Search

เยาวชนกะเหรี่ยงสวนผึ้งร้องเร่งพิสูจน์สถานะบุคคล หวั่นหมดโอกาสเรียนต่อ-คนพิการเข้าไม่ถึงการรักษา 

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงภายหลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านถึงปัญหาสถานะบุคคลของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ซึ่งการดำเนินการแก้ไขของหน่วยงานรัฐเป็นไปอย่างล่าช้า ส่งผลให้ผู้ได้รับผลกระทบไม่สามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน ทั้งด้านการศึกษา การรักษาพยาบาล และสวัสดิการของรัฐ

ผู้สื่อข่าวได้พบกับนายจิรโชติ โกสุ่ย อายุ 23 ปี ผู้พิการร่างกาย ที่บ้านห้วยน้ำหนัก ซึ่งอยู่ชายแดนไทย-รัฐกะเหรี่ยง โดยนายจิรโชติเป็นบุคคลตกหล่นที่ไม่ได้มีการสำรวจ ซึ่งยังคงอยู่ในสถานะไร้รัฐ-ไร้สัญชาติ ขณะที่พ่อแม่ถือบัตร 0 กลุ่ม 89 (บัตรประจำตัวที่ออกให้บุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนซึ่งรวมถึงกลุ่มชาติพันธุ์และต่างด้าวที่ได้รับให้อาศัยอยู่ในราชอาณาจักรชั่วคราว) จากการสอบนายจิรโชติเล่าว่าตนเองเกิดที่บ้านห้วยน้ำหนัก โดยมีหมอตำแยทำคลอด และมีชาวบ้านในชุมชนจำนวนมากสามารถยืนยันการเกิดและการอาศัยอยู่ในพื้นที่มาตั้งแต่วัยเด็ก อย่างไรก็ตาม เนื่องจากในอดีตการเดินทางจากหมู่บ้านไปยังที่ว่าการอำเภอเป็นไปด้วยความยากลำบาก บิดาและมารดาจึงไม่ได้แจ้งเกิดภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ส่งผลให้เขาไม่มีสถานะทางทะเบียน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้จะไม่มีเอกสารแสดงสถานะบุคคล แต่นายจิรโชติสามารถเข้าศึกษาที่โรงเรียนรุจิรพัฒน์จนสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 ก่อนตั้งเป้าศึกษาต่อในสถานศึกษาสำหรับผู้พิการแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี แต่ไม่สามารถสมัครเข้าเรียนได้ เนื่องจากยังไม่ได้รับการรับรองสัญชาติไทย

นายจิรโชติให้สัมภาษณ์ว่า ได้ยื่นคำร้องขอจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนตามมาตรา 38 วรรคสอง ตั้งแต่ปี 2566 ก่อนที่มารดาจะพาไปยื่นคำร้องแจ้งเกิดเกินกำหนด โดยเจ้าหน้าที่ได้สอบข้อเท็จจริงและรับเรื่องไว้ อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นตนได้โทรศัพท์ติดตามความคืบหน้าเป็นระยะ แต่ได้รับคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ว่า เรื่องได้ส่งต่อไปยังกรมการปกครองเพื่อพิจารณาแล้ว และยังไม่มีการส่งผลกลับมายังอำเภอ ทำให้ไม่สามารถระบุได้ว่าจะแล้วเสร็จเมื่อใด

“การรอคอยมานานส่งผลกระทบต่อชีวิตโดยตรง เพราะนอกจากอายุที่เพิ่มขึ้นทุกปีแล้ว โอกาสในการศึกษาต่อก็เริ่มเลือนรางลง เนื่องจากหลายสถาบันการศึกษายังไม่สามารถรับผู้ที่ไม่มีสถานะทางกฎหมายเข้าศึกษาได้ ทำให้ความฝันของผมที่จะเรียนต่อยังคงต้องหยุดอยู่กับที่” นายจิรโชติ กล่าว

นายจิรโชติกล่าวว่า การไม่มีสถานะทางกฎหมายไม่ได้เป็นการปิดกั้นโอกาสทางการศึกษาเท่านั้น แต่ยังทำให้เข้าไม่ถึงสิทธิในการรักษาพยาบาลด้วย ทุกครั้งที่เจ็บป่วยจะไม่กล้าไปโรงพยาบาล เพราะกังวลว่าจะไม่มีเงินจ่ายค่ารักษา รวมทั้งต้องเสียค่าเดินทางออกจากหมู่บ้านที่อยู่ห่างไกล

“เมื่อประมาณ 6 ปีก่อน ผมตกจากบ้านจนแขนกับขาหัก แต่ไม่ได้ไปโรงพยาบาล ต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่บ้าน ใช้แค่ยาประคบกับสมุนไพร ต้องทนเจ็บปวดแขนขาอยู่ 3 เดือนจนอาการดีขึ้น” จิรโชติ กล่าว

จากนั้นผู้สื่อข่าวเดินทางต่อไปยังบ้านห้วยผาก พบนางสาวศิริพร ทองเย็น อายุ 21 ปี ชาวบ้านอีกรายที่มีปัญหาสถานะบุคคล ที่มารดามีสัญชาติไทย ขณะที่บิดาถือบัตรประจำตัวบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน แต่ไม่ได้ไปแจ้งเกิดต่อที่ว่าการอำเภอสวนผึ้ง จึงยังไม่ได้รับรองสัญชาติไทย

น.ส.ศิริพร กล่าวว่า ได้ยื่นคำร้องขอหนังสือรับรองการเกิด (แบบ ทร.20/1) เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการขอรับรองสัญชาติไทย แต่การเดินทางจากหมู่บ้านไปยังที่ว่าการอำเภอสวนผึ้งซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 30-40 กิโลเมตร เป็นภาระด้านค่าใช้จ่ายและใช้เวลาเดินทางนาน ทุกครั้งที่เดินทางไปติดตามเรื่อง ก็มักได้รับคำตอบเดิมว่า คิวยังไม่ถึงต้องรอก่อน ทำให้คำร้องของเธอแทบไม่ขยับไปไหน แม้เวลาจะผ่านมานานแล้ว

ขณะที่ น.ส.ตะวัน ดะหยะ อายุ 21 ปี ซึ่งถือบัตรประจำตัวบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน ก็พบปัญหาไม่ต่างจากศิริพร แม้จะมีหลักฐานเอกสารและพยานบุคคลที่สามารถยืนยันตัวตนและการเกิดในประเทศไทยได้ ทั้งยังสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นแล้ว แต่ยังไม่สามารถไปศึกษาต่อด้านวิชาชีพได้ เนื่องจากปัญหาสถานะบุคคลที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้ง น.ส.ตะวัน น.ส.ศิริพร และนายจิรโชติ สะท้อนความหวังคือ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อให้ได้รับการรับรองสถานะและสัญชาติไทยโดยเร็ว เพราะไม่เพียงหมายถึงการมีบัตรประชาชน แต่ยังเป็นโอกาสการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน ทั้งการศึกษา การประกอบอาชีพ และการมีคุณภาพชีวิตที่ไม่ต่างจากคนไทยคนอื่น ซึ่งเป็นสิทธิที่พวกเขาควรได้รับอย่างถูกต้อง

ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 นายอนุสรณ์ แจ ทีมพี่เลี้ยงที่ทำงานร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ได้พานายจิรโชติ นางสาวศิริพร และนางสาวตะวัน เข้าพบนายอัครเดชา คิ้วทวีวิวัฒน์ ปลัดอำเภอฝ่ายทะเบียน อำเภอสวนผึ้ง เพื่อเร่งติดตามความคืบหน้าคำร้องขอจัดทำทะเบียนประวัติของนายจิรโชติ และยื่นคำร้องขอหนังสือรับรองการเกิด (แบบ ทร.20/1) ของนางสาวศิริพร และนางสาวตะวัน

ภายหลังหลังการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนได้ชี้แจงว่า การรับคำร้องของอำเภอใช้ระบบนัดหมายตามโซนและหมู่บ้าน ทำให้นางสาวศิริพร และนางสาวตะวันยังไม่สามารถยื่นคำร้องได้ในวันนี้ และต้องรอตามรอบคิวของหมู่บ้านตนเอง ขณะที่คำร้องของนายจิรโชติ ที่ได้ยื่นไว้ก่อนหน้านี้ ยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณาของกรมการปกครอง โดยอำเภอไม่สามารถระบุได้ว่าจะมีผลกลับมาเมื่อใด

///////////////////////