
เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 สำนักข่าว Irrawaddy รายงานตามคำกล่าวอ้างของกองกำลังอาระกัน (Arakan Army – AA)ว่า กองทัพพม่ากำลังใช้กลยุทธ์ “คลื่นมนุษย์” เพื่อยึดคืนพื้นที่ต่างๆในรัฐอาระกันซึ่งอยู่ทางภาพตะวันตกของประเทศพม่า โดยการส่งทหารพม่าเป็นจำนวนมากเข้ามาโจมตีกองกำลังอาระกัน ในหลายแนวรบ และหลายระลอก แม้รู้ว่าจะสร้างความสูญเสียก็ตาม ล่าสุด มีภาพวิดีโอที่ทหารพม่ายกพลขึ้นบกในรัฐอาระกัน แต่ถูกจับเป็นเชลยศึกเป็นจำนวนมาก
มีรายงานว่ายังคงมีเหตุปะทะระหว่างทั้งสองฝ่ายอย่างดุเดือด โดยเฉพาะใกล้กับเมืองชิตต่วย ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐอาระกัน หรือใกล้กับเมืองเจ้าก์ผิ่ว และตามชายแดนระหว่างรัฐอาระกัน – เขตมะโกย ชายแดนรัฐอาระกัน – เขตพะโค รวมถึงในเมืองมินดัท และเมืองกั่นปะเล็ต ในรัฐชินเป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นเส้นทางสำคัญมุ่งสู่รัฐอาระกันหรือรัฐยะไข่
ทหารเกณฑ์ของรัฐบาลทหารพม่าที่แปรพักตร์ไปเข้าร่วมกับกองกำลังอาระกัน กล่าวว่า กองทัพพม่ากำลังใช้ทหารที่ถูกเกณฑ์ภายใต้กฎหมายบังคับเกณฑ์ทหารเป็นเหยื่อกระสุนในแนวหน้า โดยทหารพม่าราว 400 นาย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการโจมตีทางอากาศพยายามแทรกซึมเข้าไปในเมืองกัว ในรัฐอาระกัน ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังอาระกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งทางน้ำและทางบก ทำให้เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงทุกวันตามแนวชายแดนรัฐอาระกันและเขตอิรวดี
ขณะที่กองกำลังอาระกัน เปิดเผยว่า การโจมตีทั้งหมดของกองทัพพม่าถูกขับไล่ออกไปแล้ว นอกจากนี้ กองกำลังอาระกันยังยึดฐานที่มั่นบนเนินเขาของกองทัพพม่าได้อีก 3 แห่งในเมืองเยจี เขตอิรวดี ระหว่างการโจมตีตอบโต้เมื่อวันที่ 17, 19 และ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยกองกำลังอาระกันยังสามารถยึดอาวุธและกระสุนจำนวนมาก และพบศพของทหารพม่าที่เสียชีวิต
สำนักข่าว Irrawaddy ได้เผยแพร่บทความของนายอ่องหม่านอู ซึ่งเป็นบรรณาธิการบริหารของสำนักข่าว Development Media Group (DMG) ซึ่งเป็นสื่อท้องถิ่นในรัฐอารากัน เมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยในบทความระบุว่า การเยือนอินเดียและจีนของพลเอกมินอ่องหล่ายเมื่อเร็วๆนี้ ถูกชูว่าเป็นความสำเร็จทางการทูตของรัฐบาลพม่า โดยผู้นำคณะรัฐบาลทหารพลเอกกมินอ่องหล่ายได้หารือเกี่ยวกับการค้า โครงสร้างพื้นฐาน ความมั่นคงชายแดน และการเชื่อมโยงระดับภูมิภาค โดยได้มีการลงนามข้อตกลง ส่งเสริมการลงทุนและยืนยันโครงการเชิงยุทธศาสตร์ต่างๆ อย่างไรก็ตาม ภายใต้ภาพลักษณ์ของการเยือนอย่างเป็นทางการและพิธีการทางการทูตเหล่านั้น มีความเป็นจริงที่ซับซ้อนกว่านั้นซ่อนอยู่ นั่นคือระบอบทหารพม่ากำลังแสวงหาความชอบธรรมในระดับนานาชาติ ในขณะที่การควบคุมดินแดนของตนยังคงหดตัวลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัฐอาระกัน ซึ่งกองกำลังอาระกันและองค์กรสันนิบาตอาระกัน (ULA) องค์กรทางการเมือง ได้ผงาดขึ้นมาเป็นกำลังทางการเมืองและการทหารที่โดดเด่นมากขึ้นซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่ในรัฐอาระกันขณะนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของกำลังอาระกัน
ในรายงานของนายอ่องหม่านอู อ้างว่า ความสำคัญของการเยือนจีนและอินเดียเหล่านี้จึงขยายไปไกลกว่าการทูต โดยกองทัพพม่าต้องการเผยให้เห็นว่า รัฐอาระกันได้กลายเป็นจุดศูนย์กลางของการแข่งขันระดับภูมิภาคระหว่างจีนและอินเดีย ในขณะเดียวกันก็เปิดเผยข้อจำกัดของเนปีดอว์เป็นผู้เล่นแต่เพียงผู้เดียวที่สามารถกำหนดอนาคตของโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ได้
ในรายงานระบุว่า สำหรับทั้งจีนและอินเดีย พม่าไม่ใช่เพียงแค่ประเทศเพื่อนบ้านอีกต่อไป แต่เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สู่มหาสมุทรอินเดีย โดยผลประโยชน์ของจีนนั้นมุ่งเน้นไปที่ระเบียงเศรษฐกิจจีน-พม่า (CMEC) ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative) ระเบียงนี้เชื่อมต่อมณฑลยูนนานกับมัณฑะเลย์ และท้ายที่สุดไปยังเมืองเจ้าก์ผิ่ว บนชายฝั่งของรัฐอาระกัน หัวใจสำคัญของโครงการนี้คือ ท่าเรือน้ำลึกเจ้าก์ผิ่วและเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งเปิดโอกาสให้จีนมีเส้นทางตรงไปยังอ่าวเบงกอลและลดการพึ่งพาช่องแคบมะละกา ผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ของอินเดียก็ชัดเจนเช่นกัน ผ่านโครงการขนส่งหลายรูปแบบกาลาดัน ( Kaladan Multi-Modal Transit Transport Project) โดยรัฐบาลนิวเดลีพยายามเชื่อมต่อรัฐทางตะวันออกเฉียงเหนือของตนกับทะเลผ่านเมืองชิตต่วย ในรัฐอาระกันและเมืองปาแล็ตวา ในรัฐชิน เสริมสร้างการค้าและลดการพึ่งพาเส้นทางคอคอดสิริกุรี ซึ่งทั้งสองโครงการทำให้รัฐอาระกันกลายเป็นศูนย์กลางของการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กว้างขึ้น
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่ทั้งจีนและอินเดียต้องเผชิญก็คือโครงการสำคัญหลายโครงการของทั้งสองประเทศอยู่ในพื้นที่ที่ระบอบการปกครองของทหารพม่าไม่สามารถควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกต่อไป หลายโครงการอยู่ในพื้นที่ความขัดแย้งและได้รับอิทธิพลจากกองกำลังอาระกันมากขึ้นเรื่อยๆ โดยผู้สังเกตการณ์มองว่า โครงการต่างๆจะไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้หากปราศจากการหารือกับกองกำลัง AA ซึ่งที่ผ่านมา ทางผู้นำของกองกำลังอาระกันมีท่าทียินดีต้อนรับการลงทุนจากต่างประเทศที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนท้องถิ่นและมีส่วนช่วยในการพัฒนาภูมิภาค โดยกองกำลังอาระกันยังได้แสดงความเต็มใจที่จะร่วมมือกับโครงการระหว่างประเทศและให้การรับประกันด้านความปลอดภัยอย่างเปิดเผย
ในเวลาเดียวกันกับที่จีนและอินเดียหารือเกี่ยวกับระเบียงการค้าและโครงการพัฒนา สถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในรัฐอาระกันก็ยังคงย่ำแย่ลงอย่างต่อเนื่อง โดยกองทัพพม่ายังคงโจมตีทางอากาศในรัฐอาระกันอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา กองทัพพม่าได้โจมตีเมืองเจ้าก์ตอว์และพื้นที่รอบๆ ชาวบ้านในพื้นที่รายงานว่า มีการโจมตีมากกว่า 10 ครั้งในช่วงเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง รายงานเบื้องต้นระบุว่ามีพลเรือนได้รับบาดเจ็บและล้มตาย รวมทั้งเด็ก ซึ่งในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา หมู่บ้าน โรงเรียน โรงพยาบาล ตลาด