
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 สำนักข่าวKIC ของกะเหรี่ยงรายงานว่า จำนวนนักเรียนในโรงเรียนภายในค่ายผู้ลี้ภัยตามแนวชายแดนไทย–เมียนมา ในปีการศึกษา 2569-2570 ลดลงประมาณ 1,000 คน เมื่อเทียบกับปีการศึกษาที่ผ่านมา ตามการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการการศึกษาของคณะกรรมการผู้ลี้ภัยกะเหรี่ยง (Karen Refugee Committee Education Entity – KRCEE)
นาง Naw Doh Kapaw Moo ผู้อำนวยการ KRCEE กล่าวว่า หลังจากความช่วยเหลือด้านอาหารในค่ายผู้ลี้ภัยลดลง หลายครอบครัวประสบปัญหาค่าครองชีพ ส่งผลให้นักเรียนบางส่วนต้องออกจากโรงเรียน หรือประสบปัญหาไม่สามารถเรียนต่อได้ จึงทำให้จำนวนนักเรียนลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
“ขณะนี้เพิ่งเปิดภาคเรียนใหม่ จำนวนนักเรียนยังไม่คงที่ จึงยังไม่สามารถยืนยันตัวเลขอย่างเป็นทางการได้ แต่จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่าจำนวนนักเรียนลดลงประมาณ 1,000 คน”ผู้อำนวยการ KRCEE กล่าว
นอกจากนี้ หลังจากการตัดลดความช่วยเหลือด้านอาหารในค่ายผู้ลี้ภัย ไม่เพียงแต่นักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาปากท้องเท่านั้น แต่ครูผู้สอนจำนวนหนึ่งก็ไม่สามารถทำหน้าที่สอนหนังสือต่อไปได้ และจำเป็นต้องออกไปทำงานนอกค่ายเพื่อหารายได้เลี้ยงชีพ
นาง Naw Doh Kapaw Moo กล่าวว่าที่ผ่านมา ครูในค่ายจะได้รับเงินสนับสนุนจากโรงเรียนเดือนละ 1,000 บาท และยังได้รับข้าวสารจากโครงการช่วยเหลือด้านอาหาร แต่ในปีนี้ไม่มีการสนับสนุนด้านอาหารเพิ่มเติมแล้ว ทำให้ครูจำนวนมากประสบความยากลำบากมากขึ้น
สำหรับค่าตอบแทนครูผู้สอนในค่ายผู้ลี้ภัย ปัจจุบันได้รับการสนับสนุนเงินเดือนรายเดือนจากองค์กร Save the Children ผ่านการสนับสนุนของสหภาพยุโรป (EU) อย่างไรก็ตาม เงินสนับสนุนดังกล่าวครอบคลุมเพียงประมาณร้อยละ 60 ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด ส่วนที่เหลือต้องอาศัยการสนับสนุนจากผู้ปกครองนักเรียนและองค์กรในพื้นที่“เดิมครูในค่ายผู้ลี้ภัยได้รับเงินสนับสนุนเดือนละ 1,000 บาทต่อคน แต่ในปีนี้ เนื่องจากความช่วยเหลือด้านอาหารถูกตัดลด จึงได้เพิ่มเงินช่วยเหลืออีก 500 บาทต่อคน ทำให้ปัจจุบันครูได้รับเงินสนับสนุนรวมเดือนละ 1,500 บาทต่อคน”นาง Naw Doh Kapaw Moo กล่าว
“เดิมครูในค่ายผู้ลี้ภัยได้รับเงินสนับสนุนเดือนละ 1,000 บาทต่อคน แต่ในปีนี้ เนื่องจากความช่วยเหลือด้านอาหารถูกตัดลด จึงได้เพิ่มเงินช่วยเหลืออีก 500 บาทต่อคน ทำให้ปัจจุบันครูได้รับเงินสนับสนุนรวมเดือนละ 1,500 บาทต่อคน” นาง Naw Doh Kapaw Moo กล่าว