Search

ชง ครม. ต่ออายุใบอนุญาตทำงานแรงงานสัญชาติลาว-เมียนมา-เวียดนามรองรับความต้องการภาคธุรกิจ-ผู้ประสานงานเครือข่ายแรงงานข้ามชาติชี้ยังแก้ไม่ตรงจุด-แนะเร่งจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น. ที่กระทรวงแรงงาน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว (คบต.) ครั้งที่ 3/2569 โดยมี พ.ต.ท. วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน ผู้บริหารกระทรวงแรงงาน รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร สภาความมั่นคงแห่งชาติ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เข้าร่วมประชุม

นายจุลพันธ์ฯ กล่าวภายหลังการประชุม ว่าเพื่อบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว ในประเทศให้เพียงพอรองรับกับความต้องการของภาคธุรกิจ ไม่ให้เกิดการขาดแคลนแรงงานที่ส่งผลกระทบต่อการขับเคลื่อนกิจการของนายจ้าง สถานประกอบการ และเศรษฐกิจของประเทศ คณะกรรมการนโยบายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว (คบต.) จึงมีมติเห็นชอบในหลักการต่ออายุใบอนุญาตทำงานให้คนต่างด้าวสัญชาติลาว เมียนมา และเวียดนาม ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งได้รับอนุญาตทำงานถึง 11 ธันวาคม 2569 ให้สามารถอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวและทำงานได้ 1 ปี ถึงวันที่ 11 ธันวาคม 2570 โดยให้ดำเนินการตามแนวทางที่กรมการจัดหางานกำหนด

ด้านนายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า หลังจากนี้กระทรวงแรงงาน โดยกรมการจัดหางาน และจะนำผลการประชุม คบต. เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา ให้ความเห็นชอบต่อไป แรงงานกลุ่มดังกล่าวจะดำเนินการต่ออายุได้เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย และประกาศกระทรวงแรงงานมีผลบังคับใช้แล้วเท่านั้น ระหว่างนี้ ขอให้นายจ้าง สถานประกอบการ และแรงงานต่างด้าวที่เข้าข่ายตามมาตรการดังกล่าวติดตามข่าวสารจากกรมการจัดหางาน ที่เว็บไซต์กรมการจัดหางาน www.doe.go.th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 – 10 หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัดทั่วประเทศ หรือที่สายด่วนกรมการจัดหางาน 1506 กด 2

นายอดิศร เกิดมงคล ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ กล่าวว่ามติของ คบต.ครั้งนี้ยังไม่ตอบโจทย์ใหญ่เรื่องการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติ เพราะเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าสำหรับกลุ่มแรงงานข้ามชาติกลุ่มหนึ่งเท่านั้น และจริงๆแล้วควรทำแผนยุทธศาสตร์ชาติทั้งระยะสั้นที่ธุรกิจขาดแคลนแรงงานควรทำอย่างไร ระยะกลางในสังคมผู้สูงอายุควรทำอย่างไร และระยะยาวเป็นอย่างไร

นายอดิศรกล่าวว่า เข้าใจว่ามติครั้งนี้ ต้องการแก้ไขปัญหากลุ่มแรงงานข้ามชาติที่ต้องขอตึวีซ่าให้เสร็จสิ้นภายในเดือนนี้ ซึ่งรัฐบาลให้เวลากระชั้นมากจึงทำไมทัน จึงได้ขยายเวลาออกไป เพราะไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นกลุ่มที่ผิดกฎหมาย เคยเสนอว่ากลุ่มนี้อย่างน้อยคือออกบัตรชมพูให้ก่อน ยังไม่ต้องฟรีวีซ่าก็ได้ และรัฐบาลก็ไปเจรจากับพม่าให้ชัดเจน

“เราไม่แน่ใจว่ารัฐบาลพม่ามีพร้อมหรือไม่ และการจัดการเป็นอย่างไร เพราะปัจจุบันมีเรื่องค่าหัวคิวสูง โดยเฉพาะมีบัตรคิวและเรียกเก็บเงิน ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการเจรจาว่าศูนย์ซีไอจะกระจายไปที่ไหนบ้าง เพราะตอนนี้กลายเป็นว่าทางการพม่าเป็นคนกำหนดเองทั้งหมด” นายอดิศร กล่าว

นายอดิศรกล่าวว่า ยังมีอีก 2-3 กลุ่มที่ต้องการความชัดเจน เช่น กลุ่มแรงงานกัมพูชาที่หมดอายุ 13 กุมภาพันธ์ 2570 ซึ่งมีประมาณ 2-3 แสน คบต.จะเอาอย่างไร หากไม่ไปต่อแรงงานกลุ่มนี้ก็จะหายไปทันที ปัญหาก็ยิ่งเพิ่มขึ้น ทำให้ภาคธุรกิจขาดแคลน เช่นเดียวกับแรงงานกลุ่มชายแดนที่มาทำภาคเกษตรโดยเฉพาะตัดอ้อย ขณะที่กลุ่มกัมพูชาที่หมดอายุไปแล้ว 2-3 แสนคนซึ่งรัฐบาลไม่ต่อให้ก็หายไปแล้ว