่ประเทศไต้หวันซึ่งประชากรที่ดื่มน้ำปนเปื้อนสารหนูเป็นเวลานานกลายเป็นโรคเนื้อตาย และเป็นมะเร็งผิวหนังสูงถึง 10%
รศ.มนุพัศ กล่าวว่า เพื่อตอบคำถามสังคมว่าสถานการณ์ในแม่น้ำกกจะรุนแรงถึงขั้นนั้นหรือไม่ เสนอให้มีการสร้างแบบจำลองมนุษย์ในคอมพิวเตอร์ เพื่อวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงจากการดื่มน้ำหรือบริโภคอาหารปนเปื้อนของประชากรริมน้ำ ซึ่งเทคนิคนี้เคยนำมาใช้จำลองสถานการณ์การปนเปื้อนไซยาไนด์ที่จังหวัดพิจิตรจนประสบความสำเร็จมาแล้ว อย่างไรก็ตาม แนวทางเชิงป้องกันที่ดีที่สุดยังคงเป็นการบำบัดและลดมลพิษจากพื้นที่ต้นทาง
————-