เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ตกหนักสะสมต่อเนื่องเป็นเวลา 2 วัน ส่งผลให้มวลน้ำในแม่น้ำสาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย ทะลักเข้าท่วมพื้นที่บางจุด สร้างความกังวลให้กับประชาชนทั้งสองฝั่งแม่น้ำที่ต่างเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ท้องฟ้าเริ่มเปิดและมีแดดจัด ส่งผลให้ระดับน้ำลดต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 1.35 เมตร ด้านอำเภอแม่สายยังคงมั่นใจในประสิทธิภาพของแนวบิ๊กแบ็ก แต่กำชับให้ทุกฝ่ายไม่ประมาทและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝนที่ตกหนักสะสมกว่า 48 ชั่วโมงในพื้นที่แม่น้ำสาย ส่งผลให้มวลน้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจบางส่วนในเมืองท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา อย่างรวดเร็ว ในขณะที่ฝั่งอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่ได้เร่งเดินเครื่องสูบน้ำและเฝ้าระวังแนวพนังกั้นน้ำอย่างใกล้ชิด โดยมีพื้นที่ลุ่มต่ำบางจุดระบายน้ำไม่ทันและเกิดการเอ่อล้น ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โรงเรียนอนุบาลแม่สาย (สายศิลปศาสตร์) หมู่ 1 ตำบลแม่สาย ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำและเป็นจุดรับน้ำจากพื้นที่ข้างเคียง ได้ประกาศหยุดการเรียนการสอนชั่วคราวเป็นเวลา 1 วัน
สถานการณ์ล่าสุด ณ วันที่ 2 กรกฎาคม ช่วงบ่าย ท้องฟ้าเริ่มเปิดและระดับน้ำท่วมขังในชุมชนฝั่งท่าขี้เหล็กลดลงเกือบเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่ยังคงมีดินโคลนตกค้างในพื้นที่
จากการตรวจสอบข้อมูลจากสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ณ วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 11.30 – 11.40 น. พบว่าสถานีสะพานมิตรภาพแม่น้ำสายแห่งที่ 1 มีระดับน้ำอยู่ที่ 396.2 ม.รทก. หรือคิดเป็น 72% ของความจุลำน้ำ อยู่ในเกณฑ์สถานะ “น้ำมาก” (สีน้ำเงิน) ซึ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจากวันที่ 1 กรกฎาคม แต่ยังคงต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 1.35 เมตร ส่วนสถานีโรงสูบน้ำแรงต่ำแม่ข่าย (แม่สาย) ระดับน้ำอยู่ที่ 397 ม.รทก. หรือ 47% ของความจุลำน้ำ อยู่ในเกณฑ์สถานะ “ปกติ” (สีเขียว) และต่ำกว่าตลิ่ง 4.01 เมตร
นายสิทธิศักดิ์ ใจคำ ปลัดอำเภอแม่สาย กล่าวว่า ได้ดำเนินการทำแนวพนังกึ่งถาวรตลอดลำน้ำสายเสร็จสิ้นแล้วเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 โดยความร่วมมือของกองพลพัฒนาที่ 3 ร่วมกับหน่วยทหารช่างกองทัพภาคที่ 3 พร้อมงบประมาณการซ่อมแซมรวมประมาณ 4.5 ล้านบาท จากองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในพื้นที่และภาคประชาชน
สำหรับปัญหาน้ำท่วมขังในช่วงสองวันที่ผ่านมา เกิดจากฝนตกหนักจนการระบายน้ำไม่ทัน ประกอบกับโครงการของเทศบาลตำบลแม่สายที่อยู่ระหว่างการดำเนินการใช้งบประมาณ 150 ล้านบาท ในการเจาะพื้นเพื่อยกระดับถนนและขยายระบบรางระบายน้ำให้กว้างขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ
นายบัณฑิตย์ พันธ์พลากร ประธานสภาเทศบาลตำบลเวียงพางคำ อ.แม่สาย กล่าวว่า แม้จะมั่นใจในแนวพนังกั้นน้ำแม่สาย แต่ยังมีความกังวลเรื่องการระบายน้ำจากพื้นที่ฝั่งไทยที่ไม่สามารถระบายลงแม่น้ำสายได้ตามปกติ เนื่องจากเมื่อปิดแนวพนัง 100 เปอร์เซ็นต์ ทำให้น้ำเอ่อล้นในพื้นที่และบนถนนบางจุด ซึ่งขณะนี้เทศบาลตำบลแม่สายกำลังเร่งขุดลอกทางระบายน้ำให้ลอดผ่านคลองชลประทานออกไปทางหลังวัดป่ายาง
นายบัณฑิตย์ กล่าวว่า ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ภาคีเครือข่าย 13 องค์กร ทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคประชาสังคม จะร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ณ หนองน้ำพุ ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมและกลไกการบริหารจัดการภัยพิบัติ โดยมุ่งเน้น 7 ประเด็นสำคัญ เช่น การพัฒนาระบบฐานข้อมูลความเสี่ยงร่วม การสร้างนักบริหารจัดการภัยพิบัติเชิงพื้นที่ (ADM) และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีร่วมกับภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อการแจ้งเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความยั่งยืนเชิงสถาบันและผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายเข้าสู่แผนพัฒนาจังหวัด เพื่อให้ชุมชนสามารถรับมือและฟื้นฟูตนเองจากภัยพิบัติที่ทวีความรุนแรงขึ้นได้ ซึ่งกรอบความร่วมมือนี้เน้นการบูรณาการศักยภาพโดยไม่ผูกพันงบประมาณ เพื่อเปลี่ยนผ่านการจัดการภัยพิบัติจากการตั้งรับสู่เชิงรุกโดยมีชุมชนเป็นหัวใจสำคัญ
ทั้งนี้ ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ฝนตกสะสมและน้ำระบายไม่ทัน ประชาชนในพื้นที่ได้ร่วมกันถ่ายภาพและรายงานสถานการณ์แบบเรียลไทม์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในเพจชุมชนแม่สาย เพื่อสื่อสารข้อมูลและเฝ้าระวังภัยร่วมกัน
