Search

กองทัพพม่าไม่อนุญาตให้ทูตพิเศษอาเซียนเข้าพบอองซาน ซูจี อ้างอยู่ระหว่างการรับโทษ

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าว AFP รายงานว่า ทางการพม่าได้ปฏิเสธคำเรียกร้องของอาเซียน ที่จะส่งทูตพิเศษเข้าพบกับนางอองซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายประชาธิปไตยพม่าวัย 81 ปี ที่ถูกจับกุมมาตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 โดยอ้างว่านางซูจีอยู่ระหว่างการรับโทษถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะได้พบก็ต่อเมื่อมีการรับโทษเสร็จสิ้นแล้วเท่านั้น

โฆษกของรัฐบาลพม่าภายใต้การนำของพลเอกมินอ่องหล่ายกล่าวเมื่อวันที่ 30 มิถุนายนผ่านมาว่า ทางการพม่าปฏิเสธคำขอของทูตพิเศษอาเซียนที่ต้องการเข้าพบกับนางอองซาน ซูจี ซึ่งเป็นผู้นำประชาธิปไตยที่ถูกปลดจากตำแหน่งและขณะนี้ถูกควบคุมตัวอยู่ โดยกองทัพได้นำพม่าเข้าสู่สงครามกลางเมืองในปี 2564 เมื่อทำการรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลของนางซูจี และยุติการทดลองปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยที่ยาวนานกว่าทศวรรษ

ขณะที่หลังจากปกครองโดยกองทัพเป็นเวลา 5 ปี พลเอกมินอ่องหล่าย ผู้นำรัฐประหารได้สละตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดในปีนี้ เพื่อขึ้นเป็นประธานาธิบดีหลังจากการเลือกตั้งที่เขาจัดขึ้นแล้วเสร็จ ซึ่งไม่มีพรรคของนางซูจีเข้าร่วมลงเลือกตั้งในครั้งนี้ด้วย และการเลือกตั้งถูกมองว่าเป็นเพียงการจัดฉากเพื่อสืบทอดอำนาจต่อไป

ในช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทางการพม่าประกาศว่า นางซูจี ซึ่งปัจจุบันอายุ 81 ปี จะถูกย้ายไปอยู่ภายใต้การกักบริเวณในบ้านพัก แม้ว่านักวิเคราะห์จะมองว่าการกระทำที่ดูเหมือนเป็นการแสดงความเมตตาแต่จริงๆแล้วเป็นเพียงการพูดเพื่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับรัฐบาลของพลเอกมินอ่องหล่ายเท่านั้น นับตั้งแต่เกิดรัฐประหาร

ทั้งนี้อาเซียนได้กีดกันพม่าจากการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดระดับสูง ขณะที่ฉันทมติ 5 ข้อ ที่อาเซียนเรียกร้องให้พม่าปฏิบัติตามเพื่อแก้วิกฤติในพม่าก็ดูเหมือนจะไม่คืบหน้ามากนัก

นักวิเคราะห์มองว่า ขณะนี้ฉันทมติและท่าทีต่อพม่าในหมู่ประเทศสมาชิกกลุ่มอาเซียนกำลังเริ่มสั่นคลอน ระหว่างกลุ่มที่เปิดรับข้อเสนอเล็กๆน้อยๆเพื่อนำพม่ากลับเข้าร่วมกลุ่ม กับกลุ่มที่ยังคงยึดมั่นในท่าทีแข็งกร้าว อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนมีกำหนดประชุมกันที่กรุงมะนิลาปลายเดือนหน้า โดยทางด้านโฆษกของรัฐบาลพม่ากล่าวว่า จะเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวหากได้รับเชิญ

ทั้งนี้ พลเอกมินอ่องหล่ายพยายามเสนอภาพลักษณ์ว่า การจัดการเลือกตั้งล่าสุดว่าเป็นจุดเริ่มต้นของประชาธิปไตยและโอกาสสำหรับการปรองดองในพม่า แม้จะมีเสียงประท้วงจากองค์กรตรวจสอบประชาธิปไตยเกี่ยวกับความเที่ยงธรรมของการเลือกตั้งในพม่า แต่พลเอกมินอ่องหล่ายก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นในการเดินทางเยือนอินเดียและจีนล่าสุดเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

ทางด้านสื่อ DVB รายงานว่า พลเอกมินอ่องหล่ายมีแผนที่จะเยือนประเทศลาวระหว่างวันที่ 3-5 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ ตามคำเชิญของนายทองลุน สีสุลิท ประธานประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

ขณะที่นายคิม อริส บุตรชายคนเล็กของอองซาน ซูจี ยังคงเดินหน้าเรียกร้องให้รัฐบาลพม่าแสดงหลักฐานว่ามารดาของตนยังมีชีวิตอยู่ หลังจากที่รัฐบาลพม่าอ้างเมื่อเดือนเมษายนว่าโทษจำคุกของมารดาถูกลดเหลือประมาณ 17 ปี และถูกย้ายไปกักบริเวณในบ้านพักแห่งหนึ่งในกรุงเนปีดอว์ ซึ่งไม่เปิดเผยสถานที่ แต่ไม่ได้แสดงหลักฐานการย้ายดังกล่าว มีเพียงภาพถ่ายที่ไม่มีวันที่ระบุเท่านั้น

ก่อนหน้านี้กลุ่มสมาชิกรัฐสภาอาเซียนเพื่อสิทธิมนุษยชน (ASEAN Parliamentarians for Human Rights -APHR) ร่วมกับสมาชิกรัฐสภาและอดีตผู้แทนราษฎรจากอีกหลายประเทศอย่าง ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์และสหราชอาณาจักร รวมไปถึงสหภาพยุโรป รวมกว่า 130 คน จาก 11 ประเทศ ได้ร่วมกันลงนามในจดหมายเปิดผนึกเมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันเกิดของนางซูจี มีอายุครบรอบ 81 ปี โดยได้ส่งจดหมายดังกล่าวถึงประธานาธิบดี เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ผู้นำฟิลิปปินส์ ในฐานะประธานอาเซียนประจำปี 2569 เพื่อเรียกร้องให้กลุ่มประเทศอาเซียนยกระดับการกดดันพม่าให้ปล่อยตัวนางซูจี รวมถึงนักโทษทางการเมืองทั้งหมดที่ยังถูกกุมขังในพม่าโดยไม่มีเงื่อนไข