Search

ค้านสหรัฐเตรียมจับมือรัฐบาลพลเอกมินอ่องหลายปราบแก๊งสแกมเมอร์- เชื่อเชื่อมโยงใกล้ชิดอาชญากรรมข้ามชาติ

สำนักข่าว Mizzima รายงานเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ว่า 25 องค์กรเอ็นจีโอที่ทำงานด้านประเด็นพม่าในหลายประเทศทั่วโลก ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกันแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยที่สหรัฐอเมริกาจะร่วมมือกับรัฐบาลพม่าที่มีพลเอกมินอ่องหล่าย เป็นผู้นำบังคับใช้กฎหมายในการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ โดยให้เหตุผลว่า รัฐบาลพม่าและพันธมิตรเป็นผู้ปกป้องและแสวงหาผลประโยชน์จากแหล่งฉ้อโกงเหล่านี้ โดยไม่คำนึงถึงอนาคตของประชาชนชาวพม่า ตลอดจนสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค

การออกแถลงการณ์ร่วมครั้งนี้ สืบเนื่องจากมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐฯได้พบกับตัวแทนของคณะรัฐบาลทหารพม่าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาในกรุงโตเกียว เพื่อหารือเกี่ยวกับความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายในการปราบปรามศูนย์ฉ้อโกงสแกมเมอร์

แถลงการณ์ระบุว่า “ศูนย์ฉ้อโกงและคณะรัฐบาลทหารมีความสัมพันธ์แบบพึ่งพาอาศัยกัน พวกเขาต้องการกันและกันเพื่อความอยู่รอด”

นางไมรา ดาห์กายพอว์ สมาชิกคณะกรรมการจาก U.S. Campaign for Burma 1ในองค์กรที่ร่วมแถลงการณ์ครั้งนี้กล่าวว่า “การร่วมมือกับระบอบของมินอ่องหล่าย หมายถึงการช่วยเหลือองค์กรอาชญากรรมเดียวกันกับที่รับผิดชอบและได้รับผลประโยชน์จากศูนย์ฉ้อโกงเหล่านี้ ซึ่งขโมยเงินหลายพันล้านดอลลาร์และก่อความเสียหายแก่ผู้คนในสหรัฐฯและทั่วโลก มันก็เหมือนกับการขอให้คนวางเพลิงช่วยดับไฟ”

แถลงการณ์ยังระบุอีกว่า ในพม่านั้น ศูนย์กลางการฉ้อโกงทางออนไลน์เหล่านี้ยังเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดในด้านเศรษฐกิจ ความขัดแย้งในวงกว้าง ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงให้รัฐบาลทหารที่ขึ้นมาบริหารประเทศอย่างผิดกฎหมายสามารถโจมตีพลเรือน บ่อนทำลายประชาธิปไตย และละเมิดสิทธิมนุษยชนได้อย่างไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา นายไมเคิล เดอซอมเบร ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฝ่ายกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ได้ให้การต่อคณะกรรมการกิจการต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฎร โดยระบุว่าศูนย์ฉ้อโกงที่ดำเนินการอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯและพันธมิตรในภูมิภาค โดยขโมยเงินจากชาวอเมริกันไปมากกว่า 12.5 พันล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว ซึ่งเพิ่มขึ้น 25% จากปีก่อน

ขณะที่รายงานของสหประชาชาติในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ยังพบว่ามีประชาชน 300,000 คนถูกลักลอบค้ามนุษย์เข้าสู่ศูนย์ฉ้อโกงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากทั่วโลก และถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ในการให้การของนายเดอซอมเบร ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฝ่ายกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกกล่าวว่า พวกเขากำลังพิจารณาทางเลือกทั้งหมดเพื่อต่อสู้กับอาชญากรรมข้ามชาติและศูนย์ฉ้อโกง ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา สงครามกลางเมืองในพม่ายังคงดำเนินต่อไป และนโยบายของเราก็ไม่ได้หยุดยั้งการสังหารและการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างน่าเสียดาย เรายังคงประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยพิจารณาจากการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ เพื่อหาแนวทางที่ดีที่สุด

แถลงการณ์กล่าวว่า แนวทางที่ว่านั้นไม่สามารถเป็นการให้ความชอบธรรมแก่คณะรัฐบาลทหารพม่าที่ยังคงโจมตีพลเรือนอย่างโหดร้ายทั่วประเทศได้ ในทางตรงกันข้าม องค์กรต่อต้านชาติพันธุ์และองค์กรภาคประชาสังคมท้องถิ่นได้ทำงานเพื่อกำจัดศูนย์ฉ้อโกง ช่วยเหลือเหยื่อการค้ามนุษย์ และบันทึกความเสียหายที่กิจกรรมทางอาชญากรรมเหล่านี้ก่อขึ้นทั้งในและนอกประเทศพม่า ในเดือนธันวาคม 2025 สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ซึ่งเป็นองค์กรภาคประชาสังคมที่มีบทบาทสำคัญในกองกำลังประชาธิปไตยของพม่า ได้บุกเข้าโจมตีศูนย์ค้ามนุษย์ชุนดาปาร์ค และปล่อยผู้ที่ถูกกักขังเป็นทาสหลายพันคนในนั้น

“หนทางเดียวที่จะหยุดยั้งภัยพิบัตินี้ได้ คือสหรัฐฯและรัฐบาลอื่นๆต้องร่วมมือกับกลุ่มต่างๆในขบวนการประชาธิปไตยของพม่าที่มุ่งมั่นที่จะทำลายศูนย์ค้ามนุษย์เหล่านี้” นางกั่นยอพอว์ ประธานองค์กรสตรีกะเหรี่ยง (Karen Women’s Organization) กล่าว

“ขบวนการต่อต้านประชาธิปไตยและองค์กรภาคประชาสังคมของพม่าพร้อมที่จะร่วมมือกับสหรัฐฯและรัฐบาลในภูมิภาคอื่นๆ เพื่อต่อสู้กับภัยพิบัตินี้ที่กำลังทำลายประเทศของเราและสร้างความเสียหายให้กับผู้คนมากมายนอกพรมแดนของเรา” นางกั่นยอพอว์กล่าวเพิ่มเติม

ขณะที่ 25 องค์กรที่ลงนามในแถลงการณ์ครั้งนี้เช่น องค์กร ALTSEAN-Burma, Arakan Rohingya National Organization, Burma Campaign UK, Kachin Alliance, Karen Organization of America และองค์กร Women’s Peace Network เป็นต้น