เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ผศ.ดร.ว่าน วิริยา ผู้ช่วยหัวหน้าศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่(มช.) ให้สัมภาษณ์ถึงผลการตรวจตะกอนดินในแม่น้ำสาละวินครั้งล่าสุดของกรมควบคุมมลพิษ(คพ.)ที่พบสารโลหะหนักในระดับที่สูงจนเป็นอันตรายรุนแรงต่อสัตว์หน้าดิน ว่าผลของตะกอนดินในแม่น้ำสาละวินนั้นตรวจพบสารโลหะหนักเข้มข้นมาตั้งแต่ต้น ดังนั้นแสดงให้เห็นว่าสารโลหะหนักเหล่านี้ไม่ได้หายไปไหน และยังสะสมอยู่ที่เดิมเกิดกระบวนการตกสะสมเรื่อยๆ ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์
ผู้สื่อข่าวถามว่าพบสารหนูในตะกอนดินระดับราว 40-70 มล./กก.มีอันตรายขนาดไหน ผศ.ดร.ว่านกล่าวว่า เป็นความรุนแรงต่อระบบนิเวศรุนแรงมากเพราะค่ามาตรฐาน 1-2 เท่า ทำให้มีโอกาสที่สารหนูจะเข้าไปสู่ห่วงโซ่อาหารมากขึ้นเรื่อยๆ ที่สำคัญคือเป็นการพิสูจน์ได้ว่าสารพิษเหล่านี้ปนเปื้อนในแม่น้ำตลอดเวลา โดยไม่เคยมีช่วงเวลาที่ค่าสารพิษต่ำกว่ามาตรฐาน จึงทำให้เกิดความเสี่ยงตลอดเวลา ดังนั้นทางการจำเป็นต้องแจ้งเตือนให้ชาวบ้านระมัดระวังในการใช้น้ำที่สุด โดยเฉพาะการสัมผัสกับน้ำควรมีอุปกรณ์ เช่น ถุงมือ และไม่ควรกินปลา หรือสัตว์ที่หากินหน้าดิน เช่น หอย กุ้ง เด็ดขาด
“จากการลงพื้นที่สาละวินครั้งก่อน ชาวบ้านยังเข้าใจผิดว่าเมื่อปลาหรือสัตว์น้ำที่ปนเปื้อนมาปรุงให้สุกแล้วก็จะไม่เป็นอันตราย ซึ่งไม่เป็นความจริงเพราะสารโลหะหนักที่ปนเปื้อนยังไม่ได้หายไปไหน”ผศ.ดร.ว่าน กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีตรวจพบว่าตะกอนดินในลำน้ำสาขาของแม่น้ำสาละวินก็พบสารโลหะหนักปนเปื้อนเกินมาตรฐานด้วยเช่นกันน่าจะมีสาเหตุจากอะไร ผศ.ดร.ว่านกล่าวว่า เป็นไปได้ว่าเมื่อตอนน้ำท่วมสูงครั้งก่อนได้พัดพาตะกอนที่ปนเปื้อนเข้าไปตามลำน้ำสาขาด้วย
เมื่อถามว่าสถานการณ์การปนเปื้อนในแม่น้ำสาละวินแตกต่างจากแม่น้ำกก-โขง หรือไม่ อย่างไร ผู้ช่วยหัวหน้าศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์ฯกล่าวว่า จากสภาพพบว่าแม่น้ำสาะลินมีปริมาณน้ำเยอะกว่า และมีความขุ่นน้อยกว่า แต่กลับพบสารพิษสูงกว่า ในขณะที่แม่น้ำกก แม่น้ำสายและแม่น้ำโขงปริมาณความเข้มข้นของสารพิษมาพร้อมกับความขุ่นหรือตะกอน
“วัดความขุ่นสาละวินน้อยกว่าแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แต่ความเข้มข้นสูงกว่า อนุมานว่าความเข้มข้นของสาละวินไม่อยู่รูปตะกอน แต่อาจอยู่ในรูปสารละลาย ซึ่งอันตรายกว่าเพราะสัตว์น้ำสัมผัสสารพิษได้มากกว่า สาเหตุน่าจะมาจากกระบวนการผลิตที่แหล่งต้นกำเนิดแตกต่างกัน การใช้สารเคมีต่างกัน”ผศ.ดร.ว่าน กล่าว
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา เพจของกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้เผยแพร่ผลตรวจตะกอนดินของแม่น้ำสาละวิน จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งเก็บตัวอย่างตะกอนดิน ครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 25 – 29 พฤษภาคม 2569 ครอบคลุมจุดตรวจวัดตั้งแต่หมู่บ้านท่าตาฝั่ง อ.แม่สะเรียง ถึงหมู่บ้านสบเมย อ.สบเมย โดยพบว่าสารหนู (As) ในตะกอนดิน จุดตรวจวัดเกินค่ามาตรฐานในทุกจุดตรวจวัด โดยตรวจพบค่าอยู่ในช่วง 34 – 68 มก./กก. (ค่ามาตรฐานกำหนดไว้ไม่เกิน 33 มก./กก.)
โดยที่บ้านท่าตาฝั่ง ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง ค่าสารหนู 50 มก./กก.,รอยต่อระหว่างพื้นที่อำเภอสบเมย-อำเภอแม่สะเรียง ค่าสารหนู 34 มก./กก.,ท่าเรือหมู่บ้านแม่สามแลบ ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย ค่าสารหนู 46 มก./กก. ,หย่อมบ้านปู่ทา ม.6 ต.แม่สามแลบ ค่าสารหนู 47 มก./กก.,หย่อมบ้านพะละอึ ม.4 ต.แม่สามแลบ ค่าสารหนู 68 มก./กก., บ้านสบเมย ม.4 ต.แม่สามแลบ ค่าสารหนู 39 มก./กก.
คพ.ยังได้รายงานผลการตรวจคุณภาพตะกอนดินในลำน้ำสาขา พบสารปนเปื้อนในบางพื้นที่ เกินมาตรฐานระดับที่ปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดิน (ค่ามาตรฐานฯสารหนู ไม่เกิน 10 มก./กก. โครเมียม ไม่เกิน 43.4 มก./กก.) ดังนี้แม่น้ำสามแลบ พบค่าสารหนู 17 มก./กก. ,แม่น้ำยวม พบค่าสารหนู 16 มก./กก. โครเมียม 47 มก./กก. ,แม่น้ำปาย พบค่าสารหนู 16 มก./กก. ส่วนแม่น้ำแม่ปอและลำห้วยแม่กองคา มีค่าคุณภาพตะกอนดินเป็นไปตามมาตรฐาน
